ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สั่งการปัดระเบิดสงครามโลกครั้งที่ ๒

หลวงปู่วัดปากน้ำ · อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา

PDF
สั่งการปัดระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 กําลังดําเนินไปอย่างดุเดือด กองกําลังทหารญี่ปุ่นได้เข้ามายังประเทศไทยด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการใช้เป็นฐานทัพในการสู้รบ เพื่อบุกยืดประเทศพม่าและอินเดีย โดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางคมนาคมในการลําเลียงอาวุธไพร่พล และเสบียง ดังนั้นกองกําลังทหารสหรัฐฯ จึงนําเครื่องบินมาทิ้งระเบิด เพื่อบุกโจมตีและตัดเส้นทางการคมนาคมของพวกญี่ปุ่น ตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่น สะพานข้ามกรุงเทพ-ธนบุรี ประตูน้ำอ่างทอง ประตูน้ำบางยาง ประตูน้ำบางนกแขวก รวมทั้งคลองภาษีเจริญ ซึ่งใกล้กับวัดปากน้ำ อีกทั้งยังมุ่งทําลายแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการสู้รบ ซึ่งก็คือ โรงไฟฟ้าวัดเลียบ ซึ่งในช่วงที่บ้านเมืองกําลังลุกเป็นไฟนี่เอง หลวงปู่ท่านก็ได้คุมทีมงานทําวิชชาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน คือ ทํากันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขเหตุการณ์บ้านเมืองเพื่อให้สงครามยุติ ซึ่งหลวงปู่ท่านถึงกับพูดว่า “จะไม่ยอมหนีไปไหน และถ้าวัดปากน้ำหรือประตูน้ำภาษีเจริญถูกระเบิดลง ก็จะยอมตาย...” และหลังจากที่หลวงปู่ท่านลั่นวาจาอย่างนี้ ไม่ว่ากองกําลังทหารสหรัฐฯ จะบุกเอาเครื่องบินมาทิ้งระเบิดมากสักเท่าไร ก็พลาดเป้าหมายแทบทุกครั้ง อีกทั้งยังมีชาวบ้านพูดกันอย่างหนาหูว่า วัดปากน้ำเป็นที่ที่ปลอดภัยจากระเบิดมากที่สุด เพราะหลวงปู่ท่านไม่ยอมให้ระเบิดลงที่นี่หรอก ด้วยเหตุนี้...จึงทําให้ชาวบ้านและทหารกรมแผนที่....แห่กันมาอพยพหลบภัยที่ตึกขาวในวัดปากน้ำ (ปัจจุบันคือหอเจริญวิปัสสนา) และที่น่าทึ่งไปกว่านั้น..ยังมีผู้คนจํานวนมาก เห็นแม่ชีในลักษณะโปร่งแสงลอยอยู่เหนือน่านฟ้า โดยเอามือไปปัดระเบิด ในขณะที่เครื่องบินรบกําลังมาทิ้งระเบิด จนสร้างความฮือฮาและตะลึง-งง-งัน ให้แก่ผู้คนเป็นจํานวนมาก จนหนังสือพิมพ์ต้องเอาข่าวนี้มาลงเพราะทึ่งในความมหัศจรรย์นั้น และที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะหลวงปู่ท่านได้คุมพวกทําวิชชา ให้ทําการปาฏิหาริย์กายขึ้นไปปัดระเบิด อีกทั้งยังใช้วิชชาธรรมกายเนรมิตเมืองเป็นป่าบ้าง..เป็นแม่น้ำบ้าง และเนรมิตแม่นําให้เป็นบ้าน..เป็นเมืองแทน จนทําให้พวกทหารที่มาทิ้งระเบิดเข้าใจผิด และทิ้งไม่โดนเป้าหมายสักที ในช่วงนั้น หลวงปู่ท่านเลือกให้คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นหัวหน้าเวรในการทําวิชชากะดึกซึ่งท่านได้ถามพวกทําวิชชาว่า “เครื่องบินข้าศึกจะมากี่โมง..?” คุณยายอาจารย์ฯ ท่านก็ตอบว่า “ตี 1 เจ้าค่ะ...” และพอถึงตี 1 สัญญาณเตือนภัยระเบิดก็ดังจริง ๆ ตรงนี้..เป็นความน่าอัศจรรย์ของวิชชาธรรมกายแบบสุด ๆ เพราะทหารอเมริกันก็ไม่ได้มาบอกอะไรคุณยายอาจารย์ฯ ถึงแผนการในการทิ้งระเบิดเลย แต่คุณยายอาจารย์ฯ กลับรู้เวลาในการทิ้งระเบิดที่แน่นอน !! และในขณะที่สงครามกําลังดุเดือดอยู่นั้น หลวงปู่ท่านก็ถามคุณยายว่า “เยอรมันแพ้หรือชนะวะ..?” ซึ่งคุณยายอาจารย์ฯ ท่านก็ดูในที่แล้วตอบว่า “แพ้เจ้าค่ะ” และสุดท้าย..เยอรมันก็แพ้สงครามจริง ๆ ในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ซึ่งตรงนี้ก็แปลกอิก..เพราะขณะที่เกิดการสู้รบห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ก็ไม่มีใครวู้หรอกว่า ฝ่ายใดจะชนะ แต่คุณยายอาจารย์ฯ ก็สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่า เยอรมันจะต้องแพ้แน่ ๆ ก่อนที่หลวงปู่ท่านจะถามคําถามพวกที่ทําวิชชานั้น หลวงปู่ ท่านจะเห็นและรู้คําตอบอย่างแจ่มแจ้งในสิ่งนั้นอยู่ก่อนแล้ว แต่เนื่องจากท่านต้องการตรวจสอบญาณทัสสนะลูกศิษย์ อีกทั้งยังเป็นการปรับให้ญาณทัสสนะของทุกคนให้ตรงกัน... จากนั้นหลวงปู่ท่านก็ค้นต่อจนเห็นในที่ว่า มีระเบิดประหลาด ที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังแตกต่างกับระเบิดลูกอื่นที่ใช้ในสงคราม ซึ่งก็คือ ระเบิดปรมาณู จึงทําให้หลวงปู่ถามคุณยายอาจารย์ฯ ว่า “ถ้าลูกนี้มันลงจะเป็นยังไงวะ..??” ซึ่งคุณยายอาจารย์ฯ ท่านก็เขาที่แล้วตอบๆว่า “ถ้าลงที่เมืองไทย ก็จะราบเป็นหน้ากลอง ไม่เหลืออะไรเลยเจ้าค่ะ..!!!” พอถึงตรงนี้ ก็ยิ่งทําให้รู้สึกประหลาดใจหนักเข้าไปอีกว่า หลวงปู่กับคุณยายอาจารย์ฯ และพวกที่ทําวิชชารู้เรื่องระเบิดนี้ได้อย่างไร ในเมื่อสหรัฐอเมริกาเร่งทําโครงการพัฒนาระเบิดปรมาณูอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ อีกทั้งระเบิดปรมาณูลูกแรก ก็ยังไม่เคยทดลองทิ้งที่ใดเลย แต่ด้วยอานุภาพของวิชชาธรรมกาย กลับทําให้สามารถเห็นถึงอํานาจการทําลายล้างอันมหาศาลของระเบิดปรมาณู ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เกิดการระเบิดขึ้น..!!! ภายหลังจากที่เยอรมันประกาศแพ้สงครามแล้ว สหรัฐฯก็คิดระเบิดปรมาณูได้สําเร็จในเวลาต่อมา ซึ่งในช่วงนั้น..เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ และกําลังจะแพ้สงครามอยู่แล้ว ถ้าสหรัฐฯ ไม่เอาระเบิดปรมาณูไปทิ้งที่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็ต้องแพ้สงครามอยู่ดี แต่อยู่ ๆ ทางสหรัฐฯเกิดอะเลิร์ตอะไรก็ไม่ทราบ คือ พอคิดระเบิดปรมาณูเสร็จ แทนที่จะเก็บไว้เฉย ๆ ก็คิดอยากจะเอาไปทดลอง โดยเลือกเป้าหมายในการทิ้งระเบิดไว้เกือบ 20 แห่ง แต่สุดท้ายก็ตัดตัวเลือกออกจนเหลืออยู่ 2 แห่ง คือ เมืองฮิโรชิม่า กับนางาซากิ จนเป็นเหตุให้มีคนตายทันทีมากถึง 880,000 คน และตายในเวลาต่อมามากกว่า 2 ล้านคน ตรงจุดนี้..แสดงว่าต้องมีบางสิ่งที่สอดละเอียดทําให้มนุษย์ เหล่านั้น..เกิดอะเลิร์ตคิดเช่นนี้.!!! ซึ่งตลอดเวลาที่หลวงปู่ท่านคุมทีมงานทําวิชชา เพื่อให้สงครามยุติ ท่านจะสั่งพวกที่ทําวิชชาให้สาวไปถึงต้นตอ หรือแหล่งที่มาของความคิดว่า ใคร..เป็นผู้ทําให้มนุษย์ คิดสู้รบกัน.??โดยท่านจะถามว่า“ใครสอดมาวะ..??” จากนั้นทีมงาน ทําวิชชาของท่านก็เข้าที่ไปดูว่า ใครเป็นผู้สอดละเอียดมา โดยไปดูว่า..ต้นตอของกระแสที่สั่งใจนั้นมาจากไหน.. ซึ่งเมื่อไปพบต้นเหตุแล้ว หลวงปู่ท่านก็ไปดับที่นั่น คือ ต้องไปดับที่ต้นเหตุ หรือแหล่งผลิตกระแสที่ทําให้มนุษย์คิดรบราฆ่าฟันกัน ซึ่งพอเหตุดับปุ๊บ..ผลก็ไม่เกิด สุดท้ายมนุษย์ก็จะเลิกรบราฆ่าฟันกัน แต่เนื่องจากตอนนั้น..อยู่ในช่วงที่หลวงปู่กําลังรวบรวมพวกทําวิชชาอยู่ คือ ทีมงานทําวิชชายังมือยู่น้อย หรือมีปริมาณไม่มากพอที่จะทําวิชชาให้ชนะเขา ก็เลยทําให้การทําวิชชาแก้ไขเรื่องภัยสงคราม ทําไปได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น...