วิสุทธิวาจา
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 124 ปี พระมงคลเทพมุนี
พระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านเป็นธรรมกถึกชั้นเยี่ยม พระธรรมเทศนาทุกบทของท่านล้วนสมบูรณ์ด้วยอรรถและธรรม ทั้งในเชิงปริยัติปฏิบัติ และปฏิเวธ ทุกถ้อยคำของท่านเป็นวาจาอันบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่คอยตอกย้ำให้เหล่าศิษยานุศิษย์เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติธรรมและการสั่งสมบุญบารมีเพื่อประโยชน์ในภพชาติเบื้องหน้า ไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมอีกด้วย ดังตัวอย่างโอวาทในพระธรรมเทศนาบางตอนของท่าน ดังนี้
จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ใจต้องหยุดนิ่ง
"...ผู้ที่จะเข้าถึงพระรัตนไตย ต้องเอาใจไปจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของตนนั้น แล้วทำใจให้หยุดในหยุดหนักเข้าไปทุกทีไม่ให้คลายออกทำไปจนใจไม่คลายออก ใจนั้นหยุดในหยุดหนักเข้าไปทุกที
นี้เป็นทางของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ไม่ใช่ทางไปของปุถุชน ทางไปของปุถุชนไม่หยุด ออกนอกจากหยุด นอกจากทางไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ หยุดเสมอจึงได้เจอะ เจอพระพุทธเจ้าพระอรหันต์..."
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง รตนตยคมปณามคาถา ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๒)
โลกมนุษย์...เป็นทำเลสร้างบารมี
"...สิ่งทั้งหลายนั้น เมื่อเรารักษาอยู่ เมื่อเรายังมีชีวิตเป็นอยู่ ก็เป็นของเราอยู่ แต่พอแตกกายทำลายขันธ์เท่านั้น สมบัติเหล่านั้นไม่ใช่ของเราเสียแล้ว กลายเป็นของคนอื่นเสียแล้ว ไม่ใช่ของเราจริงๆ
ในมนุษยโลกเราผ่านไปผ่านมาเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นบ้านเมืองของเรา ไม่เป็นถิ่นทำเลที่เราอยู่ เป็นทำเลที่สร้างบารมี มาบำเพ็ญทาน ศีล เนกขัมม์ ปัญญา วิริยะ อธิษฐาน ขันติ สัจจะ เมตตา อุเบกขา เท่านั้น..."
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง สุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้ ๑๙ กันยายน ๒๔๙๗)
จิตเกษมผ่องใส เงินไหลเข้ามาเอง
"...ถ้าว่าจิตหยุดเสียได้ละก็ เขมํ ทีเดียว เกษมผ่องใสเหมือนอย่างกับกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้าทีเดียว เกษมผ่องใสขนาดนั้นจิตเกษมผ่องใสเช่นนั้นแล้ว จิตดวงนั้นแหละตัวมงคลแท้ๆ ที่เรียกว่า มงฺคล อุตตมํ นั่นแหละ ตัวมงคลแท้ๆ เทียว เหตุเครื่องถึงซึ่งความเจริญ
ถ้าจิตหยุดเช่นนั้นเสียแล้วละก็ เงินน่ะ ไม่ต้องหายากหาลำบากแต่อย่างไรหรอก
ถ้าจิตผ่องใสขนาดนั้นแล้ว ไม่ต้องทำงานอะไรมากมายหรอก มันไหลเข้ามาเองนะ เงินน่ะไม่มีเดือดร้อน มีแต่เงินเข้า เงินออกไม่มี ออกก็เล็กๆ น้อยๆ เข้ามามาก ผ่องใสอย่างนั้นละก็ นั่นตัวนั้นเป็นตัวสำคัญทีเดียว"
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง มงคลสูตร ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๗)
พระพุทธเจ้าท่านคอยดูแล
"...การให้อย่างนี้แหละ ถูกต้องร่องรอยของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์
พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เมื่อมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็มีการให้อย่างนี้ จึงเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้ ถ้าปราศจากการให้อย่างนี้แล้วเจริญรุ่งเรืองอยู่ไม่ได้ เมื่อให้ความเจริญแก่พระพุทธศาสนาแล้ว ความเจริญก็หันเข้าสู่ตัวไม่ต้องไปสงสัย...
ในประเทศไทยพระพุทธเจ้ามีจริงๆ ในที่ลับๆ ประเทศนิดเดียวเท่านี้แหละเป็นเอกราชอยู่ได้ ปืนผาหน้าไม้ทำกับเขาไม่เป็น เรือแพนาวา เรือยนต์กลไฟต่อไม่ได้ทั้งนั้น แต่ว่าเป็นเอกราชได้แปลกเหลือเกิน เป็นเอกราชได้ด้วยอะไร
นี่เป็นเอกราชด้วยพระพุทธศาสนา ด้วยพระพุทธเจ้าท่านคอยดูแลแก้ไข รักษาชาติ ศาสนาของท่านไว้ ให้ศาสนาดำรงอยู่ เพราะหมดทั้งชมพูทวีป ศาสนาเดี๋ยวนี้มาแน่นหนาอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น"
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง สังคหวัตถุ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๖)
สุดสายธรรม
"....เมื่อยังไม่สุดกายของตัวเองแล้ว ตัวเองก็ปกครองตัวเองยังไม่ได้ ยังมีคนอื่นเป็นผู้ปกครองลับๆ เพราะไม่ไปถ้าไปถึงสุดแค่ไหน เขาก็ปกครองได้แค่นั้น นี่ผู้เทศน์ยังแนะนำสั่งสอนให้ไปถึงที่สุดสายธรรมของตัวเอง เมื่อถึงที่สุดสายธรรมของตัวเองละก็ เป็นกายๆ ไป ดังนี้ ตัวเองก็จะปกครองตัวเองได้ ไม่มีใครปกครองต่อไป ตัวเองก็เป็นใหญ่ในตัวเอง ตัวเองจะบันดาลความสุขให้ตัวเองได้ กำจัดความทุกข์ได้ ไม่ให้เขายุ่งได้..."
(จากพระธรรมเทศนาเรื่อง พุทธอุทานคาถา ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗)
มนุษย์ยังไม่ตื่น
“...มนุษย์ยังไม่เบิกตายังหลับตาอยู่มาก มนุษย์ยังไม่ตื่น ยังหลับตาอยู่มากนัก ถ้ามนุษย์ได้เห็นธรรมกาย มนุษย์คนนั้นตื่นขึ้นแล้ว ไม่หลับแล้ว ถ้ามนุษย์ใดยังไม่เห็นธรรมกาย ยังไม่เป็นธรรมกายมนุษย์นั้นยังหลับอยู่ มารมันยังกดหลับอยู่ ยังไม่ตื่นเลย บางทีตายเสียชาติหนึ่งยังไม่ตื่นเลย...”
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง รัตนสูตร วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗)
การให้ทาน
"...อันการให้ทานนี่แหละ ที่จะส่งเราให้ไปถึงสุขยิ่งใหญ่ไพศาล ถ้าไม่ทำทานจะมีสุขยิ่งใหญ่ไพศาลไม่ได้ เพราะไม่มีผลทานส่งให้ จะถึงสุขยิ่งใหญ่ไพศาลไม่ได้
เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดมาในโลกมนุษย์ ถ้าเป็นคนจนเสียแล้ว เราจะทำความดีให้เต็มส่วนเต็มที่ไม่ได้ เพราะว่าจะรักษาศีลก็รักษาไม่ได้ จะเจริญภาวนาก็เจริญไม่ไหว เพราะเป็นคนจนเสียแล้ว จะไม่รักษาศีล เจริญ ภาวนา เพราะห่วงการงานต้องประกอบกิจการงาน การงานเหนี่ยวรั้งไว้ให้ไปทำการงาน จิตที่จะทำให้ยิ่งใหญ่ไพศาลในศีล ภาวนาก็ทำไม่ได้..."
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง สุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้ วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๗)
เจ้าของนั้นได้เนื้อ
"...ผ้านะเป็นวัตถุธรรมดา เมื่อย้อมเข้าไปแล้วเรียกว่าผ้าย้อมฝาด เจ้าของมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา น้อมมาถวายพระสงฆ์ กากที่เจ้าของให้นะเป็นกาก เจ้าของนั้นได้เนื้อไปเสียแล้ว
บุญกุศลติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ใสบริสุทธิ์ดวงโตเท่าไหนแล้วแต่ศรัทธาของตน นั่นเจ้าของกลั่นเอาเนื้อเสียแล้ว เอาเปลือกให้แก่ภิกษุ..."
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง ภัตตานุโมทนากถา วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๗)
บุญช่วย
“...เมื่อเราได้บุญแล้ว เราจะทำอย่างไร? เราจะรักษาบุญอย่างไร? เพราะเราไม่เห็นบุญ เราต้องเอาใจไปจรดอยู่ที่ศูนย์กลางดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ของเรา ทำใจให้หยุดนิ่ง บังคับใจให้หยุดนิ่งว่า บุญของเรามีอยู่ตรงนี้
ถ้าพอใจหยุดได้แล้ว และถูกส่วนเข้าแล้ว เราจะเห็นดวงบุญของเรา เห็นชัดเจนทีเดียว ถ้าเราไปเห็นดวงบุญเช่นนั้น เราจะปลาบปลื้มใจสักเพียงใด ย่อมดีอกดีใจเป็นที่สุด จะหาเครื่องเปรียบไม่ได้เลย ฉะนั้น จงพยายามอุตส่าห์เอาใจไปหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ นึกถึงบุญที่เราได้กระทำในวันนี้ อย่าไปติดขัดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ถ้าไปค้าขายติดขัดขึ้น ก็ขอให้บุญช่วยนึกถึงบุญตรงกลางดวงธรรมนั้น
ถ้าว่ามีอุปสรรคเข้ามาแทรกอย่างใดอย่างหนึ่ง มีผู้รุกรานมาเบียดเบียนประการใด ก็ขอให้บุญช่วย สิ่งอื่นช่วยไม่ได้ ไม่ต้องไปขอร้องใครมาช่วย ให้เอาใจหยุดอยู่ศูนย์กลางตรงบุญนั่นแหละ หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น บุญเป็นช่วยได้แน่นอน ไม่ต้องสงสัย...”
(จากพระธรรมเทศนา เรื่อง ภัตตานุโมทนากถา ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗)