การสร้างพระพุทธรูปผง
หลวงปู่วัดปากน้ำ · ประวัติพระมงคลเทพมุนี
เมื่อการสร้างโรงเรียนปริยัติธรรมเริ่มขึ้น หลวงพ่อได้สร้างพระพุทธรูปเป็นพระพิมพ์เล็กๆ ครั้งแรก ๘๔,๐๐๐ องค์ ผสมด้วยผงและสรรพดอกไม้หอม มีดอกมะลิเป็นต้น ที่ได้บูชาพระประจําเช้าเย็นและนําออกตาก ได้มาผสมกับผง พิมพ์เป็นพระแจกแก่ผู้มาร่วมการกุศลในวัดนั้น ปรากฏว่าเป็นที่นิยมของประชาชน เพราะหลวงพ่อท่านเข้าสมาธิปลุกเสกด้วยตนเอง และรวมศิษย์ที่ได้ธรรมกายช่วยบรรจุอิทธิฤทธิ์อันเกิดแก่ธรรมกาย ช่วยกันทําเป็นเวลาแรมปี
การแจกนั้น มิใช่ให้ผู้ใดนําออกไปนอกวัด และมิได้ลงแจ้งความชักชวนเป็นใบปลิว วัดปากน้ำทําอย่างเงียบ รู้กันเป็นภายใน เกิดความนิยมภายในก่อน แล้วข่าวว่าหลวงพ่อทําพระผงก็แพร่หลายไป มีผู้มารับกันคับคั่ง วันหนึ่งเป็นจํานวนร้อยๆ หลวงพ่อเป็นผู้แจกเอง ผู้รับนั้นคือคนมาทําบุญที่วัด เมื่อบริจาคแล้ว เอาใบเสร็จไปถวายหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ให้พระ ๑ องค์ ประสิทธิ์ประสาทให้ตามพิธีของท่าน
ตามต่างจังหวัดเดินทางมาเป็นหมู่ โดยทางเรือเมล์บ้าง โดยเอาเรือแท๊กซี่มาเป็นคณะบ้าง มีพระภิกษุนํามาบ้าง ครั้งแรกๆ คนแน่นวัด ถ้ามาผิดเวลาต้องรอตั้งวันจึงได้รับพระที่ตนต้องการ พวกมารับพระนั้นไม่ได้พูดกันว่ามาเช่าพระ แต่พูดกันทุกคนว่ามารับ “ของขวัญ”
เมื่อออกแจกเป็นของขวัญไม่ช้า วันหนึ่งมีผู้มารับพระของขวัญมีจํานวนถึง ๑,๕๐๐ คนเศษ ที่ทราบจํานวนดังนี้ โดยนับใบปวารณาที่ผู้มารับของขวัญทําไปถวายแทบทุกวัน ต้องสิ้นเวลาแจกนับเป็นชั่วโมงๆ แสดงความอัศจรรย์ในสมาธิจิตอันเกิดแก่ธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
การนําพระออกไปแจกตามนอกวัดนั้น ไม่ได้เด็ดขาด ต้องมารับที่วัดปากน้ำและต้องรับจากหลวงพ่อด้วย จึงจะพอใจ ใครๆ จะแจกแทนไม่ได้ แม้จะมีผู้อื่นแจกแทน ผู้ต้องการก็ไม่นิยม
ผู้จะรับของขวัญได้เพียงองค์เดียวเท่านั้น คือคนหนึ่งรับได้ ๑ องค์ จะฝากกันไปรับหลวงพ่อก็ไม่ให้ ใครรับไปแล้ว ถ้าทําหายจะมารับอีก หลวงพ่อก็ไม่ให้เหมือนกัน แม้จะทําบุญสักเท่าไรๆ ก็ไม่ให้อยู่นั่นเอง เว้นไว้แต่ไม่ทราบ
ที่ประหลาดยิ่งกว่านั้น ก็คือว่าใครทําบุญมากๆ เช่น ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท หลวงพ่อก็ให้พระเป็นของขวัญเพียงองค์เดียวเหมือนกัน ได้เคยถามท่านว่า เมื่อเขามาทําบุญตั้งพันบาทเช่นนั้น จะให้ของขวัญสัก ๕ องค์ ๑๐ องค์ ไม่ได้หรือ
หลวงพ่อตอบว่า “พระของเรามีคุณภาพสูงยิ่งกว่าราคาใดๆ เงินพันบาท หมื่นบาทนั้น ยังไม่สมกับคุณภาพของพระเสียอีก”
แม้ท่านจะให้แก่ผู้ใดเป็นส่วนตัว ท่านก็จะต้องบริจาคปัจจัยให้แก่วัดเหมือนกัน ทั้งนี้ท่านถือว่าท่านทําให้แก่วัด มิใช่ทําเพื่อส่วนตัว จะเอาเปล่าๆ ไม่ได้ ชั่วเวลาไม่ถึงปีพระผงจํานวน ๘๔,๐๐๐ ก็หมดไป หลวงพ่อต้องเข้าบริกรรมทําอีก เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน
เมื่อก่อนท่านจะมรณภาพ คือเวลากําลังป่วย ท่านสั่งให้ทําพระอีก และก็แจกด้วยตนเองเรื่อยมา กว่าจะแจกทั่วถึงกัน วันหนึ่งๆ ต้องเสียเวลาแจกตั้งชั่วโมง
เมื่อหลวงพ่อป่วยหนัก ได้มอบภาระ และประสิทธิ์ประสาทวิชชาให้แก่พระครูสมณธรรมสมาทาน (มหาเจียก) ศิษย์ท่านแจกต่อไป โดยท่านพิจารณาเห็นแล้วว่าจะทําหน้าที่แทนท่านได้ เวลามอบของขวัญต้องเป็นพระครูองค์นี้ องค์อื่นไม่มอบ
ที่ให้พระครูสมณธรรมสมาทานเป็นผู้แจกนั้น โดยท่านเห็นว่าได้ธรรมกายมาตั้งแต่เป็นสามเณร ได้ใช้สอยให้ถอนโรคแทนตัวท่าน ทํางานได้ผลดีเป็นที่พอใจหลวงพ่อ มีความเชี่ยวชาญในทางสมาธิอยู่มาก จึงมอบให้รับภาระนี้ต่อมา พระที่ให้เป็นของขวัญนี้ เวลานี้ก็ยังมีแจก และมีคนไปรับทุกวัน
ความจริงในเรื่องคนเดียวให้องค์เดียวนั้น หลวงพ่อถือขลังมาก ผู้เขียนเรื่องนี้ได้เคยรับจากหลวงพ่อมา ๑ องค์ และได้มอบเป็นของขวัญแก่เด็กผู้มาขอตั้งชื่อไป วันหนึ่งไปขอหลวงพ่อใหม่ ท่านไม่ยอมให้ บอกว่าต้ององค์เดียว ต่อมาไปพูดเลียบเคียง จะขออีกหลวงพ่อนิ่งเฉย ไม่ยอมตอบ เป็นอันไม่ให้แน่
ครั้งหนึ่งพูดกับหลวงพ่อว่า จะเอาติดตัวไปตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อใครต้องการจะได้ให้เป็นของขวัญต่อเขา
หลวงพ่อว่าทําอย่างนั้นไม่ได้ พระของเรามีคุณภาพจริง ผู้อยากได้ต้องมาเอง ถ้าเอาไปอย่างนั้นของดีก็กลายเป็นของเก๊ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส และพูดแถมท้ายว่า อย่ากลัวเลย แปดหมื่นสี่พัน ๒ หน ก็ไม่พอแจก และก็เป็นจริงดังคําพูดของหลวงพ่อ