ตอนที่ ๕ วันที่เริ่มทำวิชชา
หลวงปู่วัดปากน้ำ · ตามรอยพระมงคลเทพมุนี
เราคงจะทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และการปฏิบัติธรรมของท่านในการคุมทีม “ทําวิชชา” มาบ้าง ความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญ และอานุภาพจากการทําวิชชา เป็นที่กล่าวขวัญเล่าขานกันมายาวนานจนปัจจุบัน
ตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนนี้จึงขอเสนอเรื่องเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เริ่มทําวิชชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ โดยอาศัยหลักฐานจากคําเทศน์ของหลวงพ่อ ซึ่งมีปรากฏพอยกมาได้ ดังนี้
๑. เทศนาเรื่อง ปัพพโตปมคาถา แสดงเมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๔๙๗
“...เรื่องความแก่ ความตาย ไม่มีทางสู้ ไม่มีทางแก้ทีเดียว จะแก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้ แต่ว่ามีแก้อยู่ที่วัดปากน้ำ วิชชาธรรมกายไปเห็นวิชชาเหล่านี้หมด ไปเห็นความแก่ ความตาย เวลานี้เขาว่าสมภารวัดปากน้ำกําลังสู้กับความแก่ ความตาย
สู้จริงๆ ผู้เทศน์นี้แหละ ๒๒ ปี ๘ เดือนเศษแล้ว ๘ เดือน ๙ วัน วันนี้แล้ว วินาทีนี้ไม่ได้หยุด เพียรสู้ความแก่ความตาย ไม่ได้ถอยกันเลย...”
อีกตอนหนึ่งกล่าวว่า
“...ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา อยู่วัดปากน้ำก็จริง แต่ไม่รู้ว่าสมภารวัดปากน้ำทําอะไร นี่อัศจรรย์นัก อยู่ด้วยกันตั้งหลายสิบปี อยู่วัดปากน้ำนี้ ๒๒ ปี ๘ เดือน ๙ วัน วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าทําอะไร รู้แต่นิดๆ หน่อยๆ รู้จริงจังลงไปไม่มี มีก็ผู้ที่ทําวิชชาด้วยกัน รู้จริงเห็นจริงกันลงไปทีเดียว ทําอยู่ทุกวันๆ นั่นละก็รู้จริงเห็นจริง...”
๒. เทศนาเรื่อง ขันธปริตร แสดงเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๔๙๗
“...จะให้เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ จนกระทั่งนับอสงไขยชั้นไม่ถ้วนนี้ วัดปากน้ำได้พยายามทําอยู่แล้ว ๒๒ ปี เดือน ๘ ข้างหน้านี้ กลางเดือน ๘ ครบ ๒๓ ปี เต็มเดือนเต็มวันทีเดียว นี้ต้องการพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ อย่างนี้หมด...”
๓. เทศนาเรื่อง สติปัฏฐานสูตร แสดงเมื่อ ๓ ตุลาคม ๒๔๙๗
“...หมดกายพระอรหัต มีกายของพระพุทธเจ้าก็ได้กายในกาย กายในกายๆๆๆๆ มันอย่างนี้แหละ ผู้เทศน์นี้ได้ทําวิชชานี้ ๒๓ ปี ออกพรรษานี้ก็ ๓ เดือนเต็มละ ยังไม่หมดกายละเอียดเหล่านี้เลย ไม่ได้ถอยกลับเลย ยังไม่หมดกายละเอียดเหล่านี้เลย ยังไม่ถึงที่สุด...”
๔. เทศนาเรื่อง อริยทรัพย์ แสดงเมื่อ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗
“...ที่สุดอยู่ที่ไหนละ ผู้เทศน์ยังเรียนวิชชาไปไม่ถึง ยังไม่ถึงที่สุด ๒๓ ปี ๔ เดือนเศษแล้ว ยังไม่ถึงที่สุดเลย...ถ้าสุดเวลาใด ถึงที่สุดของการรักษาแล้วละก็ มนุษย์เลิกแก่ เลิกเจ็บ เลิกตายทีเดียว นี่กําลังพยายามทําไป...”
๕. เทศนาเรื่อง พุทธอุทานคาถา แสดงเมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๗
“..ผู้เทศน์นี้สอน เป็นคนสอนเอง ๒๓ ปี ๕ เดือนนี้ ได้ทําไปอย่างนี้แหละ ไม่ถอยหลังเลย ยังไม่สุดกายของตัวเอง...”
จากหลักฐานในคําเทศนาของหลวงพ่อ พอจะคํานวณได้ดังนี้
ในเทศนาเรื่อง ขันธปริตร ท่านบอกว่า กลางเดือน ๘ ครบ ๒๓ ปี เต็มเดือนเต็มวันทีเดียว
วันเข้าพรรษา คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันต่อจากวันอาสาฬหบูชา ซึ่งคือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
การนับเดือนนั้นจะเริ่มจากขึ้น ๑ ค่ำ ไปจนถึงแรม ๑๔, ๑๕ ค่ำ จึงหมดเดือน กลางเดือน ๘ ที่หลวงพ่อพูดถึงจึงเป็นวันเข้าพรรษา
ถ้าคิดว่ากลางเดือน ๘ คือวันเข้าพรรษา วันนั้นก็จะเป็นวันเริ่มทําวิชชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นแน่ทีเดียว
ในเทศนาเรื่อง มหาสติปัฏฐานสูตร ท่านบอกว่า ๒๓ ปี ออกพรรษานี้ก็ ๓ เดือนเต็มละ ซึ่งก็คือวันเข้าพรรษา เป็นวันที่หลวงพ่อเริ่มทําวิชชา เพราะเข้าพรรษาเริ่มแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ และออกพรรษาเมื่อแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ รวมระยะเวลา ๓ เดือนเต็ม
จึงพอจะคํานวณได้ว่า วันเข้าพรรษาของปี พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งตรงกับราวๆ เดือนกรกฎาคม ๒๔๗๔ เป็นวันที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเริ่มทําวิชชา
วันที่เริ่มทําวิชชาเป็นวันสําคัญยิ่ง เป็นวันที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเริ่มรวมทีมสู้อย่างจริงจัง ซึ่งจะแบ่งผู้ทําวิชชา เป็น ๒ ผลัดๆ ละ ๖ ชั่วโมง นั่งสมาธิติดต่อกัน ๖ ชั่วโมง พัก ๖ ชั่วโมง แล้วมานั่งอีก ๖ ชั่วโมง พัก ๖ ชั่วโมง อย่างนี้ เหมือนการทํางานเป็นกะของโรงงาน ท่านจึงเรียกว่าโรงงานทําวิชชา ปฏิบัติงานทางจิตนี้ ๒๔ ชั่วโมง ไม่ได้หยุด ช่วงเวลาที่หลวงพ่อเทศน์นี้ ๒๓ ปีแล้ว ไม่ได้หยุด คิดดูเอาเถิดว่าท่านเอาจริงเอาจังต่อการศึกษาวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงไร
หากมีคนถามเรื่อง ภูมิใจ
ลูกตอบเลยทันใด มุ่งค้น
ต้นที่สุดภายใน ธรรมธาตุ
เป็นสุขใจเปี่ยมล้น กว่าได้ใดใด
สุนทรพ่อ