พระครูภาวนากิตติคุณ
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 510914-บุคคลยุคต้นวิชชา2
เมื่อก่อนเราหนีการครองเรือน พ่อแม่ล้มหายตายจากหมด สมบัติก็มีแต่ยกให้เขาหมด หนีจากทางโลกดีกว่า พระพุทธเจ้ามีสมบัติยิ่งกว่าเรา ท่านยังไม่ติดอยู่ ถ้าหลงติดเอาตัวเองไม่รอด ตายไปก็ไม่มีใครดับไฟนรกให้เราได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่าไปเบียดเบียนผู้อื่น สงสารตัวเราจะตกนรกหมกไหม้เปล่าๆ ไอ้ชีวิตเราเกิดเป็นมนุษย์มา ต้องไม่ให้ตายเปล่า สงวนตัวเองอย่างนี้เรื่อยมา คิดอย่างนี้เลยตัดสินใจบวช
บวชเป็นพระภิกษุที่จังหวัดอยุธยา บวชเพื่อเลี้ยงน้อง หลังจากผ่านเกณฑ์ทหารแล้ว อายุ ๒๐ ย่าง ๒๑ ปี เข้าปี พ.ศ.๒๔๙๖ พอได้ทราบกิตติศัพท์เกี่ยวกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ จากหลวงจบกระบวนยุทธฯ ตอนไปสมัครเป็นผู้แทนที่ จ.อยุธยา หลวงจบฯ บอกว่าพระที่เก่งที่เยี่ยม ทั่วประเทศไทย พระทุกรูปยกให้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลยตัดสินใจไปหาหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนนั้นบวชมาได้ ๒ พรรษา
หลวงจบกระบวนยุทธฯ แกไปทดลองหลวงพ่อก่อน แกบอกว่า ผมได้ยินเขาลือกันว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ ไปนรกได้ ไปสวรรค์ได้ ไปนิพพานได้ หลวงพ่อช่วยไปตามพ่อตาผมซึ่งตายไปนานแล้วว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน หลวงพ่อก็ไปเรียกแม่ชีมา ให้นั่งสมาธิไปตามดูคนซื่อนี้อยู่ที่ไหนไปตรวจดูบัญชีในนรกก็ไม่มี ไปเจอที่สวรรค์ชั้นยามา หลวงพ่อตามให้มาเข้าร่างแม่ชี แล้วถามว่าโยมไปทำบุญอะไรมาจึงได้ไปอยู่สวรรค์ชั้นยามา ร่างที่เข้าแม่ชี ก็ชี้ไปทางหลวงจบฯ แล้วบอกว่า นี่เจ้าแชมลูกเขย ส่วนที่นั่งข้างๆ คือนางเครือ ลูกสาวผม ที่ผมได้ไปอยู่สวรรค์ชั้นยามาเพราะว่าผมไปสร้างอุโบสถไว้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดนั้น วัดนี้บอกหมด หลวงจบยกมือท่วมหัวเลย บอกว่าจริงครับ เพราะผมยังช่วยขนกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เลยครับ
ปี พ.ศ.๒๔๙๘ คุณนายเพ็ญศรี ซึ่งเป็นภรรยาหมอปลั่ง เป็นผู้มีอันจะกินอยู่ในจังหวัดอยุธยา พามารู้จักกับหลวงจบฯ เขาก็พาอาตมาไปฝากหลวงพ่อวัดปากน้ำ เรารู้ว่าหลวงพ่อท่านเก่งเรื่องนั่งทางใน เลยตัดสินใจจากอยุธยาไปวัดปากน้ำ ไปถึงหลวงพ่อก็รับ ท่านบอกว่าอยู่ไปให้ทำดีนะลูกนะ หลวงพ่อรับทุกคนไม่รังเกียจใครแม้ที่จะมีน้อย อยู่กันแบบแออัด แต่หลวงพ่อก็รับ ความเมตตาท่านยอดเยี่ยม อยู่วัดปากน้ำก็เรียนทั้งคันถธุระ นักธรรม บาลี เรียนหมดแล้วก็เรียนวิปัสสนาธุระ ตอนแรกกะจะบวชเลี้ยงน้อง แต่พอไปบวชอยู่กับหลวงพ่อสดมันชื่นใจ เป็นฆราวาสไม่เคยพบสุขเลย เป็นพระมาเจอสุขในเพศสมณะ เลยหนีดีกว่า หนีจากทางโลก บวชแล้วเลยไม่สึก โอนที่ดินยกให้น้องๆ หมด เพราะเราเป็นพี่คนโต สมบัติมีอะไรยกให้เขาหมด
อยู่กับหลวงพ่อสด ก็ได้ใกล้ชิดท่าน ได้อุ้มท่านลุก อุ้มท่านนั่ง ได้ปลงผมหลวงพ่อ เพราะเป็นคนมือเบา อยู่กับหลวงพ่อ ๕ - ๖ ปี ได้ไปรับใช้ท่านอยู่จนท่านมรณภาพ ผมที่ปลงแล้วจะนำไปรวมกันไว้ เพื่อนำไปทำพระของขวัญ ฉันได้เข้าไปนั่งทำวิชชากับหลวงพ่อในโรงงานทำวิชชา มีครั้งหนึ่งเกิดสงสัยในสิ่งที่เห็น หลวงพ่อสดก็มาปรากฎที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็มีเสียงมาพร้อมภาพเลยว่า ใช่แล้วที่เห็น ไม่ต้องสงสัย ทำไปเถิดลูก นั้นแหละใช่แล้ว ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้น เวลาหลวงพ่อสั่งทำวิชชา สั่งงาน เราต้องเดินวิชชาตามนั้น ถ้าทำผิดหลวงพ่อก็จะให้ทำใหม่ หลวงพ่อจะทำวิชชาตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน พระเณรที่เข้าปฏิบัติในโรงงานมีไม่มาก ที่จำได้ก็มีพระมหาเจียก พระมหาสุบิน
หลวงพ่อเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก ขนาดจีวรที่ท่านห่ม มีคนไปขอจีวร ท่านถามว่าจีวรตัวนี้เอาไหมลูก เอาครับ หลวงพ่อเปลื้องให้เลย น้ำใจท่านขนาดนั้น ท่านบอกว่าก็เราบวชให้เขา เราเป็นพ่อเขา มันขอก็ให้มัน แต่สำหรับหลวงพ่อเองได้พระของขวัญจากหลวงพ่อสด พระของขวัญนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ช่วยหลวงพ่อรอดตายมาก็หลายครั้ง ครั้งแรกตอนนั่งรถยนต์ คนขับมันดันวิ่งตัดหน้ารถไฟ นิดเดียวเอง พ้นมาอย่างอัศจรรย์ คนยืนมุงดูคิดว่าเสร็จแน่แล้วครั้งที่ ๒ รถแท็กซี่เช่าไปทำบุญ ปรากฎรถพลิกคว่ำแถวกำแพงเพชร รถตกลงไปในคลองดีไม่ตกเหว ตอนนั้นหลวงพ่อนึกถึงหลวงพ่อสดตลอด หลวงพ่อท่านช่วยเราจึงรอดมาได้ ส่วนองค์ที่นั่งข้างหน้าถูกกระแทก เจ็บอก ตายไปแล้ว
ตอนหลวงพ่อเดินธุดงค์ ไปด้วยกัน ๔ รูป ขอหลวงพ่อสดไปอยู่ปริวาสกรรมตอนนั้นบวชมาได้ ๔ พรรษา ปี พ.ศ.๒๔๙๙ ไปอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ไปเจอคุณโยมที่ทำงานโรงพยาบาลที่ปราจีนบุรี เล่าให้ฟังว่าผมก็ไปวัดปากน้ำเหมือนกัน ผมไปได้รูปของหลวงพ่อวัดปากน้ำมาภรรยาผมไม่เลื่อมใส ผมเอาไว้บนหิ้งบูชา พอตกกลางคืนรูปท่านเปล่งรัศมีทั้งคืน เปล่งรัศมีเต็มบ้าน ตั้งแต่นั้นมาภรรยาผมจุดธูปเทียนบูชาหลวงพ่อวัดปากน้ำทุกคืนเลย หลังจากกลับจากธุดงค์ก็ไปเล่าให้หลวงพ่อสดฟัง ท่านบอกว่า เขายังไม่เห็นของจริง เขาก็ไม่เชื่อหรอก พระที่ไปเดินธุดงค์ด้วยกัน ตอนนี้เหลืออีก ๑ องค์ อยู่ที่วัดปากน้ำ พระครูโอภาสสมาธิคุณ
หลวงพ่อท่านรู้หมด พระเณร ๕๐๐ - ๖๐๐ รูปทำอะไรผิด ท่านรู้ทุกอย่าง มีครั้งหนึ่งหลวงพ่อให้ไปตามพระ ๓ พรรษา ที่ไปคุยกับอุบาสิกา แล้ว ๓ ทุ่มยังไม่กลับ ท่านสั่งพระให้ไปเอาตัวมา ไปเอาตัวมาได้จริงๆ พระที่เข้าบ้านโน้น ออกบ้านนี้ หลวงพ่อท่านเรียกพระแบบนี้ว่าเป็นพระคอมมิวนิสต์ ท่านสั่งให้ไปเอาตัวมาเลย เวลาท่านชี้คนท่านชี้ห้านิ้วเลย ท่านบอกว่าเอ็งไม่ดีอย่าทำอย่างนี้ ท่านก็ชี้ห้านิ้ว แต่ปกติคนอื่นชี้นิ้วเดียว อีกสามนิ้วเข้าหาตัวเอง แต่ท่านฉลาดชี้ทีเดียวชี้ห้านิ้วไม่มีเข้าตัวเลย
มีตำรวจจากบางยี่เรือ มันไปล้อมวัดปากน้ำ หลวงพ่อท่านรู้แล้ว ตำรวจมันก็ขึ้นมากราบหลวงพ่อ ตำรวจมันเห็นแม่ชีนุ่งขาวพรืดเลย หลวงพ่อก็ถาม คุณมาธุระอะไร ผมจะเรียนวิปัสสนากับหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกว่า " คุณมาเหตุอื่นนี่นะ คุณไม่มาเรียนวิชชา คุณมาเรียนวิชชาต้องมีดอกไม้ธูปเทียนมา มีคนเขาใช้คุณมาใช่ไหม" หลวงพ่อท่านรู้ ตำรวจบอกว่า "เจ้านายเขาใช้ให้มา ผมเป็นตำรวจบางยี่เรือ เขาว่าหลวงพ่อเลี้ยงแม่ชีไว้เยอะแยะ" หลวงพ่อบอกว่า "เอ้าดูซิผู้หญิงหรือผู้ชาย" ตำรวจก็บอกผู้หญิง หลวงพ่อก็บอกแม่ชีว่า แสดงตัวให้เขาดูซิว่าหญิงหรือชาย แม่ชีก็นั่งเข้าที่ไปแปลงเพศหญิงเป็นเพศชายได้ เดี๋ยวลุกขึ้นมาผิวปากให้ดู แล้วก็แสดงตัวให้ดูว่าไม่ใช่ผู้หญิง นี่เพศหญิง นี่เพศชายดูเอา ไอ้พวกตำรวจงงเลย เจ้านายเขาสั่งให้ตำรวจมาตรวจสอบ แต่หลวงพ่อท่านทำวิชชาได้ ใช้วิชชาเป็น ตำรวจก็กลับไปตอนเช้า ติดดาวมาเลย เอาข้าวของมาถวายหลวงพ่อ วิชชาปราบมารปราบกันน่าดูเลย
มีแม่ชีที่อยู่วัดปากน้ำคนหนึ่ง ลูกมันจะไปฆ่าเขา หลวงพ่อรู้ว่าถ้าคนนี้เราไม่ช่วย มันจะติดคุกติดตะราง ตกนรกหมกไหม้ ท่านก็เรียกแม่ชีคนนี้มา แล้วบอกว่าลูกเอ็งจะแจวเรือผ่านมานะ ผ่านมาเอ็งเรียกขึ้นมาหาหลวงพ่อหน่อย แม่ชีก็นั่งคอย ลูกผ่านมาจริงๆ ก็เลยเรียกลูกว่าลูกๆ เอ็งผ่านมาหลวงพ่อท่านสั่งไว้ให้ขึ้นไปหาหน่อย หลวงพ่อท่านบอกว่าไอ้ที่คิดไว้เลิกล้มเสียนะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร การฆ่าเป็นบาปติดไปหลายชาติ จะตกนรกหมกไหม้ มันบอกว่าหลวงพ่อทำไมรู้ มันเตรียมปืนใส่ท้องเรือไว้แล้ว มันโกงไร่ โกงนา โกงสวน เอาไว้ไม่ได้ แต่พอหลวงพ่อทัก ต้องเลิกล้มเลย ถ้าหลวงพ่อไม่โปรดมันต้องติดคุกติดตาราง
มีครั้งหนึ่งสามเณรประพัฒน์ วัดปากน้ำ ได้ไปเจอกับสามเณรวัดตะเคียน ซึ่งเคยไปเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็จำได้ว่าเคยไปเที่ยวสวรรค์กันมา แต่หลวงพ่อวัดตะเคียน บอกว่ากูไม่เชื่อมึงหรอก มึงได้วิชชาจริงหรือเปล่า มีงดูซิว่าพระที่อยู่ในย่ามฉันมีกี่องค์ เขาให้พระมาไม่เคยนับเลย เณรประพัฒน์ก็นั่งเข้าที่สักพัก บอกหลวงพ่อวัดตะเคียนว่า ร้อยกับสององค์ครับหลวงพ่อ พอหลวงพ่อเทพระในย่ามออกมานับได้ร้อยกับสององค์จริงๆ แน่แค่ไหน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลวงพ่อวัดตะเคียนแทบจะกราบเณรเลย แล้วพูดว่าผมคิดว่าวิชชาวิปัสสนามันหมดแล้ว ท่านนึกว่าวิชชามรรคผลไม่มีแล้ว หลวงพ่อวัดตะเคียนก็เลยไปเรียนธรรมะกับหลวงพ่อสด ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลวงพ่อสดสั่งไว้ว่า ถ้าหลวงพ่อไม่อยู่แล้ว ให้ช่วยกันเลี้ยงพระต่อไป หลังจากหลวงพ่อท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อก็ถูกญาติโยมทางอุตรดิตถ์ ขอไปที่วัดปากน้ำ พระ ๕๐๐ - ๖๐o องค์ มีไม่เอา แต่กลับเสนอหลวงพ่อ ทำอย่างไรได้ก็ต้องมา มาบุกเบิกวัดเกษมจิตตาราม ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ปีพ.ศ. ๒๕๐๓ มาบุกเบิกตั้งแต่สร้างอุโบสถ สร้างมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะกลับไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดปากน้ำ ไปทุกปี ปีละหลายครั้ง เพราะระลึกถึงคำสั่งที่หลวงพ่อสดท่านบอกกล่าวไว้ ว่าให้ช่วยกันทำบุญเลี้ยงพระ เราเป็นพระทำบุญเลี้ยงพระได้เหมือนกัน ก็อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ ก็ทำให้ญาติโยมในอุตรดิตมาเลี้ยงพระ มาช่วยกันสร้างวัดเกษมจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันหลวงพ่อก็อยู่วัดเกษมมาก็ ๔๒ ปี แล้ว บวชมาพรรษาที่ ๔๙ อายุก็ ๗๐ ปี แล้ว หลวงพ่อได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสปี พ.ศ.๒๕๐๓ ได้เป็นพระครูภาวนากิตติคุณ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอฟากท่า (ชั้นพิเศษ) ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ที่วัดเกษมฯ หลวงพ่อจะมีการทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นตลอด
สวดมนต์ทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ เวลา ตีสามครึ่ง ถึง ตีห้า ทุกวัน
สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ เวลา ห้าโมงเย็น ถึงหนึ่งทุ่ม ทุกวัน
หลวงพ่อปฏิบัติธรรมมาตลอดทุกวันไม่เคยขาด หลวงพ่อมุ่งมั่นในวิชชาธรรมกาย แม้เจออุปสรรค หลวงพ่อก็ยึดหลักของหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า ไม่สู้ ไม่หนี ทำความดีเรื่อยไป ทางสมเด็จพระสังฆราชจึงตั้งให้วัดเกษมจิตตาราม เป็นวัดปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและน่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง ปัจจุบันหลวงพ่อได้ละสังขารกลับดุสิตบุรีอย่างสง่างาม สมเป็นยอดนักรบแห่งกองทัพธรรม