ศีลรู้-ศีลเห็น
หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 3
ศีลจริงๆ นะเป็นศีลอะไร?
ศีลในทางปริยัติไม่ใช่ศีลทางปฏิบัติ ศีลในทางปริยัติก็ดีจริงตามปริยัติ ศีลในทางปฏิบัติ ก็ดีจริงในทางศีลปฏิบัตินะ ไม่ใช่เป็นปกติธรรมดา กาย วาจา ตลอดถึงใจ เป็นอพฺโพหาริ เป็นเนื้อหนังเดียวกันไปที่เดียวกัน จนกระทั่งถึงเจตนา ใจก็เป็นเนื้อหนังเดียวกัน กับศีลทีเดียว นี่เป็น ศีลตามปริยัติ
ศีลตามปฏิบัติ ให้เห็นศีล เห็นศีลทีเดียว ศีลอยู่ไหน
ศีลที่เห็นนะ ต้องทําสมาธิให้เป็นขึ้น ให้เข้าถึงธรรมกาย
ทําสมาธิเป็นขึ้น เข้าถึงธรรมกายถึงจะเห็นศีลตามส่วน
ศีลโลกีย์ กายมนุษย์ที่เป็นโลกีย์นี่ก็เห็น พอเป็นเข้าแล้ว
กายมนุษย์ละเอียดเห็น กายทิพย์ก็เห็น กายทิพย์ละเอียดก็เห็น
กายรูปพรหมเห็น กายรูปพรหมละเอียดเห็น
กายอรูปพรหมเห็น กายอรูปพรหมละเอียดเห็น
หากว่าเห็นศีลเป็นโคตรภู แปดกายนะไม่เห็น กายธรรมเห็น กายธรรมละเอียดเห็น นี้ศีลเป็นโคตรภู เห็นเป็นดวงใสขนาดดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์อยู่ในกลางดวงธรรมที่ทําให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่ อยู่กลางดวงนั้น เห็นจริงๆ จังๆ ชัดๆ นั้น ศีลเห็น นั้นเรียกว่า อธิศีล
เมื่อเข้าถึงอธิศีล ในกลางดวงอธิศีล นั้นนะมีดวงอธิจิต
เมื่อเข้าถึงอธิจิต ในกลางดวงอธิจิตมีดวงอธิปัญญา เท่ากัน มีศีล สมาธิ ปัญญาอย่างนี้ มีศีล ศีลอย่างนี้ ได้ชื่อว่า ศีลเห็น ปรากฏอย่างนี้แหละ เอาตัวรอดได้พ้นจากทุกข์ได้ เพราะว่าเห็นศีลเข้าเท่านั้นแล้ว
ศีลนั่นแหละเป็นทางมรรคผลทีเดียว พระอริยเจ้าเดินไปตามศีลที่เห็นนั้น ไม่ใช่ไปทางศีลที่รู้ แต่ว่าทางเดียวกันนั่นแหละ
ศีลที่รู้หยาบกว่า ศีลที่เห็นละเอียดกว่า ล้ำกว่ามาก
เมื่อรู้จักหลักอันนี้ละก็ นั่นแหละที่เห็นเป็นปรากฏใสเป็นกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้านั่นแหละ
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง “อริยทรัพย์”
๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๗