ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เหตุนำไปเกิดบนสวรรค์แต่ละชั้น

หลวงพ่อธัมมชโย · มหาทุคตะกับฝนรัตนชาติ

PDF
เหตุนำไปเกิดบนสวรรค์แต่ละชั้น เมื่อมหาทุคตะได้รับแต่งตั้งเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ประจำเมืองแล้ว ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในความประมาทมัวเมาในทรัพย์ที่ตนเองได้มาเลย เขาและครอบครัวเริ่มสร้างมหาทานบารมีกันอย่างเข้มข้น ทั้งทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ฟังเทศน์ฟังธรรมจนเป็นปกติ เวลาให้ทาน เขามีความคิดว่า ทานที่เขาให้นั้นไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองก็ดี วัตถุทานต่างๆ ก็ดี ที่นำมาถวายก็เพราะเห็นว่า เป็นความดี เป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ได้ให้แล้วหวังรวยอย่างเดียวโดยไม่มีเป้าหมายที่ถูกต้อง ผู้คนมากมายในอดีต เมื่อทำทานแล้วก็มักจะอธิษฐานจิตขอให้ได้เป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยไปทุกภพชาติ แต่ไม่ได้อธิษฐานกำกับไว้ด้วยว่า ให้บรรลุมรรคผลนิพพาน หรือให้ใช้ทรัพย์นั้นให้เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ยิ่งๆ ขึ้นไป คนเหล่านี้เมื่อละโลกแล้วมักจะไปอยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา เมื่อเกิดใหม่เป็นมนุษย์อีกครั้งก็ร่ำรวยจริง แต่รวยแล้วมักจะถูกผลักให้พลัดออกนอกบุญเขตของพระพุทธศาสนา แม้เป็นมหาเศรษฐีก็รวยฟรี เพราะไม่ได้นำทรัพย์มาสร้างมหาทานต่อในแหล่งเนื้อนาบุญหรือในบุญเขต ดังตัวอย่างมหาเศรษฐีมากมายในปัจจุบันนี้ที่แข่งกันเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง พวกเขาเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ มีความคล่องแคล่วเชี่ยวชาญในการลงทุน และจะมีความปลื้มใจเมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีพุ่งสูงขึ้น ตัวอย่างที่กล่าวมาชี้ให้เรามองเห็นว่า มีเศรษฐีมากมายที่ทำบุญแล้วไม่ได้ตั้งเป้าหมายเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน อย่างที่ควรจะอธิษฐานกำกับว่า “นิพพานะปัจจะโย โหตุ” เวลาละโลกแล้ว พวกเขาจึงไปอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา บ้างก็ไปชั้นดาวดึงส์ เนื่องจากว่า ทำบุญเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป ถ้าทำทานตามบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาเป็นร้อยเป็นพันปีให้ยาวนานต่อไป บ้างก็ตั้งวงบุญใหม่เป็นต้นตระกูลในการสร้างมหาทานบารมี ใครที่ทำอย่างนี้มักจะไปเกิดอยู่บนสวรรค์ชั้นที่ ๓ คือ ชั้นยามา อย่างเช่น มหาทุคตะ ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีใหม่ ได้เริ่มตั้งวงศ์ตระกูลอบรมสั่งสอนลูกหลานให้ทำทานสืบทอดกันไป เพื่อรักษาวงศ์ของการสร้างมหาทานบารมีเอาไว้ ถ้าสร้างมหาทานบารมี เลี้ยงพระภิกษุ สามเณร ผู้ประพฤติธรรม ด้วยจิตที่ประกอบไปด้วยเมตตา หวังสงเคราะห์ หวังสนับสนุนให้ท่านได้ประพฤติธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป หากทำอย่างนี้ได้ตลอดชาติ มักจะไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต คือ สวรรค์ชั้นที่ ๔ ถ้าชั้นที่ ๕ นิมมานรดี เป็นประเภททำบุญตามอย่างบัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนที่เขาทำกันมา รักษาวงศ์ของบัณฑิตนักปราชญ์เอาไว้ ส่วนชั้นที่ ๖ ปรนิมมิตวสวัตดี เวลาทำบุญมักมีความปลาบปลื้ม มีความเลื่อมใส อิ่มเอิบใจมาก ท่านเศรษฐีใหม่ได้ทำครบวัตถุประสงค์กันทั้งครอบครัว ทำแล้วตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุมรรคผลนิพพาน ทำเพราะว่าเป็นความดี ทำเพราะว่าหวังสงเคราะห์ และตั้งตระกูลแห่งการสร้างมหาทานบารมี รักษาวงศ์ของบัณฑิตนักปราชญ์ แล้วยังปลื้มเลื่อมใสในมหาทานบารมี หรือศีลที่รักษา หรือภาวนาที่เจริญ ทำอย่างนี้ตลอดชีวิตเลย ในยุคนั้นมนุษย์มีอายุขัยยืนยาวนานถึง ๒๐,๐๐๐ ปี ท่านทำอย่างนั้นไปจนหมดอายุขัย เมื่อท่านละจากโลกไปแล้ว ได้ไปเกิดในเทวโลก ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่าไปเกิดที่สวรรค์ชั้นไหน ตำราบอกแต่ว่า ท่องเที่ยวไปในเทวโลกตลอด ๑ พุทธันดร เข้าใจว่า คงท่องเที่ยวไปบนสวรรค์หลายๆ ชั้น สลับกันเรื่อยไปตามกำลังบุญที่ตามส่งผล การท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลก ๑ พุทธันดรนั้นยาวนานเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ ทั้งนี้เพราะว่าได้ประกอบเหตุอันเลิศ ทำบุญถูกเนื้อนาบุญคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยจิตที่เลื่อมใสศรัทธา ส่งผลให้ท่องอยู่ในเทวโลกเป็นเวลาอันยาวนานนั่นเอง