ที่มาของคำว่า "สมเด็จป๋า"
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 450526-หนังสือสมเด็จป๋าเล่าเรื่อง หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ในฐานะเป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ สมเด็จฯ ก็ได้ดำเนินการปกครองสืบต่อจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนๆ เป็นอย่างดี และได้ก่อตั้ง "ศึกษานิธิ" ขึ้นเป็นมูลนิธิส่งเสริมการศึกษา และใน พ.ศ.๒๕๐๕ ได้เริ่มตั้งมูลนิธิชื่อว่า "ทุนพระพุทธยอดฟ้า" ในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อเป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ ขึ้นไว้อีกด้วย
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเจ้าอาวาสได้ออกระเบียบให้สามเณรผู้จะบวชเป็นพระภิกษุ สอบการสวดมนต์ให้ได้ก่อนจึงจะยอมให้อุปสมบทถ้าเป็นสามเณรเปรียญต้องสวดพระปาฏิโมกข์ได้ด้วย ถ้าสอบไม่ได้ไม่ยอมให้บวช แม้จะไปบวชที่อื่นก็ไม่ยอมให้มาจำพรรษาที่วัดพระเชตุพนฯ สามเณรที่สอบได้จะไปบวชที่วัดอื่นก็ได้ แต่ต้องเอาคู่สวดไปจากวัดพระเชตุพนฯ ๑ รูป เป็นกรรมวาจาจารย์ ถ้าไม่เช่นนั้น ไม่ยอมรับเข้าจำพรรษาในวัดพระเชตุพนฯ
วันธรรมสวนะ เวลาบ่ายโมงเคยมีพระธรรมเทศนา ๒ กัณฑ์เป็นประเพณีประจำของวัดสมัยข้าพเจ้าเป็นเจ้าอาวาสให้เลิกการเทศนากัณฑ์นั้นเสีย แต่ให้มีเทศนาปุจฉาวิสัชนาตั้งแต่สองธรรมาสน์ขึ้นเป็นการฝึกหัดพระแสดงธรรมโดยไม่ต้องอ่านหนังสือ ว่าปากเปล่า กัณฑ์เทศน์นั้นสิ่งของถวายพระแสดง ปัจจัยเข้าวัด แบ่งถวายพระเทศน์บ้างเล็กน้อย แต่วัดถวายพอแก่ค่ารถ
สมเด็จฯ เป็นพระเถระที่ทรงศีลาจารวัตรเหมาะแก่สังคม มีอากัปกิริยานุ่มนวลจูงใจคนให้เคารพนับถือและเกิดศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันดี มีโอภาปราศรัยเหมาะแก่บุคคลทุกจำพวก และที่น่าอัศจรรย์ก็คือ มีสิ่งซึ่งจะเรียกว่าเสน่ห์หรืออะไรก็ตาม ที่เป็นแรงกำลังสามารถจูงใจให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนและผู้มีเชื้อสายจีนเป็นจำนวนอันมาก ให้ความเคารพนับถือเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน ประชาชนทั่วไปรวมทั้งบรรดาศิษยานุศิษย์ และเด็กเล็กหนุ่มสาวคนเฒ่าคนแก่ ต่างพากันเรียกยกย่องสมเด็จฯ ท่านด้วยความเคารพนับถือว่า "ป๋า" เมื่อครั้งยังเป็นพระราชาคณะ ก็พากันเรียก "ป๋า" เฉยๆ หรือ "เจ้าคุณป๋า" และเมื่อท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว ก็ยังพากันเรียกว่า "ป๋า” หรือ "สมเด็จป๋า" หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมชผู้เป็นนักปราชญ์และนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคได้เขียนบรรยายสดุดีลงไว้ในหนังสือพิมพ์ สยามรัฐรายวัน ฉบับลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งเป็นวันโปรดเกล้าฯ ทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ ๑๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มีความดังต่อไปนี้
"วันนี้ คือวันศุกร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ เป็นวันสำคัญสำหรับพุทธบริษัทในประเทศไทย และนับว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของศิษยานุศิษย์แห่งเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ผู้ซึ่งได้รับสถาปนาขึ้นเป็นที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ ในวันนี้
"สมเด็จพระสังฆราชพระองค์นี้ได้ทรงเป็นที่เคารพรักของบรรดาศิษยานุศิษย์มาเป็นเวลาช้านาน เพราะทรงประกอบด้วยพระกรุณาคุณและเมตตาคุณโดยสม่ำเสมอตลอดมา ความเคารพของบรรดาศิษย์ทั้งหลายที่มีต่อพระองค์ท่านนั้นเป็นความสนิทสนมส่วนตัว บรรดาศิษย์ทั้งหลายตั้งแต่เด็กวัดไปจนถึงผู้มีอายุและมีตำแหน่งการงานแล้ว ได้พร้อมใจกันขนานฉายาให้ท่านใหม่ว่า "ป๋า"
"เมื่อท่านยังเป็นพระราชาคณะอยู่นั้น คนได้พากันเรียกท่านว่า ป๋า ตลอดมา ท่านก็มิได้รังเกียจที่คนเรียกท่านเช่นนั้น ใครเรียกท่านว่า ป๋า เฉยๆ ท่านก็ขานรับ ต่อมาเมื่อท่านได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ คนทั้งหลายก็เอาคำว่า สมเด็จ เติมไปข้างหน้าเรียกท่านว่า สมเด็จป๋า ผมเข้าใจเอาเองว่า ถึงแม้ว่าท่านจะได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ศัพท์ว่า สมเด็จป๋า ก็ยังจะติดปากติดใจคนใช้เรียกท่านไปอีกนาน