แม่ชีรัมภา โพธิ์คำฉาย
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 451205-บุคคลยุคต้นวิชชา1
แม่ชีมาอยู่กับหลวงพ่อตอนอายุ ๒๐ ปี แม่ชีชั้น จอมทอง คนบางบ่อสมุทรปราการ เป็นญาติกัน เป็นคนชวนมา ที่จริงเราเลื่อมใสหลวงพ่อมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ปีแล้ว แม่ชีชั้นก็ไปหาทุกปีหน้าเกี่ยวข้าว ช่วงเดือนธันวาคมแกจะเอาเรือไปขนข้าว บ้านโน้น บ้านนี้บริจาค ถัง สองถัง จนเต็มลำเรือก็ขนไปโรงครัววัดปากน้ำ บ้านแม่ชีทวีพร ก็อยู่แถบนี้ แม่ชีชั้น เวลาไปจะไปเล่าถึงเรื่องสมาธิ เราฟังดูแล้วเราก็ศรัทธา ตอนจะมาใหม่ๆ ก็มาไม่ได้เพราะบ้านไม่มีใคร มียายซึ่งแก่แล้ว มีพี่ชาย มีกันแค่ ๒-๓ คนมาไม่ได้ ฉันจึงรอถึงอายุ ๒๐ ก็เลยอยากจะมา เพราะแม่ชีชั้นไปเล่าถึงเรื่องได้ธรรมกาย เห็นโน่น เห็นนี่ ใครตายไปตกนรกขึ้นสวรรค์เห็นหมด ไปบอกคนที่บางบ่อที่ตายไป คนนั้นตกนรก คนนี้ขึ้นสวรรค์ เราได้ยินก็ใจหาย พอดีปีนั้นคนข้างๆ บ้านเป็นอหิวาตาย อาทิตย์เดียว ๗ คน ตายเกือบหมดบ้าน เราคิดว่าเราอยู่ไม่ได้แล้ว ศพก็ผ่านหน้าบ้านทุกวัน เลยตัดสินใจว่ายังไงต้องไปวัดปากน้ำให้ได้ ตอนนั้นก็มีหลวงตาองค์หนึ่งชื่อหลวงตาดอกไม้รู้จักหลวงพ่อวัดปากน้ำ ฉันก็ไปขอให้ท่านพาไป ท่านก็ถามว่ายายจะให้ไปหรือ ฉันก็ตอบว่า ไปชั่วคราว ยายคงให้มั้ง พอไปฟังธรรมะหลวงพ่อก็เกิดศรัทธา ครั้งแรกยังไม่ได้บวช ก็กลับไปก่อน ไปเล่าให้ยายฟังว่าใครๆ ที่เห็นธรรมะก็ช่วยได้ โรคภัยไข้เจ็บหายหมด ยายก็ให้ไปเอาวิชชามาแก้โรค ไปคราวนี้ไม่มาอีกเลย ตอนนั้นไปเดือนเมษายน ๒๔๙๐ มาได้บวชชีเดือนกรกฎาคม ใกล้ๆ เข้าพรรษา พอได้เห็นธรรมะจริงๆ ก็ได้เข้าโรงงาน แต่ก่อนที่จะมาเจอหลวงพ่อ ฝันเห็นหลวงพ่อท่านบ่อย
สมัยนั้นมาอยู่ช่วงแรก นั่งอยู่หลายเดือนยังไม่เป็นธรรมะ ก็ยังไม่ได้เข้าโรงงาน พอเห็นก็ได้เข้าโรงงาน แล้วก็โกนผมบวชชีเลย สมัยที่เข้าโรงงานมีพวกเด็กนักเรียนมานั่งด้วย พวกนี้ไม่ได้โกนผม ในยุคนั้นหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ มีนั่งกันอยู่ ๒ เวร เวรละ ๖ ชั่วโมง ตั้งแต่ ๕ โมงเย็นถึง ๒ ยาม จาก ๒ ยามไปออก ๒ โมงเช้า หมุนเวียนกันไป ต่อๆ มาหลวงพ่อท่านเห็นว่าจะไม่ได้ดีเท่าที่ควร เพราะหลับกันมาก ในโรงงานหลวงพ่อท่านจะให้แก้ไขโรคภัย ทุกข์มนุษย์ บ้านเมืองเดือดร้อนก็ช่วยกันแก้ไข หลวงพ่อท่านจะสอนว่าเจอใครก็สอนให้เขาเป็นธรรมะนะ สิบคนเป็นธรรมกายคนเดียว ไอ้เก้าคนนี้ไม่ใช่พวกเรา เพราะคนไม่ได้ไม่รู้แจ้ง แม่ชีรัมภาเห็นจริง หลวงพ่อท่านจะพักวันละ ๑-๒ ชั่วโมงเท่านั้น ท่านจะคุมดูแลการทำวิชชาทุกเวร ท่านจะอยู่ทุกเวร ถ้าพัก หลวงพ่อก็จะตื่นทันเวรทุกครั้งเหมือนท่านบังคับจิตให้หลับก็หลับ ให้ตื่นก็ตื่น
หัวหน้าเวรในโรงงานทำวิชชาก็จะมี ๑ ยายปุก ๒ พี่ละมัย ๓ พี่ญาณี ๔ พี่หลวย (ฉลวย สมบัติสุข) ๕ พี่ตรีธา ๖ ยายหนอม (มาจากในวัง) หลวงพ่อจะถามบุคคลเหล่านี้บ่อย ส่วนน้าสุก (ทองสุข) เป็นฝ่ายเผยแผ่สอนธรรมะที่ข้างนอก แล้วพอคนได้ธรรมะเชี่ยวๆ ก็จะส่งเข้ามาให้หลวงพ่อในโรงงาน น้าเธียร พี่ฉลวยก็เป็นศิษย์ของคุณยายทองสุขทั้งนั้น เจ๊จันทร์หรือแม่ชีจันทร์ก็เป็นลูกศิษย์ของพี่สุกเหมือนกัน
เตียงขาดรู้ สำหรับคนที่นั่งธรรมะขาดรู้ ขาดรู้หมายความว่าเราได้ธรรมะขั้นละเอียด จะละเอียดชัดใส ใสในใส จนแจ่มแจ้งชัดเจนหมดแล้วก็ปล่อยวาง ธาตุธรรมสะอาด เข้ากลางของกลาง เข้าหาต้นของตันจนไปสับซ้อนอยู่ในนิพพาน เห็นนิพพานชัดเจน รู้เรื่องนิพพานหมด แต่เราไม่สนใจกายมนุษย์ กายมนุษย์จะอยู่ในสภาพไหนเราไม่สนใจ ปล่อยเลยไปรู้แต่ภายในจึงเรียกว่าขาดรู้คือขาดรู้จากมนุษย์ ที่ได้สมัยนั้นก็หลายคนที่จำได้ก็คือเจ๊จันทร์ (แม่ชีจันทร์ แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ขาดรู้จะเป็นเด็กๆ เวลาบอกวิชชาในโรงงาน หลวงพ่อจะเป็นคนสั่งวิชชาพูดผ่านฝากระดานที่กั้นไว้ชีอยู่แถบหนึ่ง พระอยู่อีกแถบหนึ่ง มีที่กั้นแยกส่วนกันชัดเจน
หลวงพ่อสอนทุกๆ คนเหมือนกัน ไม่มีใครพิเศษกว่าใคร มีครั้งหนึ่งตอนท่านป่วยหนักเป็นปีที่ ๑๓ ที่ฉันมาอยู่กับหลวงพ่อ วันนั้นท่านให้คนมาเรียก ท่านถามว่า "เอ้าสั่นหายหรือยัง" สั่นก็คือไม่สบาย ฉันก็ตอบว่าค่อยยังชั่วแล้ว ท่านบอกว่า "ทำวิชชาไว้นะ ทำได้เป็นของเรา ถ้าเราไม่ทำ เราจะไม่ได้" สั่งคำนี้ ท่านสั่งไว้ ชีวิตจิตใจของหลวงพ่อไม่มีอะไรมากไปกว่าวิชชา ๒๔ ชั่วโมง หลวงพ่อไม่เคยห่าง ทำวิชชาตลอด หลวงพ่อจะทดลองวิชชาอยู่เรื่อย มีครั้งหนึ่งมีญาติโยมมานั่งกันเต็ม ช่วงกลางคืน คืนนั้นดาวเต็มท้องฟ้า ท่านก็ให้เณรที่อยู่ใกล้ๆ ท่าน (หลวงพ่อเล็ก)ดับดาวบนท้องฟ้า จะเห็นดาวดับเป็นแถบๆ เลย เพื่อให้รู้ว่าวิชซาธรรมกายสามารถทำได้ ไม่ใช่เพื่อเหตุผลอย่างอื่น
คุณแม่ได้อยู่ในช่วงการทำพระของขวัญรุ่น ๑ แต่ก่อนไม่มีสูตรอะไรหรอก ได้แป้งมาผสมเกสรดอกไม้ ปั้นเป็นก้อน แล้วอัดเป็นบล๊อกออกมา ละลายน้ำง่าย ดังนั้นรุ่น ๑ ไม่มีสวย พระผงรุ่น ๑ ใส่แล้วจะแคล้วคลาดได้ดี โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุ ถ้าใครยังใส่พระอยู่ในตัว แล้วยังเกิดอุบัติเหตุ หลวงพ่อท่านบอกว่าต้องไปต่อว่า เข้าไปในธาตุในธรรมไปต่อว่า ฤทธิ์ยังไม่พอ ยังคุ้มครองไม่ได้ ต้องไปต่อว่าเจ้าของในธาตุในธรรม ไปขอฤทธิ์มา เพราะยังใช้ไม่ได้ พระผงหลวงพ่อทำ ๘๔,๐๐๐ องค์ไม่ขาด ไม่เกิน เพื่อพอดีกับ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ศักดิ์สิทธิ์หมดทุกองค์ พระของหลวงพ่อ มีเจ้าของทุกองค์ คนที่เป็นเจ้าของพระเมื่อถึงเวลา แม้อยู่ที่ไหนก็ต้องมา ข้ามน้ำ ข้ามทะเลก็ต้องมาเอา หลวงพ่อเน้นการทำวิชชามาก เรื่องธรรมะเป็นเรื่องแรก ท่านต้องการเผยแผ่ธรรมะของท่านมากกว่า ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่คนมาให้ช่วยแก้เป็นผลพลอยได้ แต่มั่นที่หลักคือวิชชามากกว่า หลวงพ่อท่านเข้มแข้งไม่อ่อนแอ ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเห็นท่านไปค้างที่ไหนเลย ก็มีแต่เฉพาะตอนเข้าโรงพยาบาลเท่านั้น
ปัจจุบันคุณแม่อายุ ๗๕ ปี ที่รักษามโนปณิธานในการทำวิชชาตั้งแต่อายุ ๒๐ กว่าจนมาถึงเดี๋ยวนี้ก็คือ ไม่ได้คิดอะไรเรื่องสังขาร หลวงพ่อสอนอย่างไรเราก็ทำไปตามนั้น มีที่ไปตั้งสำนักสอนสมาธิ ก็มีแม่ชีจันทร์ เก่งธรรมะ สอนธรรมะแล้วก็ขยับขยายไปเรื่อยๆ ที่แคบก็ขยาย มีนักศึกษามาฝึกกันเยอะ ในสมัยแรกๆ คนเหล่านี้มาจากบารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำไปตามมาทั้งนั้น สอนจนเดี๋ยวนี้ตั้งสำนักใหญ่ชื่อวัดพระธรรมกาย แม่ชีหวานใจก็ไปตั้งสำนักสวนแก้วที่ราชบุรี ส่วนที่อยู่ในวัดปากน้ำ ที่อยู่สมัยหลวงพ่อเฉพาะแม่ชีก็มี ๑.พี่ตรีธา เนียมขำ เป็นประธานมูลนิธิวัดปากน้ำ ๒.ตัวฉันแม่ชีรัมภา โพธิ์คำฉาย ๓.แม่ชีทวีพร ๔.แม่ชีทองแก้ว ๕.แม่ชีพราหมณ์(ไม่ได้อยู่ในโรงงานแต่ได้ธรรมกาย) คิดแล้วไม่ถึง ๑๐ คน ปัจจุบันก็ยังมีทำวิชชาตลอด ๒๔ ชั่วโมง เวรละ ๔ ชั่วโมง มีพี่ตรีธากับฉันเป็นคนควบคุมคอยสั่งวิชชา ส่วนทางพระไม่ทราบ ท่านเจ้าคุณภาวนา ท่านเป็นคนควบคุม
สำหรับสมเด็จวัดปากน้ำ องค์ปัจจุบัน หลวงพ่อท่านนำไปฝากสมเด็จพระสังฆราชที่วัดเบญจมบพิตรฯ ตั้งแต่สมเด็จ (ช่วง) ยังเป็นเด็กแล้วบอกว่า องค์นี้นำมาฝากไว้นะ ต่อไปจะให้เป็นสมภารวัดปากน้ำ ส่วนกุฏิเสาไม้สักใหญ่หลวงพ่อท่านบอกว่าสร้างไว้ให้ท่านช่วง
กุฏิเดิมของหลวงพ่อ ปัจจุบันนี้เป็นที่ไว้ศพของท่าน ตอนสมัยมีชีวิตอยู่ หลวงพ่อมีลุงประยูร คอยดูแลท่าน ลุงประยูรนี้ก็ได้วิชชาหลวงพ่อ ก่อนลุงประยูรตาย ลุงประยูรก็ต้มน้ำ อาบน้ำซักผ้า ลุงแกเป็นคนสะอาด เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิสักพักตัวก็อ่อนแล้วก็ตาย ทุกคนก็วิ่งมาถาม ลุงประยูรเป็นอะไร แกนั่งสมาธิไปเนื้อตัวสะอาดไม่ต้องอาบน้ำเลย อายุลุงตอนนั้น ๗๒ ปี เวลาทำวิชชานั้น หลวงพ่อจะมีของศักดิ์สิทธิ์คือกายสิทธิ์เป็นเครื่องทุ่นแรง แม่ลำภาได้แก้วใสเป็นเครื่องทุ่นแรง ทำให้เรามีธรรมะมากขึ้น เหมือนแก้ว ๗ประการ ของทั้ง ๗ อย่างจะทำให้เกิดทิพย์ พรหม ไม่มีที่สิ้นสุดมีพลัง เวลาท่านสั่งวิชชาก็จะเรียกรวมๆ ทั้งพระทั้งชีได้ยินหมด ท่านจะถามว่าไง ทันมั้ย เข้าใจหรือเปล่า ท่านคุมตลอดแต่ก็มีแอบนอน แอบง่วง ท่านก็ดุ
บุญที่ได้จากการได้ธรรมกายมากไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้ สร้างวัดเป็น ๑๐๐ วัดก็เทียบไม่ได้ เพราะมันเป็นการสร้างวัตถุ ไม่ทำให้หลุดพ้น ในงานมาฆบูชาหรือวิสาขบูชา หลวงพ่อจะเปิดให้คนดู ให้เห็นพระพุทธเจ้า คนที่ไม่เชื่อจะได้เห็นเป็นส่วนใหญ่ มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาเห็นธรรมะสว่างไสวกลางวงไพ่ ทิ้งไพ่เลย ไม่เล่นอีกแล้ว สามีไม่เชื่อ อยู่มาวันหนึ่งสามีมาเวียนเทียนที่วัดปากน้ำ เขามองไปบนท้องฟ้า เห็นพระพุทธเจ้าองค์ชัดใสสว่าง เขาก้มลงกราบ น้ำตาไหลเลย เดี๋ยวนี้ศรัทธามาก ยังมีชีวิตอยู่
ตอนหลวงพ่อท่านมรณภาพท่านให้เก็บศพของท่านไว้ ช่วยคนได้ ท่านต้องการให้ทุกคนไปนิพพาน หลังจากท่านสิ้นก็มีการแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง บางคนก็ยังไม่กลับ ก่อนท่านจะสิ้นได้สั่งเรื่องธรรมะไว้ว่าให้ทำวิชชาให้ตลอดอย่าทิ้ง ได้รักษามโนปณิธานเอาไว้ ปัจจุบันก็ยังคงทำกันอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลงทำตามที่หลวงพ่อสั่งใช้วิชชาเผยแผ่ธรรม ช่วยทุกเรื่องทั้งเจ็บไข้ได้ป่วย บ้านเมือง อยากให้ทุกคนได้เห็นธรรมะเหมือนเรา แล้วเข้าใจให้เหมือนกัน ไม่อยากปิดบังใครเลย การเข้าถึงธรรมะ ถ้าใจไม่สะอาดพอก็เข้ายาก ต้องปล่อยวาง ปล่อยให้ใจมันว่าง ความคิดทุกสิ่งทุกอย่าง คิดดีคิดชั่ว ต้องไม่คิดทั้งนั้นปล่อยวางจนใจว่าง ใสสว่าง คนเราเข้าถึงธรรมกายได้ทั้งนั้น ได้ทุกชาติทุกภาษา ถ้าไม่ปฏิเสธ คนต่างประเทศก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรมกายคือมนุษยชาติคุยกันด้วยข้างใน สื่อกันด้วยพระธรรม ไม่ใช่ภาษาพูด มารคือความชั่ว มารจะแกล้งตลอด มารจะไม่อยากให้ทำความดี ให้ขี้เกียจ ใส่กิเลสให้ตัวเรา
สิ่งที่หลวงพ่อสอน ท่านบอกวิธีแล้วเราต้องทำเอง ใครก็ไม่สามารถช่วยเราได้นอกจากเราเหมือนกับเราจะจมน้ำ ถ้าไม่ตะเกียกตะกายเราก็จม หลวงพ่อจะบอกวิธีที่พ้นจากการจมน้ำ แต่เราต้องทำด้วยตัวเอง