ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ธรรมขาว-ธรรมดำ

หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 3

PDF
ธรรมขาวเป็นธรรมสําคัญ ธรรมดําเป็นฝ่ายของพญามารแท้ๆ ไม่ใช่ของพระ ของพระเป็นฝ่ายธรรมขาวแท้ๆ ไม่ใช่ธรรมดํา ตรงกันข้ามดังนี้ แต่ว่าผู้ประพฤติปฏิบัติในพระธรรมวินัยของพระศาสดา ทั้งภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ไม่รู้จักชัดว่าปฏิบัติดังนี้เป็นธรรมดํา ปฏิบัติดังนี้เป็นธรรมขาว ไม่รู้ชัด จะรู้จักชัด ต้องขัดกาย วาจา ใจ ออกไปเป็นขั้นๆ ทุจริตกาย วาจา จิต นั้นเป็นธรรมดํา สุจริตกาย วาจา จิต นั้นเป็นธรรมขาว ทําใจให้ผ่องใส นั้นเป็นธรรมขาว ถ้าใจมืดมัวขุ่นหมอง นั้นเป็นธรรมดํา นี่เป็นธรรมดําธรรมขาวมีลักษณะอย่างนี้ ชั่วเป็นฝ่ายดําทั้งนั้น ดีเป็นฝ่ายขาว ทีนี้ฝ่ายธรรมดํา ใจมนุษย์มีอภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ นี่ฝ่ายธรรมดํา กายมนุษย์ ตลอดกายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ มีธรรมดํา โลภะ โทสะ โมหะ ตลอดกายทิพย์ละเอียดนี่เป็นฝ่ายธรรมดํา กายรูปพรหม ทั้งหยาบทั้งละเอียดมี ราคะ โทสะ โมหะ นี้เป็นฝ่ายธรรมดํา ตลอดจนรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหมมีกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อวิชชานุสัย ทั้งหยาบทั้งละเอียด นี้เป็นฝ่ายธรรมดํา ฝ่ายธรรมขาว ให้ทาน เมตตา สัมมาทิฏฐิ นี่กายมนุษย์ทั้งหยาบทั้งละเอียด กายทิพย์ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่โลภตั้งอยู่ในความให้ ไม่โลภอยากได้ของเขา ให้ของตนแก่เขา ไม่โกรธตั้งอยู่ในเมตตา ไม่หลงตั้งอยู่ในความเห็นชอบ นี่เป็นฝ่ายธรรมขาว ไม่กําหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่หลงงมงาย ไม่กําหนัดคือคลายกําหนัดเสียแล้ว ไม่มีกําหนัด ไม่ขัดเคือง มีความเมตตา เป็นปุเรจาริก ไม่หลง รู้แจ้งเห็นจริงดังนี้ นี้เป็นธรรมฝ่ายขาว ให้รู้จักคลองธรรมดังนี้ นี่คลองธรรมดังนี้นัยหนึ่ง อีกนัยหนึ่ง คลองธรรมที่เป็นธรรมดําธรรมขาวน่ะ นี่ลึกซึ้งสว่างไสว ปฏิบัติลงไปแล้ว เห็นดวงใสดุจกระจกคันฉ่องส่องเงาหน้า เห็นดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เห็นกายมนุษย์ละเอียด กายมนุษย์ละเอียดก็สว่างไสว เห็นดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เห็นกายทิพย์ กายทิพย์ก็สว่างไสว เห็นดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ เห็นชัดดังนั้น นี้เป็นธรรมขาว ถ้าเห็นกายทิพย์ละเอียด กายทิพย์ละเอียดก็เห็นดุจเดียวกัน เข้าถึงกายรูปพรหม-กายรูปพรหมก็เห็นดุจเดียวกัน เข้าถึงกายรูปพรหมละเอียด-กายรูปพรหมละเอียดก็เห็นดุจ เดียวกัน เข้าถึงกายอรูปพรหม-กายอรูปพรหมก็เห็นดุจเดียวกัน เข้าถึงกายอรูปพรหมละเอียด-กายอรูปพรหมละเอียดก็เห็นดุจเดียวกัน เข้าถึงกายธรรม-กายธรรมก็เห็นดุจเดียวกัน เข้าถึงกายโสดา-กายโสดาละเอียดก็เห็นดุจเดียวกัน กายสกทาคา-กายสกทาคาละเอียด กายธรรมอนาคา-กายธรรมอนาคาละเอียด กายธรรมพระอรหัต-กายธรรมพระอรหัตละเอียด เป็นลําดับขึ้นไปดังนี้ นี่เรียกว่าซีกธรรมขาว ไม่ใช่ซีกธรรมดํา ถ้าไม่เห็นดังนี้ อยู่ในซีกธรรมดํา เป็นธรรมของพญามาร เป็นบ่าวของพญามารไป เป็นทาสของพญามารไป เขาบังคับใช้สอยเหมือนเด็กๆ เล็กๆ เหมือนทาสกรรมกรไปอยู่ในกํามือของมาร นี้ให้รู้จักหลักฐานธรรมดําธรรมขาว ดังนี้ จากพระธรรมเทศนาเรื่อง “ติลกฺขณาทิคาถา” ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๗