ตรัสรู้
หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 3
สัมมา สัมพุทโธ แปลตามศัพท์ว่า ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ หรือนัยหนึ่งว่า ตรัสรู้เองโดยถูกต้อง หรือพูดให้สั้นก็ว่า รู้ถูกเอง เพื่อให้ใกล้กับภาษาสามัญที่ใช้กันว่า รู้ผิดรู้ถูก ได้แก่คําที่พูดติเตียนคนที่ทําอะไรผิดพลาดไปว่า เป็นคนไม่รู้ถูกรู้ผิด ทําไปอย่างโง่ๆ ดังนี้เป็นต้น
แต่แท้จริง “พุทโธ” คํานี้เมื่อพิเคราะห์ให้ลึกซึ้งลงไปตามรูปศัพท์แล้ว มีความหมายลึกซึ้งมาก ต่างกันไกลกับคําว่า ชานะ หรือวิชานะ ซึ่งแปลว่ารู้แจ้งนั้น
ดังนั้น พุทโธจึงได้แปลกันว่า “ตรัสรู้” ไม่ใช่รู้เฉยๆ เติมคําว่า “ตรัส” นําหน้า “รู้” ซึ่งสะกิดให้สนใจว่า “รู้” กับ “ตรัสรู้” ๒ คํานี้ มีความหมายลึกซึ้งตื้นกว่ากันแน่
โดยมิสงสัย เมื่อระลึกถึงพระบาลีในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่ว่า “จกฺขุํ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก ฯ”
จึงทําให้แลเห็นความว่า คุณวิเศษทั้ง ๕ อย่างดังบาลีขึ้นกล่าวนี้ จะเป็นความหมายแห่งคําว่า พุทโธ กล่าวคือ จกฺขุํ ญาณํ ปญฺญา วิชฺชา อาโลโก ทั้ง ๕ อย่างนี้ประมวลเข้าด้วยกัน รวมเป็นคําแปลของคําว่า พุทโธ
หรือจะแปลให้สั้นเข้าอีก คําว่า พุทโธ ก็ยังต้องแปลว่า ทั้งรู้ทั้งเห็น ไม่ใช่รู้เฉยๆ อาศัยคําว่า จกฺขุํ ญาณํ ในบาลีที่ยกขึ้นกล่าวมานั้นเป็นเครื่องประกอบ
ยิ่งกว่านั้นยังมีคําว่า ชานตา ปสฺสตาฯ ในมหาสติปัฏฐานสูตรอยู่อีก ซึ่งเป็นเหตุสนับสนุนว่า ที่ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ไม่ใช่รู้เฉยๆ เป็นทั้งรู้ทั้งเห็น
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง “พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ”