ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตอนที่ ๒๔​ ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

หลวงปู่วัดปากน้ำ · ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

PDF
จุดหมายปลายทางที่หลวงพ่อวัดปากน้ำจะไปนั้น เป็นปลายทางที่ยังไม่เคยมีใครไปถึง มันอาจจะดูห่างไกลอยู่ในตอนนี้ แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ที่จะไม่มีวันยอมแพ้ให้มารบังคับกดขี่อยู่ตลอดไปได้ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจึงได้แสวงหาหนทางของเอาชนะการบังคับของมารนั้น และท่านก็ได้พบวิธีการนั้นแล้ว กับทั้งยังได้บอกวิธีการและทําให้ดูเป็นตัวอย่างตลอดอายุขัยของท่าน เป็นโอกาสอันดีที่ความรู้ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำค้นพบยังคงมีอยู่ให้ศึกษาทําความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้ แต่หากจะไม่ดีอยู่บ้างก็ที่ปัจจุบันนี้หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพไปเสียแล้ว คงเหลือเพียงความรู้สึกที่ว่าจะตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำสร้างบารมีไปกับท่านได้อย่างไร ซึ่งหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้เมตตาชี้แนะไว้ในพระธรรมเทศนา เรื่อง ปัพพโตปมคาถา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ว่า “ถ้ารู้สึกเช่นนี้ละก็ จงอุตส่าห์ว่าตั้งแต่นี้ไป เราจะช่วยเหลือแก้ไขด้วยประการใดประการหนึ่ง ท่านรบศึกสําคัญอย่างนี้ ถ้าได้ชนะละก็ เราชนะด้วย เราต้องสนับสนุนด้วยทางใดทางหนึ่งให้สมควรทีเดียว” ไม่ว่าใครก็ตามจะทําอะไรอยู่ที่ไหน เมื่อถึงที่สุดแล้วก็ได้สําเร็จ หมดแก่ หมดเจ็บ หมดตาย ไปด้วยกันทุกคน การสนับสนุนด้วยทางใดทางหนึ่งตามแต่ที่ตนเองจะถนัดก็มีส่วนร่วมในการสู้รบกับมารในครั้งนี้ด้วย มีทรัพย์ช่วยด้วยทรัพย์ มีแรงช่วยด้วยแรง มีกําลังสติปัญญาช่วยด้วยกําลังสติปัญญา มีสิ่งใดก็ใช้สิ่งนั้นมาสนับสนุนให้การช่วยเหลือ เพราะเมื่อไปถึงที่สุดแล้วก็จะได้สําเร็จไปด้วยกัน วิธีการไปสู่จุดที่สุดที่เอาชนะการบังคับของมารนั้นมีอยู่วิธีการเดียวคือ ต้องรวมทีมของผู้ที่ได้ เข้าถึงธรรมกายแล้ว มาปฏิบัติงานทางจิตตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทําให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว ต้องทําไปเป็น “ทีม” วิธีการเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะกระทําได้ด้วยวิธีการ “ตัวคนเดียว” เลย การทําวิชชาเพื่อไปให้ถึงที่สุด จึงไม่อาจจะทําได้ด้วยการอ่านตํารับตําราที่มีการเขียนบันทึกวิธีการทําเอาไว้ เพราะหลักสําคัญอยู่ที่การทําเป็นทีม เป็นทีมที่มีมโนปณิธานไปสู่ที่สุดด้วยกัน งานใหญ่อย่างนี้จึงไม่อาจกระทําได้ด้วยลําพังคนเดียว หากมุ่งหวังการไปสู่นิพพานแล้ว การศึกษาหลักการปฏิบัติจนเข้าใจแล้วนําไปปฏิบัติก็สามารถกระทําได้ ดังตัวอย่างที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกมากมาย ที่กล่าวถึงการสําเร็จอรหัตผลของพระอรหันต์ทั้งหลาย ที่เมื่อได้เรียนธรรมเป็นที่เข้าใจแล้วก็ไปแสวงหาที่วิเวกบําเพ็ญเพียรทางจิตของแต่ละองค์ไป และในที่สุดท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์สมความตั้งใจ แต่การไปให้ถึงที่สุดนั้น แตกต่างไปจากการสร้างบารมีในรูปแบบต่างๆ ที่ผ่านมา ดังนั้น หากจะมีการกล่าวอ้างแจกตําราให้นําไปปฏิบัติทําวิชชาปราบมารด้วยตัวเองที่บ้านแล้ว ก็ดูจะเป็นเรื่องเลอะเลือน เพราะหากศึกษาประวัติชีวิตและคําสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ก็จะรู้ว่าไม่สามารถทําเช่นนั้นได้เลย การสู้รบกับมารมิได้กระทําด้วยโทสะที่มีความดันทุรังที่จะเอาชนะให้ได้ วิธีการมีเพียงวิธีเดียว คือ การกลับเข้าไปสู่ความบริสุทธิ์ของตนเอง การต่อสู้เป็นการทําที่ไม่ประกอบด้วยความทุกข์ยากลําบาก เหมือนการเข้าสู่สมรภูมิในทางโลก ทุกย่างก้าวของการต่อสู้กลับมีความสุข มีความง่าย มีความสบายไปตลอดเส้นทาง เป็นการต่อสู้ที่เรียกเอาความสุข ความบริสุทธิ์ กลับคืนมาให้สู่ตัวเองและมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ขณะที่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่ ท่านใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่ได้เข้าถึงธรรมกายอยู่แต่ในวัดปากน้ำ ไม่ยอมไปแรมราตรี ณ ที่ใด บุคคลที่อยู่ในที่แห่งเดียว นั่งและนั่ง นิ่งและนิ่ง ดูสภาพภายนอกเหมือนชีวิตที่ถูกกักขังให้อยู่ในอิริยาบถเดียว อยู่ในสถานที่แห่งเดียวเป็นเวลานานๆ แต่บุคคลที่ได้ใช้ชีวิตอย่างนี้กลับเป็นผู้มีความสุขพอใจที่จะได้อยู่ในสภาวะเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีหนทางการใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่เพราะการใช้ชีวิตอย่างนี้ดีกว่าหนทางการดําเนินชีวิตอย่างอื่น พวกหนึ่งอยู่นอกโรงงานทําวิชชา ทํางานสนับสนุนอยู่ภายนอก อีกพวกหนึ่งอยู่ในโรงงานทําวิชชา ปฏิบัติงานทางจิต หลวงพ่อได้กล่าวถึงพวกที่อยู่ในโรงงานทําวิชชาที่มีความสามารถในการทําวิชชาเป็นแล้วว่า “พวกที่เป็นแล้ว ตั้งใจแน่วแน่ว่า ตั้งแต่วันนี้ไปเราไม่ถอยหละ เกิดมาเราไม่(เคย)พบวิชชา (อย่าง)นี้ เราจะต้องสู้ อย่างอื่นสู้ไม่ได้ทั้งนั้น เราจะหันสู้(ด้วย)วิชชานี้กันสุดฤทธิ์สุดเดช เอาให้ถึงหมดเจ็บ หมดแก่ หมดตายของพญามารให้ได้ ให้พญามารแพ้ให้ได้” (จาก พระธรรมเทศนา เรื่อง ปัพพโตปมคาถา วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๗) เหมือนดั่งเป็นกองทัพที่มีนักรบ และมีผู้บัญชาการรบ หลวงพ่อรวมทีม รวมทัพ เพื่อการทําวิธีการพิเศษที่ไม่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ณ ที่แห่งใด บุคคลผู้เข้าถึงธรรมกาย ผู้มีมโนปณิธานร่วมกันในการทํางานให้มารหมดสิ้นไป ได้มารวมกันทํางานอยู่ในสมรภูมิที่ดูจากภายนอกเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไร้การติดต่อจากบุคคลภายนอก ยังสังขารอัตภาพร่างกายให้เป็นไปด้วยอาหารที่ส่งมาให้เท่านั้น ในสมรภูมิที่พร้อมรบ ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีการพักรบ มีแต่การผลัดเปลี่ยนเวรกันไปทําหน้าที่ ไปสู่ความละเอียดที่ประณีต ลึกซึ้งลงไป สู่ดินแดนภายในกายที่ไม่มีการเรียนรู้จากที่ใดมาก่อน ไปสู่ความรู้ที่มีความบริสุทธิ์ ที่หลุดพ้นจากกรอบบังคับของพญามาร ทหารนักรบผู้เข้าถึงธรรมกาย และหลวงพ่อวัดปากน้ำได้ทําหน้าที่เช่นนั้น จนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพไป ธงชัยที่โบกพริ้วอยู่ได้ลับลงไปเสียแล้ว นักรบที่ขาดผู้บัญชาการรบ ไหนเลยจะต้านทานอยู่กรําศึกกับพญามารได้ ไม่นานนัก นักรบก็ต้องกระจัดกระจายกันไป กองทัพธรรมที่เคยรวมทีมกันสู้ ก็สลายทัพไป คงเหลือแต่ความเวิ้งว้างของอนาคตว่าจะเป็นเช่นไร วันเวลาผ่านไป ผ่านไปอย่างไม่อาจคาดคะเนได้ว่าจะมีบ้างไหม ที่จะมีใครสักคนที่มีน้ำใจอาจหาญ ในการดําเนินตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำบ้าง ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๘ ท่ามกลางผู้ชุมนุมที่มารวมกันเรือนหมื่น บุรุษผู้หนึ่งได้ประกาศในท่ามกลางผู้ที่มาร่วมชุมนุมว่า “ธรรมธาตุเหล่านี้มีอยู่แล้ว ดวงธรรมก็มีอยู่แล้ว กายมนุษย์ละเอียดก็มีอยู่แล้ว กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมต่างๆ มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ตัวของเราไปทําให้มี เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่เข้าใจก็ว่า เป็นนิมิตหลอก เป็นนิมิตลวง อะไรต่างๆ เหล่านั้น เพราะเขาเข้าไม่ถึง ถ้าเข้าถึงแล้วไม่พูดอย่างนั้น ของเหล่านี้มีอยู่แล้ว เป็น “ตถตา” เป็นของที่มีอยู่ ไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม กายเหล่านี้ ภพเหล่านี้ก็มีกันอยู่ มีมาตั้งแต่เมื่อไรยังไม่มีใครทราบ ยังไม่มีศาสดาใดๆ ได้กล่าวถึง ว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านมุ่งเข้าไปแสวงหาตรงจุดตรงนี้ว่า มีมากันตั้งแต่เมื่อไร ที่เป็นตถตานี้ กายมนุษย์ละเอียด กายมนุษย์หยาบมาจากไหน กายมนุษย์ละเอียด ทิพย์ พรหม อรูปพรหม กระทั่งกายธรรม สาวไปหาเหตุเข้าเรื่อยๆ หมดอายุขัยของท่านแล้วยังไปไม่หมด ท่านก็ตั้งความปรารถนาว่า มาเกิดอีกก็จะต้องต่อความรู้อันนี้ต่อไปอีก ให้พบว่ามาจากไหน สิ่งที่มีอยู่แล้ว เป็นอยู่แล้วนี้ หลวงพ่อก็เช่นเดียวกัน มีความตั้งใจอย่างนี้เหมือนกัน หลวงพ่อธัมมชโยมีความตั้งใจ ตั้งมั่นมายาวนานทีเดียว ๓๐ กว่าปี ๓๒ ปีแล้ว เมื่อรู้ความเป็นมาต่างๆ ทั้งหมดของตัวเองแล้ว ก็มุ่งทีเดียวว่า ธรรมธาตุเหล่านี้แต่เดิมมาจากไหน มาอย่างไร ที่มันมีอยู่แล้ว ต้องไปสืบให้ถึงที่สุดของธาตุธรรมของตัวเอง ถ้าไปไม่ถึงสุดๆ ก็ยังเป็นบ่าวเป็นทาสเขา มีความตั้งใจที่จะไปค้น ไปศึกษาสิ่งเหล่านี้ เพราะเป็นสิ่งที่น่าศึกษา จะช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ และมันเป็นความรู้ที่ยิ่งรู้ ยิ่งเบิกบาน ยิ่งรู้ยิ่งบริสุทธิ์ เป็นความรู้คู่กับความบริสุทธิ์ เป็นความรู้คู่กับความสุข เป็นความรู้คู่กับความดี เป็นความรู้ที่น่าจะรู้ทีเดียว มีความตั้งใจมาตั้งแต่ปี ๐๗ (๒๕๐๗) ตั้งใจเรื่อยมาเลย แต่มาติดภารกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง จึงทําให้สะดุดชะงักงันทีเดียว ปีนี้อายุ ๕๑ ปี มีความตั้งใจทีเดียว ถ้าสองสิ่งนี้ (มหาวิหารพระมงคลเทพมุนีและธรรมกายเจดีย์) บรรลุเป้าหมาย จะหยุดเกี่ยวกับเรื่องภารกิจด้านหยาบนี้ จะสงวนเวลา เพื่อที่จะแสวงหาถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น” ปัจจุบันคณะศิษยานุศิษย์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชชาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมาทาง คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นผู้นําในการปฏิบัติธรรมตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไว้ ท่านได้ประกาศท่ามกลางสาธุชนเรือนหมื่น ในการดําเนินตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำเช่นกัน นับเป็นโอกาสอันดีที่เปิดกว้าง สําหรับผู้มีใจปรารถนาจะตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำไปด้วยกัน หากท่านพร้อม ตกลงปลงใจตนเองว่าจะอยู่เป็นแนวสนับสนุนภายนอกหรือจะร่วมเข้าสู่สมรภูมิรบ เมื่อผู้นํามีความพร้อม เมื่อนั้นเราจะได้เริ่มงานที่แท้จริง งานที่รวมทีมผู้ที่ได้เข้าถึงธรรมกายปฏิบัติงานทางจิต ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ชีวิตต้องหมดสิ้นไป ไยจะอยู่อย่างยอมแพ้ให้ความแก่ ความเจ็บ ความตาย บีบคั้นอยู่เช่นนั้น เพราะหนทางแห่งชัยชนะมีอยู่ เส้นทางสายนี้ไม่ได้ไปนอกตัว แต่เป็นเส้นทางภายในตัว เป็นทางสายกลางที่เริ่มจากกลางกายเราทุกคนนั้นเอง วันเวลาข้างหน้าที่มีอยู่หวังว่า สักวันหนึ่งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกลับมาเกิดสร้างบารมีอีกครั้ง จะได้อยู่ร่วมรบธรรมกรําศึกไปให้ถึงที่สุดพร้อมกันกับท่านให้จงได้ หยุด เป็นตัวสำเร็จ