ตอนที่ ๓ พ่อค้าเรือข้าว
หลวงปู่วัดปากน้ำ · ตามรอยพระมงคลเทพมุนี
สมัยเป็นฆราวาส หลวงพ่อต้องเป็นพ่อค้าข้าวแทนบิดาที่สิ้นชีวิตลง เมื่อหลวงพ่ออายุได้เพียง ๑๔ ปี
พ่อค้าวัย ๑๔ ปี ค้าขายข้าวขึ้น - ล่อง ระหว่างสองพี่น้องกับกรุงเทพฯ เดือนหนึ่ง ๒ - ๓ ครั้ง นับเป็นภาระที่หนักมากทีเดียว
ชีวิตของหลวงพ่อสมัยเป็นเด็กๆ ในฐานะพ่อค้าข้าวนั้นเป็นอย่างไร อยากจะกล่าวถึงชีวิตของทิดชิ้น บ้านอยู่อยุธยา ที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าเรือข้าวเหมือนกัน มาเล่าไว้พอเป็นแบบให้นึกถึงชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ในสมัยนั้นได้บ้าง
ทิดชิ้นเป็นพ่อค้าเรือข้าว ที่กู้เงินมาซื้อเรือกระแซง สําหรับบรรทุกข้าวขาย ใช้เวลาเพียงแค่ ๔ - ๕ ปี จากเรือกระแซงลําเดียว ก็เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ลำ กิจการค้าข้าวของทิดชิ้นเป็นไปด้วยดี
ทิดชิ้นจะออกไปติดต่อขอซื้อข้าวตามถิ่นต่างๆ ในท้องทุ่งเสนา จ.อยุธยา เพื่อนําไปบดข้าวตรวจดูว่าข้าวสวยหรือไม่สวย แล้วจึงตกลงต่อรองราคากันและกัน หากตกลงกันยุ้งหนึ่งแล้ว ข้าวยังไม่เต็มลําเรือ ก็ต้องติดต่อซื้อหาจากยุ้งบ้านอื่นๆ เรื่อยไป กว่าจะตระเวนซื้อจนหมดฤดูตวงข้าวก็กินเวลาหลายเดือน
กําไรที่ทิดชิ้นได้มาจากการค้านี้ ก็คือ “ข้าวออก” ซึ่งเป็นข้าวที่ได้มาจากการค้าอย่างนี้ คือ การซื้อข้าวจากชาวนา จะใช้วิธีตวงด้วยถัง คิด ๑๐๐ ถัง เป็น ๑ เกวียน แต่เมื่อนําเอาข้าวเปลือกไปขายที่โรงสี ทางโรงสีจะชั่งเป็นกิโลกรัม คิด ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เป็น ๑ เกวียน เมื่อเอาข้าวที่ซื้อเป็นถังจํานวน ๑ เกวียน ไปชั่งจะได้น้ำหนักถึง ๑,๑๐๐ -๑,๑๕๐ กิโลกรัม เท่ากับได้กําไรเกวียนละ ๑๐๐ - ๑๕๐ กิโลกรัม “ข้าวออก” จึงเป็นตัวทําเงินให้แก่พ่อค้าข้าวอย่างทิดชิ้นได้ (ปัจจุบันเลิกการตวงถังแล้ว)
ชีวิตพ่อค้าเรือข้าว นอกจากจะเปิดโลกให้ทิดชิ้นมีหูตากว้างไกล มีเพื่อนฝูงลูกค้าในหลายพื้นที่แล้ว ยังมีเหตุการณ์ที่ทําให้ทิดชิ้นได้รู้รสชาติของคนค้าข้าว ที่ต้องรอนแรม ไปตามที่ต่างๆ อย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น
ในวันที่พี่สาวของทิดชิ้นใกล้จะสิ้นใจ แม้ทิดชิ้นจะห่วง แต่ก็ต้องนําข้าวไปเข้าคิวชั่งที่โรงสี โดยต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตีสาม โยงเรือข้าว ๒ ลําเข้าด้วยกัน ให้ลูกสาวถือท้าย ส่วนตัวเองขับเรือนํา (สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่ได้ใช้เรือยนต์อย่างนี้ แต่ใช้ถ่อใช้แจวกัน)
เมื่อเรือวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ก็เห็นเรือสองตอนจอดนิ่งอยู่ริมฝั่ง ดูท่าทางเหมือนเรือจะเสีย ทิดชิ้นก็วิ่งเรือผ่านไป พอออกมาถึงปากคลอง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ้านเรือนอยู่เต็มสองฝั่งคลอง เรือสองตอนที่เห็นจอดอยู่ก็วิ่งตามมา แล้วเลยแซงหน้าเรือทิดชิ้นไปดับเครื่องอยู่ข้างหน้า ทิดชิ้นก็แปลกใจอยู่ที่เห็นเรือลําเดิมนั้น แต่ก็ไม่ได้นึกเฉลียวใจอะไร จนกระทั่งเรือวิ่งมาได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวปลอดบ้านเรือน
เรือสองตอนลําเดิมโผล่มาขนาบข้างเรือของทิดชิ้น แล้วคนบนเรือก็พยายามจะข้ามมา ทิดชิ้นเห็นท่าไม่ดี จึงเร่งเครื่องเรือเต็มที่ พร้อมใช้เท้าถีบกราบเรือสองตอนให้ถอยห่างออกไป พลางตะโกนว่า
“เฮ้ย พวกเอ็งจะเอายังไงนี่”
คนบนเรือก็ถามสวนมาว่า “บ้านแพนไปทางไหนละ”
ทิดชิ้นแปลกใจ เพราะคนท้องทุ่งภาคกลางนี้จะต้องรู้จักบ้านแพนดี เพราะเป็นชุมทางค้าขายสินค้าและท่าเรือเมล์ กับทั้งนึกถึงพิรุธของเรือลํานี้ จึงรวบรวมกําลังถีบเรือสองตอนให้ห่างออกไป แล้วกระโดดเข้าไปคว้ามีดในเรือ คนบนเรือสองตอนคงคิดว่าทิดชิ้นเข้าไปคว้าปืน จึงถอยเรือออกห่างไป
ทิดชิ้นก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้จะมาปล้นเรือหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่นักปล้นเรือมักซุ่มปล้นเรือขาล่องกลับมาจากโรงสีมากกว่า แต่มันก็เป็นเหตุการณ์ตื่นเต้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตพ่อค้าเรือข้าวของทิดชิ้น
ส่วนชีวิตพ่อค้าเรือข้าวของเด็กน้อยอายุ ๑๔ ปี อย่างหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ สมัยเป็นฆราวาสนั้น ก็ผ่านเหตุการณ์ร้ายคล้ายอย่างนี้มาเหมือนกัน
เมื่อค้าข้าวมาได้ ๕ ปี จนมีอายุได้ ๑๙ ปี หลวงพ่อได้เล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นไว้ ดังปรากฏในบันทึกว่า ท่านเกือบโดนโจรปล้น ที่คลองบางอีแท่น ทําให้ท่านได้คิดและตัดสินใจออกบวชตลอดชีวิต จนที่สุดได้บรรลุธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รู้เรื่องราวของชีวิตไปตามความเป็นจริง
ชีวิตของความยากลําบากในการแสวงหาทรัพย์ ย่อมพบกันแล้วทุกคน แต่จะมีใครสักคนที่ได้คิดอย่างชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ กระทั่งได้ตัดสินใจออกบวช และค้นคว้าธรรมอย่างจริงจัง จนได้พบ “วิชชาธรรมกาย” นํามาสอนให้กับชาวโลกได้รู้จักความจริงแท้ของชีวิต
ชีวิตของทิดชิ้นเป็นตัวอย่างของชีวิตหลายๆ ชีวิตในโลก ที่แม้จะพบความยากลําบากในชีวิต แต่ก็ไม่พบการตัดสินใจที่จะทําชีวิตให้สูงขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร
ชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นชีวิตของบัณฑิตผู้มีปัญญา แม้จะมีชีวิตผ่านโลกมาเพียง ๑๙ ปี แต่ก็มีการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ ในการมุ่งแสวงหาความเจริญยิ่งขึ้นไปให้กับชีวิต นั่นคือการออกบวช เพื่อแสวงหาความจริงแท้ของชีวิต ทําให้ไม่ต้องดําเนินรอยตายตามไปอย่างกับบิดาและปุรพชนของท่าน
หลวงพ่อท่านมีชีวิตที่ประเสริฐกว่า เพราะได้เข้าถึงสิ่งที่ประเสริฐ คือ “ธรรมกาย” และได้สั่งสอนเผยแผ่ “วิชชาธรรมกาย” ที่ท่านค้นพบ เพื่อชาวโลกจะได้ไม่ต้องดําเนินชีวิตซ้ำรอยปุรพชน คนรุ่นเก่าๆ ให้ได้มีชีวิตใหม่ที่พบแสงสว่างของชีวิตได้
จุดพลิกชีวิตของหลวงพ่อ จากพ่อค้าเรือข้าวมาเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ปรารถนาแสวงหาวิชชาของพระพุทธเจ้า จนกระทั่งท่านพบได้นั้น นับเป็นตัวอย่างให้กับชาวโลกได้คิดว่า แล้วชีวิตของท่านละเกิดมาแสวงหาอะไร ?
ขอขอบคุณ
เรื่องของทิดชิ้น จากหนังสือ “เพื่อความเข้าใจในแผ่นดิน อยุธยา” ของสํานักพิมพ์สารคดี
พิมพ์ครั้งแรก กันยายน ๒๕๓๘