ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อิสรภาพที่แท้จริง

หลวงปู่วัดปากน้ำ · คำสอนหลวงปู่สู่โลกปัจจุบัน

PDF
อิสรภาพที่แท้จริง “...เมื่อไปถึงที่สุดของตัวได้ละก็ รักษาตัวได้เป็นอิสระ ไม่มีใครมาบังคับบัญชา...” คําว่า “อิสรภาพ” (Autonomy) พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ความหมายไว้ว่า หมายถึงความเป็นใหญ่, ความเป็นไทแก่ตัว, การปกครองตนเอง อิสรภาพ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายล้วนปรารถนา ไม่มีใคร อยากถูกลิดรอนอิสรภาพ ดังจะเห็นได้จากผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจําเลย ยังต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาทางประกันตัวไม่อยากถูกคุมขังแม้เพียงคืนเดียว จนทําให้ในปัจจุบันมีการประกันภัยชนิดหนึ่งเกิดขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกและให้ความสะดวกแก่ประชาชน ชื่อว่า “การประกันภัยอิสรภาพ” ซึ่งผู้เอาประกันสามารถใช้หนังสือรับรองจากบริษัทประกันมายี่นแก่เจ้าพนักงานเพื่อใช้ประกันตัวได้ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่นใดที่จริงแล้วถึงแม้เราจะไม่ได้ถูกคุมขังอยู่ที่สถานีตํารวจหรือในเรือนจําก็ตาม อิสรภาพที่แท้จริงใดๆ สําหรับเราก็ไม่เคยมีอยู่จริง เพราะไม่มีใครเลยที่สามารถปกครองตนเองได้อย่างแท้จริง เรายังไม่สามารถเอาชนะความแก่ ความเจ็บ ความตายที่ทําให้เรามีความทุกข์ได้ ความแก่ ความเจ็บ ความตายไม่เคยละเว้นใคร จะใช้หลักทรัพย์ไปไถ่ถอนตัวออกมาจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็ไม่ได้ที่สําคัญมนุษย์โดยทั่วไปไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ศัตรูที่แท้จริงที่ส่งความแก่ ความเจ็บ ความตายมาให้ คือใคร อยู่ที่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านกล่าวไว้ว่า ความ เดือดร้อนใดๆ ในชีวิต ล้วนเกิดจาก “...มารส่งฤทธิ์ ส่งเดช ส่งอํานาจ ส่งวิชชาที่ศักดิ์สิทธิ์มาบังคับ บังคับบัญชาให้เป็นไป...” “...พญามารมาบังคับใช้สอยเป็นบ่าวเป็นทาสเขา เขาจะใช้ทําอะไรทําได้ ให้ด่า ให้ตี ให้ชก ให้ฆ่า ให้ฟันแทงใครก็ได้ มารบังคับ มันบังคับได้อย่างนี้เชียวนะ ให้เป็นบ่าวเป็นทาสเขา ให้เลวทรามต่ำช้า ให้เป็นคนจน อนาถาติดขัดทุกสิ่งทุกอย่าง... ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะตัวไม่ยินดีสละในตัว เพราะตัวไม่เป็นใหญ่ในตัว เพราะตัวไม่รู้จักที่สุดของตัว...” “...เหมือนความแก่ดังนี้ เราไม่ปรารถนาเลย เขาก็ส่ง ความแก่มาให้ เราก็ต้องรบอ้ายความแก่นั้นแหละ ความเจ็บล่ะ เราไม่ปรารถนาความเจ็บ เขาก็ส่งความเจ็บมาให้ ความตายล่ะ เราไม่ปรารถนาเลย เขาก็ส่งความตายมาให้ เพราะเหตุไร เพราะเหตุว่าตัวเองไม่เป็นใหญ่ด้วยตัวของตัวเอง คนอื่นเขามาปกครอง...” แต่ถ้าใครได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ก็จะสามารถเห็นผู้ที่ คอยบังคับบัญชาปกครองมนุษย์อยู่ ดังคํากล่าวของท่านที่ว่า “...มารปล่อยสายมาปกครองมนุษย์ มนุษย์ตกเป็นบ่าวเป็น ทาสของโลภะ โทสะ โมหะ (ผลที่ได้คือความเสียหาย) มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เช่น *สงครามที่แล้วมาเกิดจากโลภะ คือ ความโลภเป็นเหตุให้คนเจ็บ คนตาย ลูกชายหญิงมีความหลง โมหะ ว่าตัวเก่งแล้ว พ่อแม่ ว่าไม่ได้ มีโทสะ โมโห โต้เถียงไม่กลัวเกรง ที่เป็นเช่นนี้เพราะนายโลภะ โทสะ โมหะ เขาปกครอง เขาสั่งให้ทําเช่นนั้น เอา บ้านเมืองมาล่อ เอาความเจ็บความตายมาให้ ปราบมารเหล่านี้เสียได้ มนุษย์จะได้อยู่เป็นสุข มารเหมือนผีเที่ยวสิง บังคับให้เป็นไปตามคําสั่งของเขา เราต้องเข้าวิชชาธรรมกายจึงรู้เห็นหมด..” สําหรับผู้ที่ปรารถนาอิสรภาพ พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้ ชี้ทางเอาไว้ดังนี้ “...ให้เอาใจจรดจี้ตัวของตัว กลับให้เข้าถึงกายทิพย์ให้ได้ ว่ากายที่สุดของตนอยู่ที่ไหน เมื่อไปถึงที่สุดของตัวได้ละก็ รักษาตัวได้เป็นอิสระ ไม่มีใครมาบังคับบัญชา ถ้ายังไม่ถึงที่สุดของตัวแล้ว หวานเลย เขาจะต้องบังคับบัญชาแกท่าเดียวเท่านั้นแหละ *สงครามที่แล้วมา หมายถึง สงครามโลกครั้งที่ ๒ แกจะต้องเป็นบ่าวเป็นทาสของเขา...” “ …เมื่อปรากฏรู้ตัวว่าเป็นทาสพญามารอยู่เช่นนี้ ก็ต้องช่วย รีบเปลื้องตัว ต้องรีบพยายามแก้ตัว ถ้ารีบพยายามแก้ตัวให้พ้นไปเสียได้ ก็จะไม่ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ..” อันที่จริงแล้ว กรงที่คุมขังมนุษย์และสรรพสัตว์แต่ละชีวิตนั้น มีหลายกรง หลายขนาด หลายรูปแบบ หลายมิติ และมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่..ขึ้นชื่อว่ากรง ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ล้วนทําให้เราขาดความเป็นตัวของตัวเอง ล้วนแต่ยึดเอาอิสรภาพของเราไปหยิบยื่นความทุกข์และความอึดอัดขัดใจมาให้เราทั้งสิ้น ถ้าหากเรามีความตั้งใจจริงที่จะปลดปล่อยตนเองไปสู่หนทางแห่งอิสรภาพ เราก็ทําได้ด้วยการทําสมาธิภาวนา ดําเนินจิตเข้าสู่หนทางภายใน ตามคําสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่ สักวันหนึ่งเราก็จะหลุดพันจากพันธนาการของพญามาร ซึ่งใช้โลภะ โทสะ โมหะ มาคุมขังเรา บังคับเราให้ทําตามอํานาจของกิเลส ทําให้เราต้องทนทุกข์ทรมานมาเนิ่นนานและเป็นวัฏจักรที่มิรู้จบสิ้นและวันนั้น..จะเป็นวันที่เราได้ประกันภัยอิสรภาพที่แท้จริง ให้กับตนเองตลอดไป