ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ไม่ต้องจีเอ็มโอก็ได้

ไฮไลต์: คำที่ตรง

มีใครรู้บ้างว่า ในบรรดาพืชผักผลไม้ที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ นอกจากมะเขือเทศ (พืชจีเอ็มโอชนิดแรก) ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวเจ้า ข้าวสาลี มันฝรั่ง และพืชผักผลไม้อีกหลายชนิดแล้ว "มะละกอ" ผลไม้สุขภาพยอดนิยม ก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ได้ชื่อว่ามีการตกแต่งดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms) หรือจีเอ็มโอ (GMOs) เพื่อแก้ปัญหาไวรัสจุดด่างวงแหวน ที่ทำให้ต้นมะละกอแคระแกร็น ติดผลไม่ดี ผลบิดเบี้ยว และมีจุดเป็นวงแหวนทั่วทั้งผล ทำให้เนื้อบริเวณวงแหวนเป็นไตแข็งและมีรสขม หากปราศจากไวรัสจุดด่างวงแหวน มะละกอก็จะเติบโตงอกงาม ให้ผลดก มีขนาดใหญ่รสชาติดี แต่นั่นไม่ใช่มะละกอในสวนของคุณพิกุล ศรีจำปา คุณพิกุลเป็นชาวไร่ ปัจจุบันปลูกมะละกออยู่ที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ก่อนหน้านี้เธอปลูกมะละกออยู่ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ก่อนหน้านี้รายได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากมะละกอไม่ค่อยออกลูก และเป็นไวรัสจุดด่างวงแหวน ทำให้ต้นแคระแกร็น ผลผลิตต่อครั้งต่ำมาก ๆ ได้ประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ กิโลกรัม ต่อเนื้อที่ปลูก ๓-๔ ไร่และเนื่องจากมะละกอเป็นโรคทำให้ผลไม่สวย ขนาดลูกก็ไม่ได้มาตรฐาน (มะละกอขนาดมาตรฐานมีน้ำหนัก ๒ กิโลกรัมขึ้นไป) ต้องคัดทิ้งถึงครึ่งหนึ่ง คือ ประมาณ ๔๐๐ กิโลกรัม เพราะตลาดไม่รับซื้อทำให้มีรายได้อยู่แค่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อการเก็บเกี่ยว ๑ ครั้งเท่านั้น ตอนนั้นอากาศแห้งแล้งมาก ฝนฟ้าไม่ตกเลย ทำให้มะละกอที่เป็นโรคและกำลังจะตายอยู่แล้วเฉาหนักเข้าไปอีก ออกลูกมาก็เล็กเนื้อไม่แดง ไม่หวาน ต้องคัดทิ้งมากมาย รายได้ก็น้อย แถมยังต้องจ่ายค่าจ้างคนงาน ค่าปุ้ย ค่ายา ทำให้ทั้งกลุ้ม ทั้งเครียด วันหนึ่ง คุณพิกุลได้อ่านวารสาร "อยู่ในบุญ" ซึ่งเป็นวารสารเพื่อการเผยแผ่ธรรมะของวัดพระธรรมกาย รู้สึกศรัทธาและอยากไปทำบุญที่วัด ดังนั้น เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เธอจึงไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย และได้ฟังคำสอนของหลวงพ่อ จนเกิดแรงบันดาลใจให้เธอปฏิวัติตัวเองใหม่ ปฏิวัติอย่างไร? ตอนนี้เธอไม่เครียดกับปัญหาอีกต่อไปแล้ว ทุกเช้าขณะให้น้ำต้นมะละกอ เธอเปีดบทสวดสรรเสริญหลวงปู่ พร้อมกับสวดไปด้วย พร้อมทั้งอธิษฐานจิตว่า "หลวงปู่เจ้าขา ช่วยให้ฝนตกด้วยเถิด อากาศแห้งแล้งมานานแล้ว ขอให้มะละกอออกลูกมาสวย ๆ ขายได้กำไรเยอะ ๆ ลูกจะได้นำเงินนี้ไปทำบุญ" หลังจากที่อธิษฐานได้ ๒ วันเท่านั้น ฝนเกิดตกหนักนานถึง ๒วัน และตกต่อเนื่องอีกเป็นอาทิตย์ เธอถึงกับตะลึงไปเลย เพราะไม่นึกว่าคำอธิษฐานจะให้ผลเร็วขนาดนี้ ทำให้มีกำลังใจมากขึ้นว่า หลวงปู่ท่านคอยเป็นกำลังใจให้เธอแน่ ๆ พอฝนตกเท่านั้น มะละกอแต่ละต้นก็ออกลูกมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อเวลาผ่านไปเพียงเดือนเศษ ไวรัสจุดด่างวงแหวนรวมทั้งวัชพืชต่าง ๆ ก็หายสาบสูญไปหมด ทำให้เธอไม่ต้องเหนื่อยถางวัชพืช แถมยังได้ผลผลิตถึง ๒,๕๐๐ กิโลกรัม มะละกอที่คัดทิ้งก็น้อยลงกว่าเดิมมาก ทำให้เธอมีรายได้ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อการเก็บเกี่ยว ๑ ครั้ง คือ มีรายได้เพิ่มเป็น ๕ เท่า ภายในเวลาเดือนเศษเท่านั้น หลังจากที่สวดสรรเสริญและอธิษฐานขอหลวงปู่ทุกวัน นอกจากนี้ครอบครัวของเธอก็มีความสุขมากขึ้น ลูกชายทั้ง ๓ คน ก็ว่านอนสอนง่ายขึ้น คุณพิกุลดีใจมากที่เจออานุภาพหลวงปู่ เลยนำมะละกอที่คัดพิเศษไปถวายพระที่วัดพระธรรมกาย ๗๐๐ กิโลกรัม ทุกวันนี้เธอยังเปิดเสียงสวดสรรเสริญหลวงปู่ในสวนมะละกอทำให้มะละกอไม่เป็นโรค ออกผลสวย ดก และได้ราคาดี โดยไม่ต้องปลูกมะละกอที่ตกแต่งดัดแปลงพันธุกรรมแต่อย่างใด นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องคล้าย ๆ กันที่เกิดขึ้นในสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ความเป็นมาของเรื่องนี้มาจากชาวสวนผู้หนึ่งที่เล่าให้มารดาของคุณทนุ มานะไชยรักษ์ (ปัจจุบันบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดพระธรรมกาย) ฟังว่า สมัยนั้น เธอพายเรือไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นประจำติดต่อกันนานถึง ๓๐ ปี จนกระทั่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของหลวงปู่ อยู่มาวันหนึ่ง (ราว ๆ พ.ศ. ๒๔๘๐) เจ้าของที่ดินที่เธอเช่าทำสวนขอยกเลิกการเช่า เธอและสามีเตรียมซื้อที่ไว้แปลงหนึ่งที่อำเภอบางขุนนนท์ จำนวน ๔ ไร่ ครั้งนั้นเธอมีเงินอยู่ ๓,๐๐๐ บาท ยังขาดอยู่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท เธอไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนจึงไปยืมเงินหลวงปู่ แต่หลวงปู่บอกให้เธอกลับไปรดน้ำต้นฝรั่งที่ปลูกไว้ในสวน แล้วจะมีเงินพอซื้อที่ เธอไม่เชื่อว่าที่หลวงปู่พูดจะเป็นจริง แต่ก็ลองรดน้ำฝรั่งดู ๖ ต้น ทั้ง ๆ ที่มีฝรั่งอยู่เต็มสวน ๕ ไร่เศษ รุ่งเช้า เธอไปดูต้นฝรั่งก็ถึงกับตะลึง เพราะฝรั่งทั้ง ๖ ต้น ออกผลเต็มไปหมด ล้วนแต่ผลโต ๆ ทั้งสิ้น เธอจึงเรียกลูกชายและสามีไปช่วยกันเก็บไปขาย ส่วนตัวเธอไปรดน้ำฝรั่งจนหมดสวน และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่หลวงปู่บอกไว้ คือฝรั่งทุกต้นออกผลโต ๆ เต็มไปหมด เธอเล่าว่า สามีและลูกของเธอแบกตะกร้าฝรั่งไปขายจนเท้าบวม เมื่อนำไปขายในตลาดใครเห็นก็อยากซื้อ ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เธอขายฝรั่งได้เงินมากพอสำหรับซื้อที่แปลงใหม่ และยังมีเงินเหลืออีกด้วย ต่อมาเธอต้องการปลูกบ้านในสวนแห่งใหม่ แต่เงินไม่พอ เธอจึงไปขอยืมเงินหลวงปู่อีก ครั้งนี้หลวงปู่ให้เธอไปรดน้ำผักหลังบ้าน เธอกลับไปรดน้ำผักกาดขาว ทันทีที่เธอรดน้ำลงไป ต้นผักกาดก็โตขึ้นมาในบัดดล เธอประหลาดใจมาก รีบเรียกให้ลูกและสามีมาดูสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทันตา ในที่สุดเธอก็ขายผักจนได้เงินมาสร้างบ้านได้สำเร็จ แม้ในครั้งพุทธกาล ก็เคยมีปาฏิหาริย์ในทำนองนี้เกิดขึ้น ดังเรื่องราวในพระไตรปิฎกที่บันทึกไว้ว่า ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ คนเฝ้าพระราชอุทยานชื่อนายคัณฑะ นำผลมะม่วงสุกไปน้อมถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับมะม่วงนั้น แล้วรับสั่งให้พระอานนท์คั้นเป็นน้ำปานะ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดื่มน้ำมะม่วงแล้ว ก็รับสั่งให้นายคัณฑะเพาะเมล็ดมะม่วง เมื่อพระอานนท์เอาคนโทตักน้ำรด หน่อมะม่วงก็งอกขึ้นต่อหน้ามหาชน และเติบโตมีใบ กิ่ง ก้าน ดอก ผล แล้วทุกคนก็ได้กินผลมะม่วงนั้น อานุภาพพระรัตนตรัยก็สามารถทำให้พืชเจริญเติบโตออกดอกออกผลดีและรวดเร็วได้ แถมกินแล้วปลอดภัย อันตรายไม่มี แต่พืชที่เกิดจากกระบวนการจีเอ็มโอ ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ยอมรับในความปลอดภัยว่า จะส่งผลอะไรต่อมนุษย์หรือเปล่าหากกินเข้าไปมาก ๆ ทำให้ทุกวันนี้พวกกรีนพีชยังต่อต้านพืชหรือสัตว์จีเอ็มโอกันอยู่ รู้อย่างนี้ถ้าเกษตรกรทั้งหลายหันมาใช้วิธีปลูกพืชแบบเดียวกับคุณพิกุล คือ สวดสรรเสริญพระรัตนตรัย หรือภาวนา "สัมมา อะระหัง" เพื่อให้เกิดมหากุศลจิต ซึ่งจะมีพลังมหาศาลดึงดูดอวินิพโภครูป ๘ คือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี กลิ่น รส อาหาร ที่มีอยู่ในอากาศมาบำรุงต้นไม้ให้เจริญงอกงาม ก็จะเกิดเหตุอัศจรรย์ได้เช่นกัน และดีกว่าจีเอ็มโอเสียอีก