พระพุทธศาสนโสภณ (หลวงพ่อสุบิน)
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 510914-บุคคลยุคต้นวิชชา2
วัดหัวเขา อาตมามาพบหลวงพ่อสดได้เพราะว่าได้ยินกิตติศัพท์ ล่ำลือคุณงามความดี อันมหาศาลของหลวงพ่อ อาตมาเดิมเป็นคนอำเภอเดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เกิดเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๒ ได้ยินตั้งแต่สมัยบวชเป็นเณรปี พ.ศ.๒๔๙๑ อายุ ๑๘ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไป พ.ศ. ๒๔๙๒ สอบได้นักธรรมชั้นตรีที่ วัดใหม่สุวรรณภูมิ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วก็เรียนนักธรรมชั้นโทต่อที่วัดใหม่สุวรรณภูมิ พ.ศ.๒๔๙๓ บวชพระโดยมีอุปัชฌาย์คือหลวงพ่อแขก (พระครูเอนกคุณากร) ตอนนั้นอาตมายังสอบไม่ได้ชั้นเอก พ.ศ.๒๔๙๕ ไปอยู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เหตุที่ไปได้เพราะ ร้อยโทแจ่ม ไรละรุจิ พาไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก็ไม่รู้จักใครหรอก พาไปฝากหลวงพ่อเลย อาตมาก็กราบหลวงพ่อแล้วบอกว่าต้องการจะมาเรียนธรรมชั้นโท หลวงพ่อก็เรียกพระครูปัญญาภิรัต แผนกต้อนรับพระปกครองพระวัดปากน้ำมารับเข้าบัญชี แล้วก็ส่งไปอยู่แผนกเนกขัมมะก่อน บังเอิญคณะเนกข้มมะเต็ม คณะหลวงพ่อมีกุฏิว่างห้องหนึ่งก็เลยได้มาอยู่ใกล้ๆ หลวงพ่อ
อยู่กับหลวงพ่อแล้วเช้าก็เรียนนักธรรมชั้นโท บ่ายเรียนบาลี พอห้าโมงเย็นก็เข้านั่งสมาธิเรียนวิชชาธรรมกายทุกวันในโบสถ์ ส่วนตอนกลางคืนช่วงสองทุ่ม ถึงสองทุ่มครึ่งมีการนั่งเพิ่มเติมที่คณะอนาลัย คณะเนกขัมมะบ้าง คณะพระครูปัญญาภิรัตก็มี ต่อวิชชาธรรมกายให้เข้าศูนย์กลางกายหยุดนิ่ง ก็เห็นดวงปฐมมรรค หยุดนิ่งกลางดวงปฐมมรรคผ่านไปเห็นดวงศีล เห็นดวงสมาธิ เห็นดวงปัญญา เห็นดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะใสใสใส ห้าดวงเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด ผ่านอีกห้าดวง เข้าถึงกายทิพย์หยาบ กายทิพย์ละเอียด เข้าดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะใสๆ ห้าดวง เมื่อผ่านกายทิพย์แล้วก็เข้าไปกายพรหมหยาบ พรหมละเอียด เข้าดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะใสๆ ในกลางอรูปพรหมหยาบ อรูปพรหมละเอียด ก็ผ่านเข้ากายอรูปพรหมหยาบ อรูปพรหมละเอียด ถึงกายอาฬารดาบส อุทกดาบส กาลามโคตร ผ่านดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ เข้าไปกายโคตรภูธรรมหยาบ โคตรภูธรรมละเอียด ผ่านอีกทีเข้าศูนย์กลางกายโคตรภูธรรมหยาบ โคตรภูธรรมละเอียด ผ่านห้าดวง เข้าไปอยู่กายพระโสดาปฏิมรรค พระโสดาปฏิผล หน้าตักกว้างห้าวา สูงห้าวา เกตุดอกบัวตูใสเป็นกระจกคันฉ่องสองเงาหน้า เข้าไปอยู่ในดวงปฐมมรรค หยุดนิ่งกลางดวงปฐมมรรคเห็นดวงศีล หยุดนิ่งกลางดวงศีลเห็นดวงสมาธิ หยุดนิ่งกลางดวงสมาธิเห็นดวงปัญญา หยุดนิ่งกลางดวงปัญญาเห็นดวงวิมุตติหยุดนิ่งกลางดวงวิมุตติ เห็นดวงวิมุตติญาณทัสสนะใสๆ ห้าดวง เข้าไปอยู่ในกายพระโสดาปฏิมรรค
พระโสดาปฏิผล ห้าดวง เข้าไปอยู่ในกายพระโสดาปฏิมรรค พระโสดาปฏิผล พระธรรมกายต้นๆของหลวงพ่อมงคลเทพมุนี วัดปากน้ำภาษีเจริญ หน้าตักกว้างห้าวา สูงห้าวา เกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า หยุดนิ่งในหยุดนิ่งในนิ่งกลางของกลางกลางของกลางซ้ายขวาหน้าหลังไม่ไปซ้อนอัดทับทวีให้ใสละสักกายทิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสสังโยชน์สามเปราะนี้ พระโสดาบันก็แกะออก หายไปแล้ว พระโสดาบันก็หยุดนิ่งเข้าศูนย์กลางกายพระโสดาบัน พอหยุดนิ่งถูกส่วนก็เห็นดวงปฐมมรรคก็ผ่านดวงศีลดวงสมาธิดวงปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะห้าดวง ใส...พอธรรมกายใสหนักเข้าก็เห็นกายสกิทาคาหยาบ สกิทาคาละเอียดหน้าตักกว้างสิบวาสูงสิบวา เกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องสองเงาหน้า ขยายหน้าตักจากพระโสดาบันเป็นสกิทาคา หน้าตักกว้างสิบวา สูงสิบวาเกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องสองเงาหน้า พระสกิทาคาก็ทำหน้าที่ละสังโยชน์สามเปราะเช่นเดียวกับพระโสดาบัน แต่พระสกิทาคานั้นไม่มีราคะเสียแล้วนั้นตัดไป โทสะก็ตัดไปแล้วไม่มี โมหะก็ไม่มี ใสสว่างอยู่ในคุณธรรมของบุคคลที่สอง สกิทาคามรรค สกิทาคาผล
แม้ทุกวันนี้ก็ปฏิบัติอยู่นะสกิทาคามรรค สกิทาคาผล หน้าตักกว้างสิบวา สูงสิบวาเกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องสองเงาหน้าแต่ถ้าจะต่อก็ต่อได้ กายพระสกิทาคาหน้าตักกว้างสิบวา สูงสิบวา เกตุดอกบัวตูมใสมากขึ้น หยุดมากขึ้น นิ่งมากขึ้น สะอาดมากขึ้น ทับทวีให้ใสเข้าศูนย์กลางกายพระสกิทาคา พอถูกส่วนก็เห็นดวงปฐมมรรคหยุดนิ่งกลางปฐมมรรคก็เห็นดวงศีล หยุดนิ่งกลางดวงศีลก็เห็นดวงสมาธิทำให้ใสทุกดวง ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะใสทุกดวง เข้ากายพระอนาคามีหยาบ อนาคามีละเอียด หน้าตักกว้างขยายไปอีกกว้างสิบห้าวา สูงสิบห้าวา เกตุดอกบัวตูมใสทำหน้าที่แกะสังโยชน์อีกสองเปราะ กามราคะ ปฏิฆะ จะเป็นรูปสวยรูปงาม รูปหญิงรูปชายไม่พึงปรารถนาเรียกว่ากามราคะ ปฏิฆะ ถ้ามีแล้วมันร้อน ปฏิฆะความกระทบกระทั่งแห่งจิต ไปเจอรูปที่ไม่สวยไม่งาม ไม่ชอบก็เป็นทุกข์ ชอบก็เป็นทุกข์ พระสกิทาคาพึงละ ๒ เปราะ กามราคะ ปฏิฆะ แห่งจิตหายไป สกิทาคาก็หยุดในหยุดนิ่งในนิ่งกลางของกลางกลางของกลางซ้ายขวาหน้าหลังไม่ไปช้อนอัดทับทวีให้ใสเข้าศูนย์กลางกายสกิทาคาละเอียดนิ่งหนักขึ้น ใสหนักขึ้น สว่างหนักขึ้น เข้าไปดวงวิมุตติญาณทัสสนะใสใสใสผ่านอีกทีเข้ากายอรหัตหยาบ อรหัตละเอียด ขยายหน้าตักยี่สิบวา สูงยี่สิบวา เกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า ทำหน้าที่แกะสังโยชน์อีกห้าเปราะ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ชาติภพไม่มีชาติไม่ติด ภพไม่ติด อวิชชาไม่มี ตัณหาไม่มี ไม่มีแล้ว ละได้หมดแล้วกายอรหัตมรรค อรหัตผล หน้าตักกว้างยี่สิบวา สูงยี่สิบวา เกตุดอกบัวตูมใสพออยู่กายนี้แล้วใสหนักขึ้น สะอาดหนักขึ้นแล้ว หลวงพ่อมงคลเทพมุนีท่านก็ตรัสเรียกว่าอะหังอิติปิ ธรรมกาโย ตถาคโต เราตถาคตคือตัวธรรมกาย หน้าตักกว้างยี่สิบวา เกตุดอกบัวตูมใสเหมือนกระจกคันฉ่องสองเงาหน้า อยู่ในกายพระอรหัต สูงสุดกว้าง สูงสุดใหญ่ สูงสุดยี่สิบวา เกตุดอกบัวตูมใสเป็นกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า พระอรหัตทุกองค์ต้องทำบรรลุธรรมกายทุกองค์ เห็นทุกองค์ กว่าจะเห็นพระบาลี อะหังติปิ ธรรมกาโย ตถาคโต เหล่าตถาคตคือตัวธรรมกาย อยู่ในพระนิพพาน ส่วนกายเนื้อกายหนังของพระองค์ ๘๐ ปี ก็เผาที่เมืองกุสินาราราชธานี กระดูกเป็นพระบรมสารีริกธาตุ สาธุชนนำไปบูชา ส่วนกายธรรมกายอยู่บนพระนิพพาน นี่หลวงพ่อมงคลเทพมุนีวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านสอนอย่างนี้ ข้าพเจ้าเอง อาตมาเองตอนอยู่วัดปากน้ำก็เดินด้วย ๑๘ กายอย่างนี้ อายุ ๒๕ ปี อาตมาก็บรรลุธรรมกาย
หลังจากได้ธรรมกาย ได้ ๑๘ กายจนชำนาญคล่องแคล่วแล้วในปี พ.ศ.๒๔๗๘ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ให้เข้าโรงงาน ทำวิชชาทุกวัน หลวงพ่อท่านให้เข้าทุกวัน นั่งทำวิชชาอยู่จนกระทั่งหลวงพ่อมรณภาพ
ในโรงงานทำวิชชามีฝากั้นห้องฝั่งหนึ่งเป็นแม่ชี อีกฝั่งหนึ่งเป็นพระ เณร แล้วก็มีห้องหลวงพ่อเชื่อมอยู่ท่านนั่งสั่งงาน ฝ่ายแม่ชีที่พอจำได้ก็มี ตรีธา ญาณี ทองแท้ แม่ชีฉลวย แม่ชีถนอม แม่ชีปุก แม่ชีทองสุข แม่ชีจันทร์ แม่ชีเธียร พระเณรก็มี หลวงพ่อเล็ก(มหาเจียก) ธีระธัมโม มหาณรงค์ (นานๆ เข้าที) หลวงตาผัน หลวงตาอินทร์ หลวงตาแอบ หลวงตาใจ หลวงพ่อวีระ เณรก็มี เณรวัฒนา เณรรอด จะว่าไปคนที่จะเข้าโรงงานทำวิชชานั้นหายาก พวกมหาเปรียญก็ถือว่าเขามีความรู้ดี มีความรู้สูงแล้ว ไม่ไปนั่งหลับตาหรอก แต่หลวงพ่อสดท่านว่า ไอ้ความรู้ในกระดาษ รู้ในกระดาษ มันก็พึ่งกระดาษ ท่านพูดว่า...ยันเต ภะคะวะตา ฌานะตา ปัสสะตา อาระหะตา สัมมา สัมพุทเธนะ เดี๋ยวท่านแปลให้แล้วยันเต ภะคะวะตา พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ใด ฌานะตา รู้แล้ว ปัสสะตา เห็นแล้ว ทั้งรู้ทั้งเห็นเชียวนะ นี่พวกเรามันรู้ในกระดาษ เห็นในกระดาษ ได้ใบตราตั้งในกระดาษ ได้ยศจากที่ในกระดาษก็ยังใช้ได้ ยังดีแต่ก็ดีแค่เปลือกๆ อืมม...ยันเต ภะคะวะตา พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ใด ฌานะตา รู้แล้ว ปัสสะตา เห็นแล้ว อะระหะตา สัมมา สัมพุทเธนะ เป็นพระอรหันต์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาหลวงพ่อพูด พูดเป็นศัพท์ ยกบาลีแปลเป็นคำศัพท์ มหาบุญมาประโยคเก้า มหาช่วงประโยคเก้า(สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) มหาสว่างเล็ก ป.ธ.๙ มหาสว่างใหญ่ป.ธ.๙ พากันอึ้ง หลวงพ่อเอาในท้องมาแปลให้เราฟัง เวลาเราจะแปลต้องแปลในกระดาษ นี่..พูดกันในโบสถ์นะหลวงพ่อเอาในท้องมาแปลให้เราฟังหมดเลย หลวงพ่อเอาในตัวในตน มาแปลให้เราฟัง เรามันแปลในกระดาษสู้หลวงพ่อไม่ได้
อาตมาจะเล่าให้ฟังเรื่องหลวงพ่อสด อาตมาประทับใจเหตุที่ท่านสอนมานานแล้ว เรื่องวิชชา เรื่องอะไรต่างๆ คือหลวงพ่อเนี่ยท่านรักษาเวลา แล้วก็นำ แล้วก็สั่ง พอถึงกำหนดหกโมงเช้าตีระฆัง เลิกละกิจการงานทั้งหมดห่มผ้า แล้วมารวมพร้อมกันที่หน้าโบสถ์ พอได้ยินระฆังเล็กอีกทีนึง หลวงพ่อก็เดินนำหน้าพระครูปัญญาภิรัต ปลัดธนิตเดินตาม พระครูปัญญาภิรัตที่ปกครองพระ พระครูธนิตปกครองเณรเดินเป็นแถวแนวระดับดิ่งไปศาลาฉัน ฉันเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้ดูผู้ใหญ่ก่อน ผู้ใหญ่ตักเปิบคอยดูนะแล้วเขาก็ทำตามพอฉันอิ่มแล้ว ท่านก็เดินเข้าแถวแนวระดับ หลวงพ่อเดินนำธรรมกายตามจบธรรมกาย พระครูปัญญาภิรัต แล้วก็ปลัดธนิตปกครองเณรเข้าแถวแนวระดับเข้าโบสถ์หลวงพ่อให้ธรรมกายนั่งติดท่าน ต่อไปก็เป็นมหาประโยคแปดเก้า ยันประโยคสาม จบประโยคสามแล้ว ให้นักธรรมชั้นเอกโทต่อตรีต่อ ไอ้ที่ยังไม่ได้อะไรเลยให้นั่งหลังเป็นการดัดนิสัย ท่านขึ้นเทศน์ท่านยกศัพท์ "พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมัง คะละมุตตะมัง" ท่านเร็ว พูดเร็ว สอนเร็ว ความเป็นพหูสูตพาหสัจจัญจะ สิบปัญจะ มีศีลชนิดใดชนิดหนึ่ง ชำนาญคล่องแคล่ว วินะโย จะ สุสิกขิโต ผู้มีระเบียบวินัยอันศึกษามาดีแล้ว แล้วปฏิบัติตามเป็นมงคลอันประเสริฐ พูดไปๆ ทหารนักเรียนต้องเป็นระเบียบ มันถึงจะน่าดูน่าชม แม้แต่นกบินไปในอากาศนกช้อนหอยโบราณ นกกาบบัว ปรากฎว่าบินไปๆ ๆ ๆ เห็นว่าบางตัวบินไม่ทัน แตกแยกแถวออกไปดูไม่งาม ไอ้หัวหน้าตีโค้ง ตีกลมเป็นวง ตีวงกลมบินเป็นวงกลม พอมาทันทุกตัว ทุกตัวบินมาเข้าแถว หัวหน้าออกแล้วเป็นแถว บินไปเป็นแถวนี่ สัตว์เดรัจฉานยังมีวินัย เราเป็นพระเป็นเณรทำไมไม่มีวินัย (หัวเราะ โอ้โห้เจ็บกันหมด อู้หูเจ็บจังเลย
ประโยคเก้าประโยคแปดนั่งหน้า ถ้าไม่มานะ ท่านดูที่ใครว่างบอกว่าประโยคเก้าประโยคแปดหายไปไหน ไอ้เซ่อ คำว่าไอ้เซ่อนี่มันฉลาดในด้านอกุศล หลบหลีกเลี่ยงไม่ทำตามเวลา ไม่ฉลาดนะมันฉลาดในด้านอกุศล ถึงกำหนดไปเรียนไม่ไปเรียน ถึงกำหนดสอนไม่ไปสอนถึงกำหนดทำวัตรไม่มาทำวัตร อืม...เรียกมันว่าไอ้เซ่อ (หัวเราะ) อู้ยเจ็บเหลือเกิน เป็นพระแต่เอาดีแบบฆราวาส พอเป็นฆราวาสกลับมาเอาดีกับพระ มาสอนพระ ถึงกำหนดเวลาต้องหยุดต้องนิ่ง ห่มผ้าเลย ได้ยินเสียงกลองหยุดเลยแล้วมาคอยกันที่หน้าโบสถ์ พอระฆังเล็กอีกทีพระออกเดินนำแล้วก็เดินเป็นแถวแนวระดับตามที่กำหนดไว้ดูสง่าจริงๆ เลยสวย เหมือนพระอรหันต์ สารีบุตร โมคคัลลานะ มีสาวกองค์ละห้าร้อยห้าร้อย แต่ในบรรดาห้าร้อย พระอรหันต์เหล่านี้ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์ทุกองค์นะ เป็นปุถุชนสงฆ์ก็ยังมี ท่านเทศน์เราก็ฟังเพลินเชียว เราก็ฟัง แล้วหลวงพ่อท่านทำได้ ทำเป็นแบบฉบับเป็นเนติแบบแผนเป็นระเบียบวินัย สมกับที่หลวงพ่อท่านพูดไว้ว่า "พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต สุภาสิตา จะยา วาจา เอตัมมัง คะละมุตตะมัง" ความเป็นพหูสูตพาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต คำพูดเป็นสุภาษิต มีวินัยระเบียบอันร่ำเรียนมา ศึกษามาแล้ว เอตัมมัง คะละมุตตะมัง เป็นมงคลอันสูงสุด "พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต สุภาสิตา จะยา วาจา เอตัมมัง คะละมุตตะมัง" ท่านเทศน์มงคลสูตร วันพระละบท เงียบกริบ นี่อาตมาฟัง มหาเปรียญประโยคเก้าประโยคแปดฟังเงียบกริบหมดเลย แล้วหลวงพ่อท่านเอาที่ไหนมาเทศน์ทุกวันในโบสถ์ไม่มีเบื่อฟังทุกวัน พอทำวัตรเสร็จนะเก้านาที สิบนาที หลวงพ่อเห็นเวลาถึงจะสองโมงท่านรีบลงเลย พอสองโมงตีระฆังเรียกเข้าเรียน ท่านตรงเวลามาก
เวลาใครไปทำผิด แล้วท่านไปพูดที่โบสถ์เลย เช่นไปต้มข้าวต้มกิน ไปทำะไรไม่ถูก ก็เอามาสอนเลย พูดเลยให้เจ้าตัวรู้ให้คนนี้กลัวกัน ท่านให้พระครูปัญญาภิรัตรายงาน วันนี้ปัจจุบันมาเท่าไร หักเท่านั้นๆ มาครบเท่านั้น และขาดเท่านั้น ป่วยเท่านั้น ลาเท่านั้น นับทุกวัน จบแล้วก็พระครูปลัดธนิต รายงานสามเณรปัจจุบันเท่านั้นองค์ มาทำวัตรเท่านั้นองค์ ขาดเท่านั้นองค์ ป่วยเท่านั้นองค์ ลาเท่านั้นองค์ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ทุกวันไป แม่ชีมีแผนกต่างหาก แต่ถ้าวันอาทิตย์วันพระต้องมาหมดเลย หลวงพ่อเทศน์มาหมดเลย บางครั้งท่านก็บอก ไอ้สัปเหร่อใกล้ผี ไอ้ชีใกล้พระ เจ็บเลยนะ วันหนึ่งชีญาณีกับชีอะไรนะจำไม่ได้พากันมา หลวงพ่อสั่งนะ ตะวันออกเฉียงเหนือ แม่ชีเขาอยู่กัน พระอยู่ทิศตะวันตก ข้างๆ ติดโบสถ์ไปทางทิศตะวันออก หลวงพ่อว่าตะวันออกเฉียงเหนือพวกชี ใครอย่าไปหาใครนะ พระเณรอย่าไปหาชี ชีอย่าไปหาพระ ต้องได้รับอนุญาตก่อน ถ้าไม่ได้รับอนุญาตไปหากันไม่ได้ ถ้าเกิดมันเสียขึ้นองค์นะมันเสียทั้งประเทศ มันเสียทั้งประเทศยังไง อ้าวก็พระเณรอยู่กับหลวงพ่อทั่วประเทศ จังหวัดละสิบ บางจังหวัดถึงยี่สิบ ถ้ามันไปเสียสักคู่นะ ชีพระไปเสียนะต้องประกาศ ชีนั้นบ้านนั้นจังหวัดนั้น พระบ้านนั้นจังหวัดนั้นไปทำสกปรกไม่ดี ผิดธรรม ผิดวินัยนี่มันเสียทั้งประเทศ เงียบกริบกลัว ถ้าทำดีก็ดีทั้งประเทศ
วันหนึ่งชีปุกก็นำอาหารไปให้กับมหาณรงค์ ตอนนั้นหลวงพ่อสั่งไว้จะไปหาใครต้องขออนุญาตหลวงพ่อก่อน บังเอิญหลวงพ่อไม่อยู่ก็นำอาหารไปให้ ก็กลับมาทางเดิมมาสวนหลวงพ่อเข้าพอดี หลวงพ่อก็พูดว่า "นั่นแน่ะ ขออนุญาตใคร" "ดิฉันแก่แล้วจะมาขออนุญาตหลวงพ่อก็ไม่เจอหลวงพ่อ เลยนำอาหารไปให้ท่านฉัน ดิฉันแก่แล้ว" "อีแก่สำคัญนัก อีแก่มันชักนำให้ชีสาวกับพระหนุ่มได้กันมึงรู้มั้ย" กลัวกันหมด ไอ้สัปเหร่อใกล้ผี ไอ้ชีใกล้พระ ไอ้สัปเหร่อใกล้ผีมันกลัวผีที่ไหนมันได้เงิน ไอ้ชีใกล้พระก็จะเอาพระเป็นผัว หลวงพ่อพูดกับชีปุกตรงทางเดิน อาตมาอยู่ด้วยเดินตามหลังท่านพึ่งกลับจากไปรับสังฆทานที่บ้านโยมกลับมาด้วยกัน
อาตมาถูกส่งไปสอนธรรมะที่ภาคใต้ ไปช่วยหลวงตาแอบ (เปิดสาขาปฏิบัติธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่หาดใหญ่ สงขลา) หลวงตามหาอินทร์ หลวงตาผัน พอหลวงพ่อวัดปากน้ำใกล้มรณภาพท่านก็เรียกให้กลับ ตอนไปภาคใต้หลวงตามหาอินทร์ ถูกนายสุพัฒน์ พิณสมาน นายสถานีหาดใหญ่ถามว่า เห็นครั้งแรกเป็นดวงเรียกว่าอะไร หลวงตาอินทร์ไม่รู้ แล้วดวงเล็กๆ ขยายดวงใหญ่ๆ เรียกอะไร ไม่รู้ หลวงตาอินทร์เสียใจ กลับมารีบมาเรียนบาลี เรียนนักธรรมชั้นโท จะได้ไปตอบเขาได้ ปัจจุบันหลวงตาแอบ หลวงตาอินทร์ มรณภาพแล้ว
หลวงพ่อวัดปากน้ำ มรณภาพ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ ก่อนหน้าในช่วงนั้นหลวงพ่อท่านมีพระภิกษุที่ไว้ใจ ชื่อพระใหญ่ ฐิตตเวโท แต่มันทำให้หลวงพ่อเสียใจ เรียกว่ามันผลาญทั้งเงิน ผลาญทั้งชื่อเสียง หลวงพ่อทำเสียมาก แต่หลวงพ่อก็ไม่ว่ากระไร ท่านก็ทำวิชชาเรื่อยไป พระครูปัญญาภิรัตพระครูปลัดธนิตหาแพทย์อย่างดีจากโรงพยาบาลศิริราชบ้าง จุฬาบ้าง ฉีดยาหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกว่า อืม...ฉีดก็ฉีดเข้าไปในหิน ฉีดเข้าไปในหิน หินมันไม่รับรู้อะไรแล้วละ ฉีดไปในกายหลวงพ่อนี่ยาก็เข้าไป แต่มันไม่รับรู้ท่านบอก มันจะไปของมันท่าเดียว มันจะไปนิพพาน
วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ อาตมานั่งอยู่ด้านในโรงงานทำวิชชา หลวงพ่อก็สั่งบอกว่าจะมรณภาพจริงๆ ท่านเรียก พระเณรเถรชีที่ได้ธรรมกายมารวมกันหมดในโรงงานท่านก็เอนหลัง ลืมตามานั่งสั่ง เออ...ลูกชีจันทร์ ขนนกยูงนะ ต่อไปจะต้องทำงานใหญ่แทนหลวงพ่อ อืม...สั่งพระ เณร ชีปุก ชีญานี ตรีธา ทองแท้ อยู่ในโรงงาน ทำโรงงาน แต่ต่อไปแม่ชีลูกจันทร์ ขนนกยูง นี่ต้องทำงานนอกโรงงานอย่างโด่งดังที่สุด ใหญ่ที่สุด สายธาตุสายธรรมเขาสั่งอย่างนั้น ให้ทำอย่างนั้นแล้วหลวงพ่อก็นิ่งเงียบ พอวันที่สองสั่งน้อยลง พอ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ เวลาบ่ายสามโมงห้านาที เสียงฆ้อง กลอง ระฆังดัง พระเณร เถร ชี มากันหมดร้องไห้กันระงมพร้อมเพรียงหมดร่มโพธิ์ร่มไทรที่พึ่งอันประเสริฐนะ...แล้วท่านก็ดับ อาตมาอยู่จนกระทั่งหลวงพ่อมรณภาพ
เรื่องของแม่ชีจันทร์อาตมาเคยได้ยินก่อนหน้านี้ในโรงงาน แม่ชีปุกพาแม่ชีจันทร์ไปพบหลวงพ่อ แม่จะพาเจ้าไปพบพ่อใหญ่ ให้พ่อใหญ่ต่อวิชชาให้ หล่วงพ่อท่านรับแขกเสร็จท่านก็บอกว่าให้มานั่งปฏิบัติกับหลวงพ่อสัก ๓ วันเดี๋ยวจะมีวิชชา สายธาตุสายธรรมสายสมบัติในนิพพานจะเพิ่มพูนให้ลูก ต่อไปลูกจะต้องดัง ทำงานอันยิ่งใหญ่ไพศาลแทนหลวงพ่อ หลังจากนั้นก็มาได้ยินครั้งสุดท้าย วันที่ท่านจะมรณภาพ ท่านเรียกมาสั่งมอบมรดกธรรมให้ผู้ที่จะสืบทอดวิชชาของท่านต่อไป
หลังจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพ อาตมาก็กลับมาอยู่ที่สุพรรณบุรี มาพัฒนาวัดท่าช้าง หลวงพ่อได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอวัดท่าช้าง วัดใหญ่โต ต่อมาโยมนิมนต์ให้มาอยู่วัดบ้านเกิด วัดหัวเขา เพราะหลวงตาทุ้ย ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสอาพาธ ใกล้มรณะ เขาก็ไปรับมา พอมา หลวงพ่อก็ขยายที่เพิ่มอีก ๒๓ ไร่ ๖ งาน เพราะเวลางานตักบาตรเทโว คนมันแน่น ที่ไม่พอในการจัดงาน จึงซื้อที่เพิ่ม ปัจจุบันหลวงพ่ออายุย่าง ๗๓ ปี พรรษา ๕๒ หลวงพ่อก็ยังปฏิบัติอยู่ ทำวิชชาธรรมกายตามแบบหลวงพ่อสด โดยเฉพาะวันพระ และวันอาทิตย์ หลวงพ่อจะมีเปิดสอนสมาธิ เวลาบ่าย ๓ โมงถึงบ่าย ๔ โมง ทำสมาธิต่อเนื่องมาไม่เคยขาด
เมล็ดกล้าที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้เพาะขึ้นมา บัดนี้ ๗๓ ปี ๕๒ พรรษา เมล็ดกล้านี้ได้เจริญงอกงาม แผ่ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งแก่สาธุชนทั่วไป หลวงพ่อสุบิน วัดหัวเขา แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด แต่ในใจพระเถระท่านนี้ยังคงตระหนัก รักเคารพและศรัทธาในครูบาอาจารย์อย่างมิแปรเปลี่ยน จนท่านได้รับแต่งตั้งจากประเทศศรีลังกา เป็นพระราชาคณะตำแหน่งที่พระพุทธศาสนาโสภณ