บุญบารมี
หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 2
บุญที่เกิดจากการบริจาคทานนั้น เมื่อบริจาคบ่อยครั้งเข้า รวมกันได้ขนาดโต วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ ๑ คืบ หรือขนาดเท่าดวงจันทร์ แล้วดวงบุญนั้นจะกลั่นตัวเองเป็นบารมี ที่เรียกว่า ทานบารมี ได้ดวงทานบารมีราวๆ วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ นิ้ว
เมื่อดวงทานบารมีนี้มีมากขึ้น จนวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ๑ คืบหรือขนาดเท่าดวงจันทร์แล้ว ก็จะกลั่นตัวเอง เป็นบารมีที่สูงกว่านั้น คือเรียกว่าทานอุปบารมี ได้ดวงทานอุปบารมีราวๆ วัดตัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ๑ นิ้ว และดวงทานอุปบารมีนี้ เมื่อมีมากขึ้นจนวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ๑ คืบ หรือขนาดเท่าดวงจันทร์แล้ว ก็จะกลั่นตัวเองเป็นบารมีที่สูงสุด คือทานปรมัตถบารมี ได้ดวงทานปรมัตถบารมีราวๆ ๑ นิ้ว
ส่วนบุญที่เกิดจากการรักษาศีล การออกจากกาม ความมีปัญญา ความเพียร ความอดทน ความสัตย์จริง ความตั้งใจมั่น ความเมตตา ความมีอุเบกขาเหล่านี้ เมื่อบุญแต่ละอย่างๆ มีจํานวนมากขึ้นได้ขนาดที่จักกลั่นตัวเองแบบทานที่กล่าวแล้ว ก็จักกลั่นตัวเองเป็นบารมี อุปบารมี และปรมัตถบารมีตามลําดับ บุญและบารมีทั้ง ๓ ระดับ จึงเป็นเหตุผลแก่กันดังนี้
ต่อเมื่อไรบุญเหล่านี้ขยายส่วนกลั่นตัวเองเป็นบารมี อุปบารมี และปรมัตถบารมี ได้เต็มจํานวน วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ๑ คืบ เสมอกันหมดแล้ว สําหรับผู้ที่ปรารถนาเพียงนิพพาน โดยการเป็นพระอริยสาวกองค์ใดองค์หนึ่ง บารมีเพียงนี้ก็จะทําให้บรรลุความเป็นปกติสาวกได้
ส่วนผู้ที่ปรารถนาจะสร้างบารมี เป็นพระอสีติมหาสาวกและพระพุทธเจ้าเหล่านี้ ก็ต้องสร้างบารมีแต่ละบารมีให้มีส่วนโตกว่าจําพวกแรกนี้ขึ้นไปเป็นลําดับ บารมีนี้อยู่ในศูนย์กลางของดวงธรรมที่ทําให้เป็นกายทุกกาย
ในดวงทานบารมี ก็มีดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ประกอบด้วยเหล่านี้เป็นสมาบัติ ประกอบดวงทานบารมีเป็นกสิณ ๑๐ เดินสมาบัติในกสิณ
ในเมื่อดวงทานบารมีประกอบไปแล้วเช่นนี้ ดวงอื่นๆ คือศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี และอุเบกขาบารมี
บารมีเหล่านี้ต่างก็มีดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะเช่นเดียวกัน เราก็ต้องประกอบเป็นสมาบัติและกสิณ ๑๐ เดินสมาบัติในกสิณ ไปทีละบารมีจนครบ ๑๐ ทัศ
ส่วนพวกอุปบารมีและปรมัตถบารมี ก็ทําเช่นเดียวกันทุกบารมี ทําตลอดทุกกาย จนสุดหยาบสุดละเอียด
จากหนังสือ “คู่มือสมภาร”