ปริศนาแห่งความฝัน
หลวงปู่วัดปากน้ำ · คำสอนหลวงปู่สู่โลกปัจจุบัน
ปริศนาแห่งความฝัน
“...กายมนุษย์นี่แหละ
เวลานอนหลับฝันไปก็ได้ พอฝันออกไปอีกกายหนึ่ง
เขาเรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด...”
ในปัจจุบันนี้ แม้วิทยาการจะก้าวรุดหน้าไปมาก มนุษย์
สามารถรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นปริศนาในใจของมนุษย์ เป็นต้นว่าความฝัน
แม้เราทุกคนจะเคยฝันกันมาแล้วทั้งนั้น แต่เราก็ยังมี
คําถามเรื่องความฝันอยู่มากมาย เช่น ความฝันเกิดจากอะไร
ทําไมเหตุการณ์ในฝันถึงกลายเป็นความจริงขึ้นมา? ฝันช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ? สัตว์ฝันได้หรือไม่? เป็นต้น
ที่ผ่านมามีทฤษฎีมากมายที่พยายามอธิบายเรื่องความฝัน
สําหรับพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านกล่าวถึงความฝันไว้ว่า
“...กายมนุษย์นี่แหละเวลานอนหลับฝันไปก็ได้ พอฝันออก
ไปอีกกายหนึ่ง เขาเรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด นี่รู้จักกันทุกคนเชียวกายนี้ เพราะเคยนอนฝันทุกคน รูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างไร เป็นเหมือนมนุษย์คนนี้แหละ คนที่ฝันนี่แหละ...”
พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านกล่าวว่า เราจะรู้จักพบปะ
เจอะเจอกับกายละเอียดได้ เมื่อเราทําสมาธิและสามารถทําใจให้หยุดนิ่งได้ถูกส่วน พอจิตดําเนินเข้าสู่เส้นทางสายกลาง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ก็จะเข้าไปถึงกายมนุษย์ละเอียด และรู้ว่ากายมนุษย์ละเอียดนี่เองที่ฝันออกไป ถ้าเราเจอกายมนุษย์ละเอียดแล้ว จะใช้ให้ไปที่ไหนก็ได้ เช่น ให้ฝันไปเมืองเพชร ไปอรัญประเทศ ไปพระธาตุพนม ไปเชียงใหม่ ปรากฏว่า เพียงแค่นาทีเดียว กายละเอียดก็ไปยังสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ แล้วกลับมาเล่าให้ฟังได้ ฝันแบบนี้ไม่เหมือนนอนหลับฝัน ท่านกล่าวว่า
“ ฝันทั้งๆ ที่ตื่น ไม่ใช่ฝันหลับๆ ฝันอย่างนี้ประเดี๋ยวเดียว
ได้หลายเรื่อง ถ้าหลับฝันนานนักกว่าจะได้สักเรื่องหนึ่ง...”
“ถ้าเราเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด เราก็จะฉลาดกว่าคน
ชั้นหนึ่ง เพราะมนุษย์รู้เรื่องหยาบๆ เราเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียดเราจึงรู้เรื่องได้ละเอียดกว่า เรื่องลี้ลับอะไรเรารู้หมด เราไปตรวจดูได้หมดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน...ฝันไปเรื่อยตรวจดูทุกๆ คน ถ้าฝันตื่นๆ ได้อย่างนี้สนุกแน่..”
การที่มนุษย์นอนหลับฝันโดยทั่วไปเกิดขึ้นได้ ๒ แบบ คือ
แบบกายละเอียดไม่ได้หลุดจากกายหยาบ เช่น เกิดจาก
ธาตุวิปริต จิตนิวรณ์ ผู้ฝันจะฝันเพ้อเจ้อไปเรื่อย
แบบกายละเอียดหลุดออกจากกายหยาบไปทําหน้าที่ฝัน ก็
จะไปพบผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆ แล้วนํากลับมาถ่ายทอดข้อมูลให้กายมนุษย์หยาบทราบ
ทําไมเหตุการณ์ในฝันถึงกลายเป็นความจริงขึ้นมา?
หลายๆ คนคงเคยได้ยินหรือได้ประสบกับตัวเองว่า ฝัน
กลายเป็นจริงได้ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างของบุคคลที่มีชื่อเสียง
คือ อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดี คนที่ ๑๖ ของสหรัฐอเมริกา ผู้ปลดแอกทาสผิวดํา ท่านถูกยิงตายเมื่อ ๑๔ เมษายน ค.ศ. ๑๘๖๕ ก่อนถูกยิง ๑๐ วัน ท่านฝันว่า เห็นคนร้องไห้ และพบศพใส่หีบตั้งไว้ มีทหารยืนเฝ้าอยู่ เมื่อท่านถามว่าใครตาย ทหารตอบว่า ท่านประธานาธิบดีถูกผู้ร้ายฆ่าตาย
กรณีนี้น่าจะเป็นการฝันแบบที่สอง คือ กายละเอียดหลุด
ออกจากกายหยาบไปทําหน้าที่ฝันแล้วนํามาเล่าให้กายมนุษย์หยาบฟัง
ฝันช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ?
เรื่องนี้ มีตัวอย่างของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบความจริง
ขณะนอนหลับ ไม่ใช่พบในห้องทดลอง เรื่องมีอยู่ว่า ฟรีดดริก
เอากุสต์ เคดูเล นักเคมีชาวเยอรมัน ฝันว่าโมเลกุลของเบนซีนกําลังหมุนเป็นวงกลมเหมือนงูกินหาง เขาจึงสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับคาร์บอนหกอะตอมจับตัวกันในลักษณะวงแหวนของเบนซีน และค้นพบสูตรโครงสร้างของเบนซินในที่สุด
อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นเรื่องของนักประดิษฐ์จักรเย็บผ้า ที่
พยายามคิดค้นหาวิธีทําจักรเย็บผ้าอยู่นานแต่ไม่ประสบความสําเร็จ วันหนึ่งเขาฝันว่าอยู่ในวงล้อมของคนป่า เขาเห็นหอกทุกเล่มของคนป่ามีรูเจาะอยู่ที่ปลาย ความฝันนี้ทําให้เขาเกิดความคิดว่า รูเข็มของจักรเย็บผ้าต้องอยู่ที่ปลายเข็ม ไม่ใช่อยู่ที่โคนแบบเข็มเย็บผ้าทั่วไป
สองกรณีนี้ น่าจะเกิดขึ้นจากความฉลาดของกายมนุษย์
ละเอียด ที่ฉลาดกว่าคนชั้นหนึ่ง ดังที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านบอกไว้ กายละเอียดจึงสามารถแก้ปัญหาที่มนุษย์ธรรมดาทําไม่ได้
สัตว์ฝันได้หรือไม่?
นักวิจัยค้นพบว่าสัตว์ก็ฝันได้เช่นเดียวกัน เช่น แมวมักจะ
ฝันถึงการล่าเหยื่อ ซึ่งจะสังเกตได้จากลักษณะการเคลื่อนไหวของขาและร่างกาย สุนัขมีการเคลื่อนไหวของช่วงขาในลักษณะของการวิ่ง รวมถึงการเห่าในขณะที่นอนหลับ
พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านเคยกล่าวถึงเรื่องกายละเอียด
ของสัตว์ไว้ว่า
“...สัตว์เดรัจฉานที่เราเห็นตัวปรากฏอยู่นี่ นั่นมนุษย์แท้ๆ
มนุษย์ทั้งนั้น อ้ายสัตว์เดรัจฉานน่ะ ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเสียอ้ายตัวข้างในเป็นมนุษย์ทั้งทั้นแหละ อ้ายกายละเอียดข้างใน แต่ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน น่าเกลียดน่าชังจริงนั่น เพราะทําชั่วของตัวไปเกิด มันดึงดูด อายตนะของสัตว์เดรัจฉานดึงดูด..”
จากคําสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่ที่กล่าวว่า สัตว์มี
กายละเอียดเป็นมนุษย์ ทําให้เชื่อว่าสัตว์ก็น่าจะฝันได้เช่นกัน แต่ผู้ที่จะให้ข้อสรุปปริศนาแห่งความฝันเหล่านี้ได้ดีที่สุดต้องเป็นคนที่ฝันได้ทั้งๆ ที่ยังตื่นอยู่ ที่หลวงปู่เรียกว่า “ฝันในฝัน”
วิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ค้นพบ นอกจาก
จะเป็นหนทางอันประเสริฐสุดที่ช่วยให้มนุษยชาติหลุดพ้นจากความทุกข์แล้ว ยังสามารถไขปริศนาต่างๆ ในใจของชาวโลกได้อีกมากมาย
ค่าคืนนี้ ใต้ท้องฟ้าที่ระยิบระยับด้วยดวงดาว ผู้คน
มากมายกําลังตกอยู่ในความฝัน แต่คนอีกส่วนหนึ่งกําลัง
พากเพียรที่จะ “ฝันในฝัน” ตามรอยพระเดชพระคุณหลวงปู่
คุณอยู่ในกลุ่มใด?