ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตอนที่ ๙ เหตุการณ์บ้านเมือง

หลวงปู่วัดปากน้ำ · ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

PDF
หลวงพ่อเกิดปี พ.ศ.๒๔๒๙ ตรงกับรัชกาล ที่ ๕ และมรณภาพปี พ.ศ.๒๕๐๒ ตรงกับรัชกาลที่ ๙ ในช่วงชีวิตของท่าน ซึ่งผ่านมาถึง ๕ รัชกาล บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงมากมาย ในขณะที่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง มีวิกฤตการณ์ต่างๆ แต่หลวงพ่อยังสามารถปฏิบัติธรรมเข้าถึงธรรมกายได้ ค้นพบวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นของละเอียดลึกซึ้ง ยากที่ใครๆ จะเข้าถึงได้ง่ายๆ หลวงพ่อทําได้ในขณะที่บ้านเมืองก็ใช่ว่าจะเรียบร้อยไปทั่ว นี่ก็น่าจะเรียกว่าเป็นคุณวิเศษของท่านอย่างหนึ่ง ตามรอยฯ จะขอแสดงลําดับเหตุการณ์สําคัญของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในระหว่างอายุ ๗๕ ปี ของหลวงพ่อ ดังนี้ อายุ เหตุการณ์ในชีวิตหลวงพ่อ ปี พ.ศ. เหตุการณ์บ้านเมือง ช่วงรัชกาล ๒๔๑๑ ร.๕ เสด็จขึ้นครองราชย์ ร.๕ หลวงพ่อเกิด ๒๔๒๗ ร.๕ ๑๔ บิดาถึงแก่กรรม ๒๔๓๑ ร.๕ ๑๔ เริ่มเป็นพ่อค้าข้าว ๒๔๓๑ ร.๕ ๑๙ อธิษฐานจิตขอบวช ๒๔๔๖ ร.๕ ๒๔๔๘ ประกาศ พ.ร.บ.เลิกทาส ร.๕ ๒๒ บวชที่วัดสองพี่น้อง ๒๔๔๙ ร.๕ ๒๔๕๓ ร.๖ เสด็จขึ้นครองราชย์ ร.๖ ๒๔๕๓ เริ่มสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ร.๖ ๓๓ บรรลุธรรม ๒๔๖๐ ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ร.๖ ๓๔ มาอยู่วัดปากน้ำ ๒๔๖๑ สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ร.๖ ๒๔๖๘ ร.๗ เสด็จขึ้นครองราชย์ ร.๗ ๔๓ ตั้งโรงงานทำวิชชา ๒๔๗๔ ร.๗ ๒๔๗๕ เปลี่ยนแปลงการปกครอง ร.๗ ๒๔๗๗ ร.๗ สละราชสมบัติ. ร.๗ ๒๔๗๗ ร.๘ ขึ้นครองราชย์ ร.๘ ๕๓ คุณยายพบหลวงพ่อวัดปากน้ำ ๒๔๘๐ ร.๘ ๒๔๘๒ เริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง ร.๘ ๖o พระราชภาวนาวิสุทธิ์เกิด ๒๔๘๗ ร.๘ ๒๔๘๘ สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ร.๘ ๒๔๘๙ ร.๘ ถูกปลงพระชนม์ ร.๘ ๒๔๘๙ ร.๙ ขึ้นครองราชย์ ร.๙ ๖๖ ทำพระของขวัญที่รุ่น ๑ ๒๔๙๓ เริ่มสงครามเกาหลี ร.๙ ๖๗ ทำพระของขวัญที่รุ่น ๒ ๒๔๙๔ ร.๙ ๖๙ ส่งพระไปเผยแพร่ที่อังกฤษ ๒๔๙๖ ร.๙ ๗๒ ทำพระของขวัญรุ่น ๓ ๒๔๙๙ สิ้นสุดสงครามเกาหลี ร.๙ ๗๕ มรณภาพ ๒๕๐๒ ร.๙ หลวงพ่อเกิดในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในขณะที่ยังมีทาสอยู่ในแผ่นดินไทย แต่หลวงพ่อเป็นอิสระ เกิดมามีชีวิตเป็นไท ไม่ใช่ทาส นี่ก็นับเป็นบุญอย่างหนึ่งของท่าน ทาสนั้นเริ่มหมดตอนปลายรัชกาลที่ ๕ ในรัชกาลนี้ บ้านเมืองมีการพัฒนาก้าวหน้ามาก มีการสร้างถนนขนาดใหญ่ เจ้านายบางพระองค์มีรถยนต์ใช้ มีการขุดคลองมากสาย มีการทําประตูน้ำ เพื่อให้เรือผ่านคลองได้สะดวกตลอดปี ในแม่น้ำมีเรือกลไฟ ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่าเรือพาย เรือแจว มีการพัฒนาด้านการทหาร การแพทย์ การศึกษา พระราชโอรสหลายพระองค์เดินทางไปศึกษาที่อังกฤษ ฝรั่งเศส พระองค์ท่านเอง ก็เสด็จประพาสยุโรปถึง ๒ ครั้ง ในเวลานั้นหลวงพ่อได้รับการศึกษา ตามพื้นฐานความรู้ที่มีสอนกันอยู่ในสมัยนั้น จนมีความเข้าใจในภาษาไทยและภาษาขอมเป็นอย่างดี เมื่อหลวงพ่ออายุ ๑๔ ปี ก็ต้องมาเป็นพ่อค้าข้าวแทนบิดาที่สิ้นชีวิตลง บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า การค้าก็ดี แต่เมื่ออายุ ๑๙ ปี หลวงพ่อกลับตั้งใจจะเลิกอาชีพค้าข้าวแล้วจะออกบวช พออายุได้ ๒๒ ปี ก็ได้บวชครองผ้ากาสาวพัสตร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ไทยได้ส่งทหารเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร เมื่อ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ในขณะที่บ้านเมืองกําลังอยู่ในระหว่างสงครามโลก หลวงพ่อได้ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง และได้บรรลุธรรมในขณะที่สงครามโลกครั้งที่ ๑ ยังไม่สิ้นสุด ในช่วงกลางของรัชกาลที่ ๖ หลวงพ่อได้มาเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในรัชกาลที่ ๗ ปี พ.ศ.๒๔๗๔ หลวงพ่อเริ่มรวมทีมทําวิชชา โดยการปฏิบัติธรรมตลอด ๒๔ ชั่วโมง ในสถานที่ที่ท่านเรียกว่า “โรงงานทําวิชชา” ๑ ปี ถัดมา คือ พ.ศ.๒๔๗๕ บ้านเมืองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ คือ การเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย หลวงพ่อยังคงอยู่ที่วัดปากน้ำ ปฏิบัติธรรมของท่านเรื่อยมา ลุถึงปี พ.ศ.๒๔๗๗ รัชกาลที่ ๗ ก็ทรงสละราชสมบัติ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และพระองค์ได้เสด็จไปยังต่างประเทศ จนกระทั่งสวรรคตนอกผืนแผ่นดินไทย ในปีนี้เอง รัชกาลที่ ๘ ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ประเทศชาติอยู่ในช่วงวิกฤติ คือการเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นรุกเข้ามาในแผ่นดินไทย บ้านเมืองระส่ำระส่าย ลูกระเบิดถูกทิ้งมาในย่านสําคัญๆ ที่มีทหารญี่ปุ่นเข้ามาอาศัย และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ในช่วงสงครามโลกนี้เองที่ คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง ได้มาพบกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ และหลวงพ่อได้กล่าวทักขึ้นมาว่า “มึงมันมาช้าไป” แล้วส่งเข้าโรงงานทําวิชชาในวันนั้นทันที หลวงพ่อวัดปากน้ำยังคงอยู่ที่วัดปากน้ำ ในขณะที่ชาวบ้านบางคนที่หลบออกไปต่างจังหวัดได้ ก็พากันอพยพไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีทหารญี่ปุ่น พวกที่หนีไปที่อื่นไม่ได้ ก็หาที่กําบัง หลบอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากอาวุธสงครามต่างๆ แต่หลวงพ่อได้สั่งให้ปิดประตูโรงงานทําวิชชา ห้ามเข้าออก ถ้าวิชชาธรรมกายไม่จริง ช่วยบ้านเมืองไม่ได้ ก็ให้ตายอยู่ในนี้ทั้งหมด เสียงหวอ...สัญญาณบอกให้รู้ว่าจะมีเครื่องบินทิ้งระเบิด บินมาในละแวกที่อยู่นี้ ให้หาที่กําบังโดยเร็ว แม้กระนั้นหลวงพ่อ และผู้ปฏิบัติธรรมในโรงงานทําวิชชาก็ไม่ได้หลีกหนีไปไหน ยังคงอยู่พิสูจน์วิชชาธรรมกาย โดยเอาชีวิตเข้าแลก สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวบ้านได้การกล่าวขานถึงอภินิหารต่างๆ ที่เกิดจากแม่ชีผู้ปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อในวัดปากน้ำ ช่วยบ้านเมืองให้รอดพ้นอันตราย ในปลายสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ปี พ.ศ.๒๔๘๗ พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้มาเกิดแล้วที่ จ.สิงห์บุรี ปลายปี พ.ศ.๒๔๘๘ สงครามสงบแล้ว ในปีรุ่งขึ้น พ.ศ.๒๔๘๙ รัชกาลที่ ๘ ก็ถูกปลงพระชนม์ ยังความสะท้านสะเทือนใจให้กับประชาชนทั้งประเทศ เมื่อมาถึงปี พ.ศ.๒๔๙๓ ในสมัยรัชกาลที่ ๙ สงครามเกาหลีก็เริ่มขึ้น ประเทศไทยส่งทหารไปร่วมรบในสงครามนี้ด้วย และปีนี้หลวงพ่อเริ่มแจกพระของขวัญรุ่นที่ ๑ ปีถัดมา พ.ศ.๒๔๙๔ ก็มีพระของขวัญรุ่นที่ ๒ ออกมาอีก ทหารหลายคนที่ไปให้สงครามเกาหลี ได้มีพระของขวัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำไปด้วย หลวงพ่อได้เล่าให้ฟังในเทศนา อธิบายพระของขวัญของท่านว่า “ ถ้าจะเล่าเรื่องศักดิ์สิทธิ์ให้ฟังสามชั่วโมงเห็นจะไม่จบ เขาเล่าให้ฟังมากมายก่ายกอง ที่เขาเล่าในทางเกาหลี ทหารอังกฤษ อเมริกัน ทหารฝรั่งเศสกําลังคุยกันอยู่ ที่ทหารไทยอยู่บ้าง ลูกระเบิดทําลายมันตกกลางประชุมกําลังคุยกันนั้น ปึงเดียวเท่านั้นตายหมด เหลือตายอยู่คนเดียว ที่อยู่ในนั้นเหลือไทยคนเดียว นอกนั้นไม่เหลือ ตายหมด ไทยคนเดียวมีพระของขวัญอยู่ในตัว ฝรั่งให้เหรียญกล้าหาญ ให้เหรียญกล้าหาญแก่ไทยคนนั้น ยังปรากฏอยู่ นี่ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น...” จวบจนมาถึงปี พ.ศ.๒๔๙๖ สงครามเกาหลีก็สิ้นสุดลง ปี พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อเริ่มเผยแพร่วิชชาธรรมกายไปต่างประเทศ โดยในวันที่ ๘ พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อได้ส่งพระกปิลวัฑโฒ ชื่อเดิมของท่านคือศาสตราจารย์วิลเลี่ยม ผู้ซึ่งได้ธรรมกายแล้วขึ้นเครื่องบินไปเผยแพร่ยังประเทศอังกฤษ ปี พ.ศ.๒๔๙๙ เริ่มมีการทําพระของขวัญรุ่นที่ ๓ ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อสร้างขึ้นเอง ในปีนี้เอง หลวงพ่อเริ่มอาพาธ และถึงปี พ.ศ.๒๕๐๒ หลวงพ่อก็มรณภาพ จากโลกนี้ไปอย่างนักสร้างบารมีที่แกร่งกล้า ชีวิตของหลวงพ่อเหมือนประหนึ่งว่าจะเกิดมาในช่วงที่บ้านเมืองวิกฤติ เพื่อมาช่วยเหลือบ้านเมือง เป็นแสงสว่างให้กับชาวโลก ในยามที่โลกเต็มไปด้วยความสับสนว้าวุ่น และเปี่ยมด้วยภัยอันตรายต่างๆ มากมาย หลวงพ่อได้พูดถึงเหตุแห่งความยากลําบากในช่วงสงครามโลกไว้ในเทศนาของท่าน เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ว่า “ …..ในสองประเทศนั้นที่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน เป็นทุกข์แน่ ไม่ใช่เป็นทุกข์เพียงเท่านั้น หลั่งความทุกข์มาให้ประเทศข้างเคียงไม่ใช่น้อย ยังเราท่านทั้งหลายได้ประสบความเบียดเบียนมาแล้วอย่างใหญ่ เรียกว่าสงคราม ล่วงแล้วสองครั้ง ได้ประสบอย่างใหญ่ทีเดียว พอปลายสงคราม ข้าวของแพงเกินส่วน ของหายากเกินส่วน เครื่องอุปโภคบริโภคไม่พอใช้จ่ายกัน ต่างประเทศถึงกับเดือนร้อนถึงความตาย นี้เป็นได้แล้ว ความเบียดเบียนซึ่งกันและกันเป็นทุกข์ในโลกอย่างนี้...” แต่บัดนี้เล่า หมดทั้งสากลโลก หมดประเทศไทย หมดประเทศอเมริกา หมดประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ฯลฯ ถ้ามีศีลห้าด้วยพร้อมๆ กัน เป็นไง มีศีล ๕ พร้อมกันเสีย บริสุทธิ์พร้อมกัน ไม่มีรองเสียด้วยกันทั้งนั้น โลกจะได้รับร่มเย็นเป็นสุขอย่างไรบ้าง โลกก็ได้รับร่มเย็นเป็นสุขทันใดทีเดียว ประเทศใครๆ อยู่ อู่ใครๆ นอนไป สบายอกสบายใจ เพราะไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันหมดทั้งโลก...” พระผู้เป็นแสงสว่างให้กับชาวโลก ทําให้ชาวโลกได้รู้หนทางการดําเนินชีวิตที่ถูกต้อง ท่านปรารถนาที่จะสร้างโลกนี้ให้มีสันติสุข ดังคําเทศนาที่ท่านกล่าวไว้ แต่ช่วงชีวิตคนหนึ่งนั้นสั้นเหลือเกิน หลวงพ่อได้จากโลกนี้ไปในขณะที่สันติสุขที่แท้จริง กําลังคืบคลานมาสู่โลกนี้ได้นิดเดียว คงเหลือไว้แต่มโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ในรุ่นหลังๆ นี้ได้ช่วย