พระมงคลเทพมุนี ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
หลวงปู่วัดปากน้ำ · พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) มหาปูชนียาจารย์ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
บัดนี้ วันเวลากำลังเวียนมาถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๐ ซึ่งในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ นี้ตรงกับวันที่ ๗ กันยายน อันเป็นคล้ายวันแห่งการเข้าถึงธรรมกายของหลวงปู่วัดปากน้ำ(พระมงคลเทพมุนี) เมื่อกว่า ๘๙ ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากวันนั้นจนถึงบัดนี้วิธีการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายแห่งองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้แผ่ขยายไปทั่วโลกและเมื่อบุคคลใดได้พิสูจน์ ด้วยการประพฤติปฏิบัติจนสามารถเข้าถึงธรรมกายแล้ว ย่อมจะตระหนักในคุณค่าแห่งพระรัตนตรัย เพราะการเข้าถึงธรรมกาย คือสิ่งที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงแก่นแท้แห่งพระธรรม
ทั้งนี้ เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล ในยามสุดท้ายของวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต ตามเส้นทางสายกลาง จนตรัสรู้พระอริยสัจจธรรมกล่าวได้ว่าเมื่อครั้งพระองค์ประสูตินั้น ถือเป็นการบังเกิดขึ้นของรูปกาย แต่บัดนี้เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วจึงเป็นการเกิดครั้งที่ ๒ เรียกว่าเกิดขึ้นด้วยธรรมกาย ธรรมกายได้อุบัติขึ้นแล้วบนโลกมนุษย์ และหลังจากนั้นอีก ๔๕ พรรษา พระพุทธองค์ได้ดำเนินพุทธกิจเพื่อพาชาวโลกทั้งหลาย ให้เข้าถึงธรรมกายเช่นเดียวกับพระองค์
แต่กระนั้น แม้พระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ใช่ว่าชาวโลกจะหมดสิ้นหนทางที่จะบรรลุสู่บรมสุขนี้ได้ ทั้งนี้เพราะพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หรือหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้อุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน จนสามารถค้นพบการปฏิบัติ เพื่อการเข้าถึงธรรมกายอันเป็นกายแห่งการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การค้นพบครั้งนี้ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่เหนือการค้นพบใด ๆ ที่เคยปรากฏมา ด้วยเป็นแนวทางอันประเสริฐที่จะนำพาชาวโลกทั้งหลายที่กำลังแสวงหาได้พบกับสันติสุขที่แท้จริงและต่อมาท่านได้สั่งสอนให้ชาวโลกทั้งหลาย เห็นทุกข์เห็นภัย และรู้คุณค่าพระรัตนตรัย รู้จักการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกาย อันเป็นเส้นทางเอกที่มีคุณเอนกอนันต์ และยังประโยชน์อันไพศาลแก่ชีวิตชาวโลกทั้งหลาย เพื่อให้รู้จักเป้าหมายสูงสุด ตามหนทางสายกลาง และมุ่งสั่งสมบารมี ตามพระพุทธวิธี เพื่อมุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม
และเป็นที่ประจักษ์ว่า การบังเกิดขึ้นของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์อันสำคัญแห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย นับตั้งแต่การค้นพบธรรม
ปฏิบัติที่ตรงต่อพระพุทธธรรมคำสอนอันสามารถนำพาชีวิตผู้ประพฤติปฏิบัติตาม ได้พบและสัมผัสกับเนื้อแท้แห่งธรรม สามารถพิสูจน์ความจริงแท้แห่งพระพุทธธรรม ได้ทุกกาลสมัยและเป็นการจุดประกายความรุ่งโรจน์ของพระพุทธศาสนาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ที่จะนำธรรมะและคุณวิเศษแห่งพระรัตนตรัยที่สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยการทั้งรู้และเห็นได้นี้ ไปยังความสงบสุขให้แก่ผองชนชาวโลกทั้งหลาย
ทั้งนี้ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การสร้างบารมีของท่านหาใช่จะแสวงหาความความหลุดพ้นแต่เพียงลำพัง แต่ท่านมุ่งสงเคราะห์โลก มุ่งยังคุณประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติทั้งหลาย แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่บารมีธรรมของท่านก็ยังคงอยู่ ยังคอยปกป้องคุ้มครองรักษาเหล่าศิษยานุศิษย์และผู้ประพฤติปฏิบัติตามอยู่เสมอ สิ่งที่ท่านได้ประกอบกรณียกิจอันเป็นมรดกธรรมทั้งหลาย ล้วนเป็นการวางรากฐานเพื่อการเผยแผ่และสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาทั้งด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมและธรรมปฏิบัติ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลังทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสเป็นอเนกอนันต์
ด้วยบารมีธรรมอันยิ่งใหญ่ของท่าน จึงควรที่จะได้รับการยกย่องและถือเป็นแบบแผนแห่งการประพฤติปฏิบัติอันดีงาม ดังเช่น คณะศิษยานุศิษย์ผู้รักการสร้างบารมีทั้งหลายต่างมีศรัทธาอย่างแรงกล้า ปรารถนาจะแสดงกตัญญูกตเวทีต่อหลวงปู่วัดปากน้ำฯ ทั้งการปฏิบัติบูชา และสักการะบูชาด้วยเครื่องบูชาต่าง ๆ และบัดนี้คณะศิษยานุศิษย์ซึ่งนำโดยคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) และหมู่คณะใหญ่ ได้แสดงกตัญญูกตเวทีอย่างสูงเท่าที่สิ่งต่าง ๆ ในยุคนี้จะเอื้ออำนวยและสามารถหามาได้ นั่นคือการหล่อรูป เหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำฯ ด้วยทองคำขนาดเท่าครึ่งขององค์จริงซึ่งได้ดำเนินเสร็จสิ้นไปแล้วในวันมาฆบูชา ปีพุทธศักราช ๒๕๓๗
ทั้งนี้ ผู้คนทั้งหลายต่างยอมรับว่า ทองคำเป็นวัตถุธาตุที่มีคุณค่าและมากด้วยมูลค่าเหมาะสมที่จะนำมาสร้างสิ่งที่ล้ำเลิศและเทิดทูนทางด้านจิตใจให้สูงขึ้น
ผู้ที่ได้ทราบข่าวมหามงคลนี้ ทั้งในและต่างประเทศทุกเพศทุกวัย รวบรวมทองคำที่เก็บสะสมไว้ทั้งทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ แหวน กำไร สายสร้อย มาร่วมหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ฯ อย่างปีติเบิกบาน จนเป็นตำนานเล่าขาน มาจนทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า เป็นรูปหล่อทองคำบริสุทธิ์ทั้งองค์ขนาดใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง เท่าที่เคยมีการสร้างมา นอกจากนี้ยังเป็นการหลอมรวมจิตใจ คณะศิษยานุศิษย์ และชาวโลก ผู้รักการปฏิบัติธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย การสถาปนาสิ่งที่สูงค่าคือรูปหล่อทองคำหลวงปู่ฯ ให้บังเกิดขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะบูชานี้ มิใช่เรายึดถือแต่เพียงวัตถุภายนอก หากแต่เรามุ่งจะให้เป็นเครื่องน้อมนำใจให้เราระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย สร้างคุณค่าที่ดีให้แก่จิตใจ เป็นทัสสนานุตตริย คือการได้เห็นสิ่งที่ดีงามก็ย่อมน้อมนำใจเราให้อ่อนโยน เกิดกุศลศรัทธาที่จะสร้าง ความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป มุ่งที่จะดำเนินตามแบบอย่างและปฏิปทาอันสูงส่งของท่าน ขณะเดียวกันก็จะการสะท้อนให้เห็นถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของท่านที่ท่านเกิดมาเพื่อประโยชน์อันสูงสุดสำหรับมหาชนชาวโลกโดยแท้
ดังนั้นการที่เราทั้งหลายร่วมกันบูชาคุณและสรรเสริญคุณท่าน นอกจากจะเป็นการบูชาพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว ยังเป็นการบูชาพระธรรมอันเป็นสิ่งพิสูจน์ยืนยันว่าพระธรรมเป็นสิ่งที่ประพฤติปฏิบัติได้จริง และก่อให้เกิดความดีแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติจริง จนบุคคลธรรมดากลายเป็นบุคคลผู้มีคุณธรรมสูงส่ง เป็นที่ยกย่องบูชากราบไหว้ของมหาชนทั่วไป และในที่สุดก็เป็นการบูชาสักการะถึงพระพุทธองค์ ผู้ตรัสรู้และจำแนกธรรม นำเอาความประเสริฐนี้ออกเผื่อแผ่แก่มวลมนุษยชาติ นำพาปุถุชนทั้งหลายสู่เส้นทางแห่งพระอริยะเจ้าและยังให้เกิดความสุขความเจริญ นำไปสู่สันติสุขอันแท้จริงแก่โลกได้ ดังนั้น การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา ย่อมจะเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างสูงสุด และเป็นความประเสริฐ อันจะยังความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้กระทำการบูชานั้น ดังเช่น พระคาถาตอนหนึ่งที่พระภิกษุสวดให้พรว่า
อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ
ซึ่งอธิบายความหมายได้ว่า
ธรรม ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้กราบไหว้เป็นปกติ และย่อมเจริญแก่ผู้อ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญด้วยคุณอยู่เป็นนิตย์
มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี
สำหรับสถานที่ ที่จะประดิษฐานรูปหล่อทองคำหลวงปู่วัดปากน้ำฯ นั้น คณะศิษยานุศิษย์ทั้งภายในและต่างประเทศ ได้พร้อมใจกันสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี อันเป็นมหาวิหารลักษณะคล้ายโดมครึ่งทรงกลม ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ตรงกลางจะเป็นที่อัญเชิญรูปหล่อทองคำหลวงปู่ฯ ขึ้นประดิษฐานเพื่อจะให้เป็นที่มาสักการบูชาของสาธุชนทั่วไป และผู้ที่มากราบไหว้ก็จะได้ระลึกถึงความสำคัญและคุณธรรมของท่าน นอกจากนี้ยังเป็นที่แสดงประวัติและเรื่องราวของหลวงปู่วัดปากน้ำฯ ตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัยและปัจฉิมวัย และเป็นที่เก็บบันทึกประวัติ
"ครูผู้สืบสายธรรมและผู้สืบทอดวิชชาธรรมกาย" ต่อเนื่องมาจนกระทั่งเป็น "ศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก"
และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีนี้ จะเป็นพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่สาธุชนทั่วโลกมาศึกษาและปฏิบัติธรรม เพื่อการเข้าถึงธรรมกาย โดยมิได้แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือเผ่าพันธุ์ และจะเป็นการกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของชาวโลก ให้หันกลับมาแสวงหาพระสัทธรรมอันประเสริฐของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และรู้จักกับที่พึ่งอันประเสริฐแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน อันเป็นสรณะที่แท้จริงที่มีอยู่ภายในตัวของมนุษย์ทุก ๆ คนและจะขยายสันติภาพสู่ชาวโลก ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงสันติสุขได้ภายในตน