สู้ไม่ได้...ตายเถอะ
หลวงปู่วัดปากน้ำ · ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านรู้วาระจิตของคน เป็นการรู้จากความแก่อ่อนของธาตุธรรมของคนว่า บัดนี้ ถึงวาระที่จะเข้าถึงธรรมหรือยัง ท่านมีวิธีฝึกที่ชาญฉลาด
เรื่องนี้หลวงพ่อทัตตซีโว ได้ฟังมาจาก ท่านเจ้าคุณราชโมฬี รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรส บัดนี้มรณภาพแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ท่านเจ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
เวลาบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกำลังรับแขกอยู่ตามปกติ มีแขกจริง ๆ เป็นชาวอินเดียคนหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์หลวงพ่อวัดปากน้ำก็มาหา เห็นหลวงพ่อก็เข้าไปกราบ แล้วถามว่า สติปัญญาอย่างตน ถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมจะมีโอกาสเข้าถึงธรรมกายไหม หลวงพ่อตอบว่า มี เพราะการที่ได้มาเจอหลวงพ่อก็แสดงว่ามีบุญเยอะแล้ว
อาบังคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าญาณทัสนะของหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่แน่จริงก็คงเสียท่าแล้ว เพราะเจ้าบังถามว่าสักกี่วันถึงจะได้
หลวงพ่อท่านนั่งเข้าที่ แล้วตอบว่า
"ถ้าบังนั่งวันละชั่วโมง ไม่กี่เดือนก็ได้"
บังว่า "อะไร เป็นเดือนเชียวหรือ? พรุ่งนี้ผมจะกลับอินเดียแล้ว เอาให้ได้ธรรมะวันนี้ไม่ได้หรือ?"
หลวงพ่อนั่งเข้าที่อีกครู่หนึ่ง แล้วลืมตาขึ้นมา
ได้ แต่มีข้อแม้นะ เอ็งต้องนั่งกับหลวงพ่อตรงนี้ ถ้าหลวงพ่อไม่เลิก เอ็งต้องไม่เลิก ห้ามขยับด้วย"
"ได้" บังรับคำ
หลวงพ่อจึงบอกให้บังไปล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้วสอนให้นั่งสมาธิ ท่านยังย้ำอีกว่า
"ถ้าพ่อไม่ลุก เอ็งห้ามขยับนะ เพราะธาตุของเอ็งยังต้องบ่มอีกระยะหนึ่ง ถ้าเอ็งจะเอาวันนี้ มันต้องบ่มเป็นพิเศษด้วยวิธีเฉพาะ"
หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้บังนั่ง บังก็ตั้งใจนั่งจริง ๆ อยากเข้าถึงธรรม สักราวครึ่งชั่วโมง บังลืมตา เห็นหลวงพ่อนั่งเฉย ก็หลับตาต่อสักชั่วโมงหนึ่ง บังลืมตาอีก ตานี้เหงื่อโชกเลย บังก็อดทน นั่งต่อ นั่งสักชั่วโมงเศษ บังเนื้อสั่นเลย แข้งขาสั่น เพราะไม่เคยนั่งนาน บังหรี่ตาขึ้นเห็นหลวงพ่อนั่งเฉยอยู่ เจ้าบังอายุราว ๔๐ ปีกว่า เกือบ ๕๐ ปี ส่วนหลวงพ่ออายุ ๗๐ แล้ว บังคงตัดใจ เห็นท่านเฉย นั่งนิ่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส ไม่แสดงอาการปวดเมื่อย บังจึงตัดใจ นั่งตัวสั่นต่อไปอีกราวชั่วโมงหนึ่ง คราวนี้บังตัวนิ่ง เหงื่อที่ไหลหลั่งก็หยุด บังคงตัดใจได้ ราว ๆ บ่าย ๓ โมงครึ่ง ผิวเจ้าบังผุดผ่องขึ้นมาเอง ทั้งที่ผิวดำ ๆ อย่างนั้นน่ะ อาการปวดเมื่อยหายไป ท่าทางที่เกร็งก็กลับผ่อนคลายไปโดยอัตโนมัติ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามบังว่า
"เห็นความสว่างชัดไหม?"
"ชัดมั่ง ไม่ชัดมั่ง...เดี๋ยวเห็น เดี๋ยวหาย" บังตอบ
"ประคองนิ่งไว้กลางท้องที่ฐานที่ ๗" หลวงพ่อบอกวิธี ขณะนั้นพวกที่นั่งอยู่ด้วยหลายคนค่อย ๆ ทยอยกลับไป เหลือคนเก่า ๆ ไม่กี่คน
สักพัก เจ้าบังบอกเห็นชัดเลย หลวงพ่อจึงให้มองเข้าไปกลางดวงใสสว่างที่กลางท้อง คือดวงปฐมมรรค นั้นสักพัก เจ้าบังถาม
"หลวงพ่อ ทำไมตัวผมมานั่งอยู่ในท้อง?"
"เข้ากลางไป" หลวงพ่อสอนต่อ
"ผมเห็นพระพุทธเจ้าอยู่ในท้องครับ" บังบอกถึงความก้าวหน้าไปตามลำดับของตน
"นั่นแหละ เข้าถึง ธรรมกาย แล้ว"
จากบ่ายโมงถึง ๔ โมงเย็น เจ้าบังเข้าถึงธรรมกาย บังกราบก้นโด่งเลย จากนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำถามว่าจะกลับกี่โมง ท่านจะไปส่งท่านเจ้าคุณซึ่งนั่งฟังอยู่สงสัยว่าหลวงพ่อไม่เคยไปส่งใคร ทำไมจึงไปส่งเจ้าบัง
๓-๔ เดือนต่อมา เจ้าบังมาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำอีก มีของมาห่อหนึ่ง ก็เข้ามากราบ
"หลวงพ่อ ผมไปอินเดียมา ขากลับเลยซื้อของมาฝาก หลวงพ่อทายซิว่าในนี้อะไร?"
หลวงพ่อหัวเราะหึ ๆ แล้วตอบว่า
"ไอ้อย่างนี้หลวงพ่อชอบ แอปเปิ้ลไง"
ปรากฏว่าคนนั่งรอบ ๆ ตื่นใจกันใหญ่ เจ้าบังถามหลวงพ่อต่อไปว่า
"หลวงพ่อ วันที่ผมไปถึงดอนเมือง หลวงพ่อยืนอยู่ที่เชิงบันไดเครื่องบิน พอผมไหว้หลวงพ่อเสร็จ หลวงพ่อหายไปไหน"
"กายมนุษย์ละเอียด ของหลวงพ่อไปส่ง ตัวหลวงพ่อไม่ได้ไปหรอก" หลวงพ่อตอบ
"พอไปถึงอินเดีย ผมก็เห็นหลวงพ่อไปรับ" บังเล่าต่อ
มีคนสงสัยถามว่า ทำไมบังถึงนั่งรวดเดียวได้ บังบอกว่า
"เห็นหลวงพ่ออายุมากกว่าตั้งเยอะ เลยคิดว่าทหารออกไปรบรู้ว่าจะต้องไปตายยังสู้ เราแค่สู้กับความเมื่อย ถ้าสู้ไม่ได้ตายเถอะ!"