พระครูปรีชาปริยัติกิจ
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 510914-บุคคลยุคต้นวิชชา2
พระครูปรีชาปริยัติกิจ (พระมหาเฉลียว กัลยาโณ ป.ธ. ๔) เจ้าอาวาสวัดศิลามูลในปัจจุบัน แม้อายุของท่านจะล่วงเข้า ๘o ปีแล้ว แต่วันเวลาก็ไม่ได้ทำให้ความทรงจำอันดีงาม และความซาบซึ้งในพระคุณของหลวงพ่อวัดปากน้ำลบเลือนไปจากดวงใจของท่านเลย ท่านได้เล่าถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ฟังด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ชัดเจน ประหนึ่งว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมากว่า ๖๐ ปีนั้น เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
เดินตามรอยเท้าหลวงพ่อแล้วร่มเย็นตลอด
อาตมาบ้านเดิมเป็นคนตำบลสวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี แต่เดิมมีหลวงพ่อองค์หนึ่ง ชื่อหลวงพ่อโพธิ์ (ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว อายุ ๙o กว่าๆ ) ท่านเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หลวงพ่อโพธิ์ท่านเคยเจอหลวงพ่อสดตอนมาสอนภาวนาที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ช่วงแรกที่หลวงพ่อสดมา ท่านเห็นเด็กเอาวัวมาเลี้ยงที่บริเวณวัดซึ่งใต้พื้นดินนั้น หลวงพ่อสดเห็นมีพระพุทธรูปอยู่ จึงบอกเด็กๆ ว่าอย่าเอาวัวไปเลี้ยงตรงนั้น เพราะมีพระพุทธรูปอยู่เดี๋ยวจะเป็นบาป คนแถวนั้นไม่เชื่อ พอขุดลงไปเจอพระพุทธรูปจริงๆ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อสดเป็นอันมาก มาเรียนภาวนากันมากเลย ขนาดข้าหลวง ข้าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีก็ยังไปขึ้นกับหลวงพ่อสด ภายหลังทางสมุทเทศาภิบาลเห็นคนไปปฏิบัติกันมากเกรงว่าจะเป็นการซ่องสุมกำลัง ทางสมเด็จพระวันรัตจึงขอให้หลวงพ่อสดท่านไปอยู่วัดโพธิ์ แล้วต่อจากนั้นท่านก็ไปได้ธรรมกายที่วัดโบสถ์ (บน)บางคูเวียง หลังจากเจ้าอาวาสวัดปากน้ำว่างลง สมเด็จพระวันรัตก็ให้หลวงพ่อสดไปปกครองดูแลวัดปากน้ำ หลวงพ่อโพธิ์เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อสดได้เรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อสดด้วย
เมื่ออาตมาบวชเป็นสามเณร ที่วัดโคกยายเกตุ จ.สุพรรณบุรี ตอนนั้นอายุ ๑๘ ปี ปี พ.ศ.๒๔๘๐ เมื่อบวชแล้วหลวงพ่อโพธิ์เรียกให้ไปอยู่ด้วย ท่านเล่าเรื่องหลวงพ่อสดให้ฟังครั้งสมัยที่หลวงพ่อมาวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อาตมาตอนนั้นยังเป็นเด็กแต่ก็เกิดความศรัทธา อยากจะไปพบหลวงพ่อสด ตอนไปอยู่ที่วัดปากน้ำ ไม่ได้ตั้งใจไปอยู่วัดปากน้ำ จะไปอยู่วัดอินทรมหาวิหาร แต่มีคนชวนไปอยู่วัดปากน้ำ พอทราบว่าหลวงพ่อสดอยู่วัดปากน้ำ ก็ตั้งใจไปอยู่ที่นั้น ไปครั้งแรกปี พ.ศ.๒๔๘๑ มีพระที่ไปด้วยกัน ๓ รูป ไปถึงก็กราบหลวงพ่อ แจ้งความประสงค์ว่าจะมาเรียนนักธรรม เรียนบาลี ท่านก็รับไว้ อยู่วัดปากน้ำก็เริ่มเรียนนักธรรม หลวงพ่อท่านให้เจ้าคุณสมเด็จช่วงไปสอน ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นมหา อาตมาก็เรียนหนังสือด้วยกัน เรียนบาลีเป็นแห่งแรก ปีแรก หลวงพ่อท่านก็มาดูแลด้วย สมัยนั้นพระเณรยังมีไม่มาก หลวงพ่อท่านสอนด้วย พออยู่มาได้ ๔-๕ ปี แล้วก็บวชเป็นพระภิกษุ โดยไปบวชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หลวงพ่อไม่ได้บวชให้เพราะท่านยังไม่ได้สอบเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชปี พ.ศ.๒๔๘๕ ช่วงนั้นพระเณรวัดปากน้ำเริ่มมีมากขึ้น พระมี ๒๐๐ กว่ารูป เณรมี ๑๐๐ กว่ารูป แม่ชีก็มี ๑๐๐ กว่า ตัวอาตมาไม่ได้เข้าไปนั่งปฏิบัติในโรงงานทำวิชชา แต่ก็รู้จักแม่ชีที่เข้าปฏิบัติในโรงงานก็เห็นที่มารุ่นแรกๆ กับอาตมาก็มีแม่ชีทองสุข แม่ชีจันทร์ แม่ชีถนอม แม่ชีญาณี แม่ชีปุก ที่มาพร้อมอาตมา มีปีเดียวกัน พ.ศ.๒๔๘๑ ก็มีแม่ชีฉลวย แม่ชีตรีธา ส่วนแม่ชีปุก แม่ชีเธียร ตามมาในภายหลัง
หลังจากที่สอบได้เปรียญธรรม อาตมาก็ทำหน้าที่สอนไปด้วยเรียนไปด้วยคู่กันส่วนสมเด็จช่วงไปอยู่วัดเบญจมบพิตรเรียนจนจบประโยค ๙ ที่นั้น อาตมาเรียนจนได้ประโยค ๔ ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังมีสงคราม เวลามีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดก็จะเห็นเครื่องบิน บินอยู่เต็มฟ้า ผู้คนหลบมาพึ่งบารมีของหลวงพ่อเต็มวัดปากน้ำ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนคนจะหลบภัยกันมาก หลวงพ่อบอกว่า "ระเบิดไม่ลงหรอกที่นี้ ไม่ทิ้งหรอกระเบิดจะไปทิ้งที่ฝั่งพระนคร" มี ๒ ครั้ง ที่ระเบิดสะเทือนมาถึงวัดปากน้ำ คือตอนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดที่วัดประยูร และทิ้งแถวตลาดพลู แต่วัดปากน้ำไม่มีอะไรเสียหายในปีนั้นที่มีสงคราม วัดปากน้ำมีอาตมาสอบได้องค์เดียว หลวงพ่อท่านสวดชยันโตให้ แล้วหลวงพ่อก็เลยเอาเราไปคอยรับใช้ท่าน หลวงพ่อท่านคอยให้รับพระให้ท่าน หลวงพ่อเล็กให้รับเณร เวลาพระจะมาขออยู่วัดปากน้ำ หรือเวลาลงโบสถ์ก็จะช่วยตรวจรายชื่อว่าใครมา ใครไม่มา เวลามีกิจนิมนต์อะไรต่ออะไร หลวงพ่อท่านมีอะไรท่านก็จะเรียกเราให้เรานิมนต์พระให้ท่าน เวลาหลวงพ่อลงโบสถ์ทุกเช้า พระครูปัญญาภิรัตจะคอยตรวจพระ พระครูธนิตตรวจเณรแล้วหลวงพ่อท่านก็จะนั่งเป็นประธาน ท่านให้โอวาทอย่างเดียว
อาตมาประทับใจเรื่องเทศน์ของหลวงพ่อมากที่สุดก็เรื่องเกี่ยวกับการทำภาวนาให้ถึงธรรมกาย ที่มารุ่นเดียวกับอาตมาตอนนี้มรณภาพหมดแล้ว เหลืออยู่รูปเดียวคือสมเด็จช่วง การรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อ หลวงพ่อจะให้อาตมานิมนต์พระที่ไปกับท่าน กิจนิมนต์มีฉันเช้า ฉันเพลมีคนนิมนต์ไปท่านก็ไป ไปฉันไม่เทศน์หรอก ท่านไปก็ไปนั่งสวดมนต์ มีครั้งหนึ่งอาตมาไปกับหลวงพ่อไปฉันเพลแถววงเวียนใหญ่ พอไปถึงบ้านโยม หลวงพ่อก็สวดมนต์ ฉันเสร็จแล้วก็กลับวัด ถ้าขอพระของขวัญท่าน ท่านไม่ให้ไม่ได้ติดยามไป จะเอาให้ไปเอาที่วัด เวลากิจนิมนต์ไปงานแต่ง ท่านก็ไปสวดชยันโตและให้โอวาท อาตมาเคยไปกับท่าน ในงานพิธีที่เมืองนนท์ มีหญิงสาวของโยมที่มาช่วยงานที่วัดปากน้ำ เคยมาอยู่วัดปากน้ำชื่อ เจียม พอย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็ไปแต่งงานที่เมืองนนท์ เขาก็มานิมนต์ไปงาน หลวงพ่อท่านก็สวดชยันโตและให้โอวาทคู่บ่าวสาวให้บทฆราวาส ๔ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ แล้วท่านก็ขยายความให้ มีสัจจะซึ่งกัน ให้อดทนกันขยายธรรมเหมือนในพระไตรปิฎก ให้โอวาทเสร็จท่านก็กลับทุกวันนี้อาตมาก็นำแบบอย่างที่หลวงพ่อสอนมาใช้ เวลามีญาติโยมนิมนต์ไปงานแต่งงานก็ใช้บทฆราวาสธรรมเหมือนกัน
อาตมารู้จักหลวงตาสังวาลย์ที่มาจากวัดบางปลา มาเป็นผู้ปกครองที่วัดผาสุการาม มาสร้างศาลาขึ้น ซึ่งสมัยนั้นหลวงพ่อสด ท่านได้มาช่วยสร้างศาลาและเทศน์ให้ญาติโยมฟังด้วย หลวงตาสังวาลย์เมื่อสร้างศาลาเสร็จก็กลับไปปฏิบัติกับหลวงพ่อในโรงงานทำวิชชา อยู่วัดปากน้ำจนมรณภาพ เป็นพระภิกษุที่มาจากวัดบางปลา สมัยที่หลวงพ่อสดไปสอนธรรมครั้งแรกที่วัดบางปลาเป็นหนึ่งในบรรพชิตที่เป็นธรรม แล้วก็ตามหลวงพ่อสดมาอยู่วัดปากน้ำ อีกองค์หนึ่งที่มาจากวัดบางปลาคือสามเณรจำเนียร ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของหลวงพ่อสดมาก เพราะเป็นเณรที่คล่องแคล่วดี ตอนบวชเป็นพระ หลวงพ่อยังมาเป็นคู่สวดให้ที่วัดบางปลาด้วย หลังจากบวชแล้วก็ตามหลวงพ่อกลับไปอยู่วัดปากน้ำไปช่วยทำวิชชาในโรงงาน องค์ที่หลวงพ่อส่งมาเป็นเจ้าอาวาสวัดลำพญาปัจจุบันนี้ทั้ง ๒ องค์มรณภาพไปแล้ว อีกองค์เป็นคนวัดไผ่หูช้าง บางเลนชื่อหลวงพ่อใส บวชที่วัดไผ่หูช้างแล้วก็ไปเรียนวิชชาธรรมกายกับหลวงพ่อสดที่วัดปากน้ำ องค์นี้เก่งด้านวิชชา หลวงพ่อสดสงไปสอนธรรมที่จ.ระยอง อยู่ทำวิชชากับหลวงพ่อสดจนหลวงพ่อมรณภาพ หลังจากนั้นท่านก็กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดไผ่หูช้าง ปัจจุบันก็มรณภาพแล้ว
การมาอยู่วัดศิลามูลแห่งนี้ก็เพราะหลวงพ่อสดส่งให้มา อาตมาอยู่กับหลวงพ่อถึงปี พ.ศ.๒๔๙๗ สมเด็จพระวันรัตไปขอหลวงพ่อวัดปากน้ำให้อาตมามาอยู่ที่วัดศิลามูลบอกว่าว่างเจ้าอาวาส หลวงพ่อจะส่งองค์อื่นมา แต่สมเด็จพระวันรัตปฏิเสธ ท่านไม่เอาองค์อื่น หลวงพ่อสดก็เรียกอาตมาไปคุยถึง ๓ ครั้ง อาตมาก็จะไม่เอาเหมือนกัน ครั้งสุดท้ายท่านบอกเออให้ไป พอดีรับปากกับเขาแล้ว เมื่อตกลงก็ต้องไป สมเด็จพระวันรัตท่านมาส่งขึ้นรถไฟที่งิ้วราย แล้วมาลงเรือตามแม่น้ำท่าจีน จากงิ้วรายมาถึงวัด ๔ ชั่วโมง คือสมเด็จป๋าต้องไปขอหลวงพ่อสดถึง ๓ ครั้ง อาตมาก็ทำตามคำสั่งของหลวงพ่อสด มาครั้งแรกก็มีพระลูกวัด ๒๕ รูป ดูแลทำนุบำรุงพระศาสนา อาตมานำหลักการสอนของหลวงพ่อมาใช้ในการสร้างวัด บริหารวัด ทุกวันพฤหัสบดีก็สอนภาวนา เอาวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดมาสอน เหมือนที่วัดปากน้ำ ตอนนี้อาตมาก็อายุ ๘o ปีแล้ว พึ่งเงาเดินตามรอยเท้าหลวงพ่อแล้วชีวิตร่มเย็นตลอด