ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ผจญภัยกลางสายน้ำเชี่ยว

หลวงปู่วัดปากน้ำ · อานุภาพหลวงปู่ สู่โลกปัจจุบัน

PDF
สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของชาวโลก จนกระทั่งมีฝรั่งนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ The Bridge over the River Kwai สะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยแรงงานของเชลยศึกสัมพันธมิตรจำนวนมากที่ญี่ปุ่นเกณฑ์มา ซึ่งส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟจะต้องผ่านแม่น้ำแควใหญ่จึงมีการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น ณ บริเวณตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนเสียชีวิตลง เล่ากันว่า ทางรถไฟสายนี้ใช้แรงงานและชีวิตเชลยศึก ๑ ไม้หมอน ต่อ ๑ ชีวิตเลยทีเดียว ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ซึ่งปรากฏว่ามีผู้คนเดินทางไปชมสะพานแห่งนี้เป็นจำนวนมาก และหนึ่งในจำนวนผู้คนเหล่านั้น ก็คือแพทย์หญิงณัฐวรรณ พละวุฑิโฒทัย หรือหมอปอ ซึ่งขณะนั้นรับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลคำม่วง จ. กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ บรรดาเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลคำม่วงเดินทางไปทัศนศึกษาสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. บรรยากาศยามเย็นที่สดชื่นเย็นสบายและทิวทัศน์ที่สวยงาม มีมนต์เสน่ห์ดึงดูดทำให้เธอและเพื่อนหมออีก ๒ คน พากันเดินไปชมจนถึงกลางสะพาน เมื่อหมอณัฐวรรณมองลงไปใต้สะพานเธอเห็นว่ามีกระแสน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากเขื่อนทำให้น้ำในแม่น้ำแควมีระดับสูงขึ้นและไหลเชี่ยวกราก ทันใดนั้น พวกเธอก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังไล่มา ทุกคนจึงรีบหลบเข้าไปตรงจุดพักคนข้างรางรถไฟ เธอกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง คือหมอณัฐชัยยืนอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นเสียงหวูดรถไฟดังกระชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่รถไฟแล่นเฉี่ยวพวกเธอไป หมอณัฐวรรณรู้สึกว่ามีอะไรมาฟาดหัวอย่างแรง ทำให้เธอกับหมอณัฐชัยกระเด็นตกจากสะพานดิ่งลงกระแทกกับพื้นน้ำ หมอณัฐวรรณเล่าว่า หลังจากนั้นเธอก็วูบไป รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์อันเลวร้ายที่มีมัจจุราชรออยู่เบื้องหน้า เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจมและพยายามดิ้นรนว่ายน้ำพยุงตัว มีคนมาเล่าให้เธอฟังภายหลังว่า พวกชาวบ้านตะโกนโหวกเหวกร้องเรียกเรือที่เหลืออยู่ลำสุดท้ายบนลำน้ำให้เข้ามาช่วยเธอ หัวเรือเข้ามาถึงหมอณัฐชัยก่อนแต่โชคร้าย กระแสน้ำซัดเขาให้ห่างออกจากเรือและดูดให้จมดิ่งลงไปจนไม่สามารถช่วยได้ ในเวลาเดียวกัน คนขับเรือก็เหลือบเห็นมือของหมอณัฐวรรณที่โผล่ขึ้นมา ก่อนที่จะจมดิ่งตามหมอณัฐชัยลงไปแต่คนขับเรือคว้ามือเธอไว้ทันแล้วลากขึ้นมาบนเรือได้ และพยายามช่วยให้เธอได้สติเร็วที่สุด เมื่อเริ่มรู้สึกตัว เธอจำอะไรไม่ได้เลย งงว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมมีผู้คนมุงเต็มไปหมด ต้องใช้เวลาสักครู่กว่าจะเรียกความจำคืนมาได้ พอรู้ตัวก็รีบคลำสร้อยที่ห้อยหลวงปู่ทันทีนึกขอบพระคุณที่หลวงปู่ช่วยคุ้มครอง จากนั้นก็มีคนนำเธอส่งโรงพยาบาล ส่วนเพื่อนของเธอที่ตกสะพานไปด้วยกัน หลังจากผ่านการค้นหาเป็นเวลาๆ ๓๖ ชม. ถึงได้เจอในสภาพที่เป็นศพไปแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ มีแต่คนถามว่าเธอรอดมาได้อย่างไร สำหรับตัวหมอเองคิดว่า ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะทำให้เธอรอดจากความตายกลางสายน้ำเชี่ยวได้ นอกจากหลวงปู่ที่เธอแขวนเหรียญท่านติดไว้กับตัวเธอเห็นแล้วว่า เธอกับเพื่อนยืนอยู่ติดกัน โดนรถไฟพุ่งเฉี่ยวกระแทกตกลงไปด้วยกัน ณ ตำแหน่งเดียวกัน จมน้ำห่างกันนิดเดียว เพื่อนตายแต่เธอกลับรอดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ และแทบไม่บาดเจ็บอะไรเลย มีแค่หัวโนกับถลอกนิดหน่อย ด้วยบุญทั้งหลายที่เธอทำมาตั้งแต่เข้าวัดพระธรรมกาย จาก ๕ ขวบจนถึงปัจจุบัน และบุญที่ทำเนื่องกับหลวงปู่ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลนับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งมีใจผูกไว้กับหลวงปู่ตลอดมา ทำให้ในที่สุดหลวงปู่ก็คุ้มครองเธอให้รอดชีวิตเป็นอัศจรรย์ แม้ห้วงน้ำเชี่ยวใต้เส้นทางรถไฟสายมรณะก็ไม่อาจกลืนกินชีวิตของเธอได้