แม่ชีทวีพร เลี๊ยบประเสริฐ
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 451205-บุคคลยุคต้นวิชชา1
แม่ชีมาวัดปากน้ำตอนปี ๒๔๙๑ ตอนอายุ ๑๙ ปีก็อยากจะบวชชีคือมีคนรู้จักมีความหวังดีต่อกัน บ้านอยู่บางบ่อ มาด้วยกัน เตี่ยเป็นคนจีนไม่ให้มา แต่แม่ให้มา ตอนแรกมาอยู่ไม่มีเงิน ขายทองได้ ๓๕๐ บาท ก็ซื้อเสื้อผ้ามาบวชเป็นชีที่วัดปากน้ำ โดยมีคุณแม่เป็นคนรับรอง วัดปากน้ำตอนนั้นอากาศดีมาก มีกุฏิไม้สร้างเป็นกุฏิเล็ก เป็นหลังๆ มากมาย มีพระเณร ๖๐๐ กว่ารูป แม่ชี ๒๐๐ กว่าคน กุฏิของหลวงพ่อเป็นกุฏิไม้สองชั้นแต่หลวงพ่ออยู่ชั้นล่าง ติดกับโรงงานทำวิชชา โรงงานเป็นสังกะสี คนมาวัดเยอะบวชชีก็เยอะมาก
พอมาเจอหลวงพ่อท่านก็สอนวิชชาธรรมกายให้นั่งสมาธิ หลวงพ่อท่านจะลงรับแขกที่ศาลาบ่าย ๒ โมง เป็นศาลาชั้นเดียวติดพื้นดินพออยู่มาได้ธรรมะหลวงพ่อ ท่านก็เรียกเข้าโรงงานทำวิชชา ตอนทำวิชชาจะอยู่กันเป็นผลัดๆ ผลัดละ ๔ ชั่วโมง มีทั้งหมด ๓ ผลัด แม่ชีอยู่ผลัดสองมีแม่ชีญาณีนี้เป็นหัวหน้าผลัดอีกคนหนึ่งคือแม่ชีปุก ผลัดที่สอง แม่ชีทองสุข แม่ชีจันทร์อยู่ผลัดที่สาม คนที่เก่งหลวงพ่อจะเลือกให้เป็นหัวหน้า ผลัดหนึ่งมีประมาณ ๘-๙ คน เฉพาะชี ส่วนพระก็มีเยอะแต่นั่งแยกอยู่อีกฟากหนึ่ง มีฝากั้นไว้ สมัยก่อนก็จะมีเตียงขาดรู้ เป็นเตียงเล็กๆ คล้ายธรรมาสน์พอดีเฉพาะหน้าตัก คนนั่งแล้วมีมุ้งหลังเล็กๆ ครอบ ซึ่งคนจะได้นั่งเตียงขาดรู้นั้นสมาธิต้องนิ่งแน่น หลวงพ่อวัดปากน้ำจะเป็นคนเลือก แม่ชีจันทร์ นี่ก็ได้เตียงขาดรู้
ตอนทำวิชชา หลวงพ่อท่านก็จะใช้เสียงพูดเอง คอยถามวิชชาแม่ชีตรีธาอยู่ผลัดสอง แต่ไม่ได้เป็นหัวหน้าผลัดตอนเย็นไม่กินอาหารกินแต่ผลไม้แทน เพราะเป็นโรคกระเพาะ จะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่อมาก แม่ชีญาณีกับแม่ชีทองสุขตอนนี้เสียไปแล้ว แม่ชีฉลวยก็ทำวิชชาเป็นหัวหน้าคอยดูแลหน้าประตูใครจะเข้าจะออก ตอนนั้นอยู่ด้วยกันตอนที่หลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่ก็ประมาณ ๕o คน เรื่องของการทำวิชชานั้น หลวงพ่อให้ทำวิชชาแก้ เภทภัยของประเทศ และรักษาโรคมีคนมาขอให้หลวงพ่อเรียกฝนก็มี เป็นคนทำนาแถวๆ สุพรรณ ให้ทำนา ทำสวน ทำไร่กันได้แล้วฝนก็ตกจริงๆ จะช่วยกันในโรงงานมีอะไรก็ช่วยกัน ในห้องนั้นห้ามนำอาหารเข้าไปกิน เวลาแขกมาห้ามพาแขกเข้าไปในโรงงานทำวิชชา คนป่วยที่จะให้รักษาต้องเขียนชื่อสกุลที่อยู่ เป็นโรคอะไร แล้วส่งให้หลวงพ่อ ท่านก็จะสั่งให้แม่ชีแก้อีกครั้งหนึ่งบางคนใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะหายและเมื่อเวลากลับบ้านแล้ว ต้องปฏิบัติธรรม และถือศีลด้วย ก่อนนอนต้องนั่งธรรม ๑๐-๒๐ นาที อย่างโรคภัย ไข้เจ็บ อาการบ่งบอกว่าจะตายในระยะเท่านั้นเท่านี้พอหลวงพ่อส่งคนไป รักษาคนนั้นก็ไม่ตาย วิธีรักษาก็ไม่ต้องกินยา ใช้กายองค์พระธรรมกาย กลั่นธาตุธรรมให้ใสให้สะอาด อันนี้ต้องทำเรื่อยๆ ต้องไปรักษาคนถึงในโรงพยาบาลก็มี อยู่ตามห้องพิเศษหมอรักษาทางนอก เรารักษาทางใน หลวงพ่อท่านส่งไป หมอพบเห็นแม่ชีนั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วยเขาก็รู้ แล้วก็หลบให้
เวลานั่งสมาธินั้นต้องนั่งให้มีความสุข ไม่ให้มีกิเลสตัณหา บางทีหลวงพ่อก็สั่งให้ไปนรกสวรรค์โดยมีแม่ชีจันทร์ร่วมด้วย หลวงพ่อเคยสั่งให้ไปตามคนมา เขาจะเอาไปนรก ต้องให้ตามกลับมา รู้ว่าต้องตายตอนนี้ แต่อย่าพึ่งให้เอาไป เอาไว้สร้างกุศล หลวงพ่อท่านจะส่งคนไปสอนธรรมะข้างนอกด้วย ตอนนั้นจะมีแม่ชีทองสุข ส่วนตัวฉันหลวงพ่อก็ให้ไปสอนธรรม ๕-๖ วันก็กลับ หลวงพ่อให้ไปสอนที่ฉะเชิงเทรา ส่วนมากจะไปตามวัด ตั้งแต่หลวงพ่อสิ้นก็ไม่ได้ออกไปสอนธรรมที่ใดอีก ตอนที่สอนธรรมะคนมาเรียนเยอะ ที่วัดหลังตลาด ตอนเย็นๆ ตอนกลางวันค้าขายตกตอนเย็นก็มานั่งทำธรรมะ
วัดปากน้ำสมัยหลวงพ่อท่านมีชีวิตอยู่มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นเยอะมาก มีคนเห็นพระพุทธเจ้าลอยอยู่บนฟ้า ตอนเวียนเทียนวันวิสาขบูชาและมาฆบูชา ฉันก็ได้เห็นกับตา เห็นพระพุทธเจ้าลอยอยู่บนท้องฟ้า มีมาให้เห็นหลายองค์ ดูไปดูไป ก็เลือนหายไป มีเหตุการณ์ประหลาด มีเสียงน้ำไหล แล้วก็ได้ยินเสียงสวด คือสมัยนั้นหลวงพ่อท่านจะให้นำร่างคุณย่า(คือโยมแม่หลวงพ่อ) มาไว้ที่วัดแล้วสวดพระอภิธรรมให้ทุกคืน หลวงพ่อท่านบอกว่า คืนนี้หลวงพ่อจะเชิญเทวดา พรหม อรูปพรหม มาสวดให้โยมแม่ พอตกกลางคืน ฉันก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ ดังก้องไปในอากาศ ได้ยินคนเดียว คนอื่นนอนหลับกันหมด คิดจะปลุกก็ไม่กล้า
หลวงพ่อท่านใจดีไม่ดุ ไม่มีสตางค์ใช้ก็ขอหลวงพ่อ สบู่ไม่มีก็ขอหลวงพ่อ สมัยก่อนใช้สบู่กรดเป็นก้อนๆ ถูเสื้อผ้า หลวงพ่อท่านจะสอนให้เป็นคนดีให้อดทน ตอนท่านป่วย มีทุกขเวทนาท่านไม่ร้องเลย พาไปรักษาที่โรงพยาบาลท่านก็ไม่ไป ให้หมอมารักษาหลวงพ่อที่วัด จนเส้นโลหิตฝอยแตก แล้วเป็นอัมพาตซีกเดียว แต่แม้ป่วย หลวงพ่อก็ยังแจกพระ ท่านฉันอาหารหนเดียว พอวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ เวลาบ่าย ๓ โมง ๕ นาทีหลวงพ่อก็สิ้นคือปฏิบัติหน้าที่จนนาทีสุดท้าย ตอนหลวงพ่อท่านอยู่ท่านก็ทำพระของขวัญด้วยรุ่น ๑, ๒, ๓ ครบทั้ง ๓ รุ่นก่อนมรณภาพ พอต่อมาหลวงพ่อเล็ก (พระมหาเจียก) ก็แจกพระต่อจากท่าน พอหลวงพ่อท่านสิ้น บางคนก็ลาสิกขาทั้งพระทั้งชี
ปัจจุบันแม่ชีทวีพร เลี๊ยบประเสริฐ อยู่ที่วัดปากน้ำ ตอนนี้อายุ ๗๔ ปีแล้ว ก็ยังรับรักษาโรคอยู่ ด้วยวิชชาธรรมกายโดยขอบารมีหลวงพ่อ สวดมนต์ก็ต้องจองคิวกันไว้ ถึงแม้หลวงพ่อท่านสิ้นไปแล้วแต่บารมีของท่านยังคุ้มครองลูกศิษย์ทุกคนที่มากราบไหว้บูชากันอยู่ตลอดเวลา