อย่าเสี่ยงดีกว่า
หลวงปู่วัดปากน้ำ · คำสอนหลวงปู่สู่โลกปัจจุบัน
อย่าเสี่ยงดีกว่า
“...ถ้าเราคอยระวังรักษาไว้ให้ดี บําเพ็ญสมาธิ ให้ดวงขาวใสปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกายเสมอเราจะทําอะไรก็เป็นไปในทางดี...”
หากเปรียบเทียบอัตราเสี่ยงระหว่างการคมนาคมในรูป
แบบต่างๆ แล้ว การเดินทางทางอากาศนับว่าปลอดภัยและเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าการคมนาคมประเภทอื่น... คือ ทุกๆ ๑ ล้านเที่ยวบินจะเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ย ๐.๘๘ ครั้ง ซึ่งนับว่ามีอัตราเสี่ยงที่น้อยมาก ต่างจากการจราจรทางบกที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
มนุษย์เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ทั้งความเสี่ยงในปัจจุบันชาติ และในสังสารวัฏที่ตลอดการเดินทางเต็มไปด้วยความเสี่ยงมหาศาล ซึ่งอาจวัดคร่าวๆ ได้ในอัตราเท่ากับ เขาโค : ขนโคดังที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกว่า ผู้ที่จะไปสู่สุคติภูมิมีปริมาณเปรียบได้กับเขาโค ส่วนผู้ที่จะไปทุคติภูมิมีปริมาณเปรียบได้กับขนโคพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านห่วงใยเรา เพราะท่านทั้งรู้ทั้งเห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านจึงอยากให้ทุกคนเข้าถึงพระธรรมกายเพื่อจะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยทั้งในปัจจุบันชาติและในภพชาติเบื้องหน้า ท่านจึงเมตตาเตือนให้มีความเพียรในการปฏิบัติธรรมอยู่เสมอๆ
“...อุตส่าห์พยายามทํากันไปอย่าได้ดูหมิ่นดูแคลนหนาอย่าได้เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย แก่ยากแก่ลําบากแต่เล็กๆ น้อยๆเมื่อมาประสบพบพุทธศาสนา พบของจริงละเข้าถึงของจริงให้ได้เอาของจริงใส่ไว้กับตัวไว้ให้ได้ ติดกับตัวไว้ให้ได้ อย่าดูถูกดูหมิ่นหนา..”
“...อย่าเล่นเอาอย่างเด็ก ถ้าเมื่อเล่นอย่างเด็กแล้วก็ เล่นหม้อข้าวหม้อแกง เล่นฝุ่นเล่นทรายอยู่ละก็ ชีวิตจะไม่พอใช้..”
“...เข้าถึงธรรมกายให้ได้...ก็จะรู้ตัวทีเดียวว่า อ้อ! เราเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาได้รู้จักของจริง เห็นของจริงอย่างนี้ ไม่เสียทีที่พ่อแม่อาบน้ำป้อนข้าวมา อุ้มท้องมาไม่หนักเปล่า...”
ถ้าเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงดวงปฐมมรรค เข้าถึงกายต่างๆ ไปจนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย และตั้งใจปฏิบัติเรื่อยไปไม่ละทิ้งความเพียร ก็จะมีชีวิตที่ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในสังสารวัฏ
“...ถ้าเราคอยระวังรักษาไว้ให้ดี บําเพ็ญสมาธิให้ดวงขาวใสปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกายเสมอ เราจะทําอะไรก็เป็นไปในทางดี พูดอะไรก็พูดไปทางดี คิดอะไรก็คิดไปทางดี เพราะฉะนั้น จึงควรบําเพ็ญตนให้เป็นฝ่ายขาวเสมอ เวลาจะตายถ้าปล่อยให้ตกอยู่ในฝ่ายดําเรียกว่าหลงตายจะไปสู่ทุคติ ถ้าอยู่ในฝ่ายขาวเรียกว่าไม่หลงตายจะไปสู่สุคติแน่แท้ จึงเป็นการจําเป็นยิ่งที่จะระวังให้อยู่ฝ่ายขาว...”
“...เมื่อเข้าถึงธรรมกายได้ละก็นั้นแหละได้รัตนะอันประเสริฐแล้ว ...ถ้าว่าใครอยู่กับรัตนะเช่นนี้ละก็ มีความสวัสดีเรื่อยปลอดภัยเรื่อยทีเดียว อยู่ในธรรมรัตนะ สังฆรัตนะให้ใส อยู่กับรัตนะนั้นแหละปลอดภัยทีเดียว ไม่ต้องมีภัยอีกต่อไปทีเดียว ได้รับความสุขทีเดียว...ถ้าได้เข้าถึงพุทธรัตนะแล้วอย่าปล่อยเด็ดขาดใจขาด ขาดไป ตาย ตายไป ใจติดอยู่กับพุทธรัตนะนั่นแหละเอาตัวรอดได้…”
ประโยชน์อื่นๆ ของการทําสมาธิภาวนานอกจากเรื่องความปลอดภัยยังมีอยู่อีกมากมาย แต่การจะเข้าถึงประโยชน์ต่างๆเหล่านั้นได้ ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล
“...ในการบําเพ็ญภาวนา ความเพียรเป็นข้อสําคัญยิ่งต้องทําเสมอทําเนืองๆ ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่านั่ง นอน เดิน ยืนและทําเรื่อยไป อย่าหยุด อย่าละ อย่าทอดทิ้ง อย่าท้อแท้ มุ่งรุดหน้าเรื่อยไป ผลจะเกิดวันหนึ่ง ไม่ต้องสงสัย ผลเกิดอย่างไรท่านรู้ได้ด้วยตัวของท่านเอง...”
ตัวอย่างของผลอันวิเศษของการทําสมาธิภาวนา ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่กล่าวไว้
สมาธิกับความสุข : “...สุขในฌานอะไรจะไปสู้ ในภพนี่ไม่มีสุขเท่าถึงดอก สุขในฌานนะ สุขลืมสมบัตินั่นแหละ สมบัติกษัตริยก็ไม่อยากได้ สุขในฌานนะ สุขนักหนา...”
สมาธิกับความฉลาด : “..ถ้าว่าทําธรรมกายเป็นละก็ มันฉลาดกว่ามนุษย์หลายสิบเท่าเชียวนะ นี่พอเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด ก็ฉลาดกว่าเท่าหนึ่งแล้ว สูงกว่าเท่าหนึ่งแล้วเข้าถึงกายทิพย์ก็สองเท่าแล้ว กายทิพย์ละเอียดก็สามเท่าแล้ว กายรูปพรหมสี่เท่า กายรูปพรหมละเอียดห้าเท่า กายอรูปพรหมหกเท่า กายอรูปพรหมละเอียดเจ็ดเท่า เข้าถึงกายธรรมและ กายธรรมละเอียด ๘-๙ เท่า เข้าไปแล้ว มันมีความฉลาดกว่ากันอย่างนี้นะ...”
ความเสี่ยงของการเดินทางในสังสารวัฏ มีอัตราเท่ากับเขาโค : ขนโค ก็ไม่ทราบว่าวัว ๑ ตัว มีขนมากเท่าไร ทราบแต่ว่า ศีรษะมนุษย์ที่มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อยนี้ มีผมประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เส้น อัตราเสี่ยงของการเดินทางในวัฏสงสารจึงเป็น อัตราเสี่ยงที่สูงที่สุดและน่ากลัวที่สุด
นี่ถ้าพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านไม่ชี้ทางรอดให้ว่า “หยุดเป็นตัวสําเร็จ” ด้วยการนําใจมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ โอกาสที่แต่ละคนจะได้อยู่ในประเภทเขาโคจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์?