ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

วิธีเจริญภาวนา

หลวงปู่วัดปากน้ำ · รวมพระธรรมเทศนาพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 67 กัณฑ์

PDF
วิธีเจริญภาวนา ๑ ต่อแต่นี้ไป คอยตั้งใจฟัง บอกโดยตรงประจำละนะ ทำวัตรอาราธนาเสร็จแล้วก็จะบอกวิธีกระทำต่อไป ธีทำสมถวิปัสสนา ต้องมีบริกรรมภาวนากับบริกรรมนิมิตเป็นคู่กัน วิธีทำสมถวิปัสสนา ต้องมีบริกรรมภาวนากับบริกรรมนิมิตเป็นคู่กันบริกรรมนิมิตให้กำหนดเครื่องหมายเข้า ใสเหมือนอย่างกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมว โตเท่าแก้วตา บริกรรมนิมิตให้กำหนดเครื่องหมายเข้า ใสเหมือนอย่างกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมว โตเท่าแก้วตา ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม ผู้หญิงกำหนดเข้าปากช่องจมูกซ้าย ผู้ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม ใจของเราที่ยึดไปยืดมา แวบไปแวบมา ให้เข้าไปอยู่เสียในบริกรรมนิมิต ปากช่องจมูกหญิงซ้ายชายขวา ข้างนอกดวงโตเท่าแก้วตา ข้างในดวงโตเท่าเมล็ดพุทธรักษา ข้างนอกโตดวงเท่าแก้วตา ข้างในดวงโตเท่าเมล็ดพุทธรักษา แต่ว่าใสขาวเหมือนกระจกส่องเงาหน้าแบบเดียวกัน หญิงกำหนดปากช่องจมูกซ้าย ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา แล้วให้บริกรรมภาวนา ประคองบริกรรมนิมิตนั้นไว้ว่า สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงที่ใส ใจอยู่กลางดวงที่ใส สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงที่ใส ใจอยู่กลางดวงที่ใสนั่น สัมมาอะระหัง ตรึกถึงดวงที่ใส ใจอยู่กลางดวงที่ใส นิ่งอยู่นั่น นี่ฐานที่ ๑ ที่ ๒ เลื่อนขึ้นไปแค่เพลาตา หญิงอยู่ซีกข้างซ้าย ชายอยู่ซีกข้างขวา ตรงหัวตา ที่มูลตาออก ตามช่องลมหายใจเข้าออกข้างใน แล้วให้บริกรรมประคองเครื่องหมายที่เพลาตานั้นว่า สัมมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ๓ ครั้งแบบเดียวกัน แล้วเลื่อนเครื่องหมายตรงลำดับเพลาตาเข้าไปลางก๊กศีรษะข้างใน ไม่ให้ค่อนซ้ายขวาหน้าหลังล่างบน กลางก๊กพอดีแล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่กลางกั๊กศีรษะข้างในว่า สัมมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง ตรงนี้มีลัทธิวิธี ต้องกลับตาไปข้างหลัง ให้ตาค้างเหมือนคนชักจะตาย เราหลับตาอยู่ตาช้อนขึ้นข้างบนเหลือบขึ้นข้างบน เหลือบไปเหลือบไป จนกระทั่งด้างแน่น ให้ความเห็นกลับไปข้างหลัง พอกลับไปข้างหลังแล้วก็ค่อยให้เห็นกลับเข้าข้างใน พอตาเห็นกลับเข้าข้างในก็เลื่อนเครื่องหมายฐานที่ ๓ ไปที่ ๔ ปากช่องเพดานที่รับประทานอาหารสำลัก อย่าให้เหลื่อมให้ล้ำ พอดี แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมาย ในฐานที่ ๔ ปากช่องเพดานที่รับประทานอาหารสำลักว่า ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง แล้วก็เลื่อนเครื่องหมายไปถึงปากช่องคอ เหนือลูกกระเดือก เหมือนกลางกั๊กปากถ้วยแก้ว ตั้งไว้ปากช่องคอ บริกรรมประคองเครื่องหมายที่ปากช่องคอว่า ส้มมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง แล้วเลื่อนไปกลางตัวสุดลมหายใจเข้าออก สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย กลางกั๊กข้างใน ตรงกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ที่ใจหยุดนั่นเชียว ตั้งตรงนั้นพอใจจรดเข้าที่ดวงใสก็ สัมมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง สัมมาอะระหัง ๓ ครั้ง ถอยหลังเหนือกลางตัว ๒ นิ้ว ตรงนั้นมีศูนย์ ๕ ศูนย์ ศูนย์กลาง หน้า ขวา หลัง ซ้าย กลางอากาศธาตุ หน้าราตุน้ำ ขวาธาตุดิน หลังธาตุไฟ ซ้ายธาตุลม เครื่องหมายใสสะอาดลอยช่องอากาศกลาง ตรงนั้นเรียกว่าศูนย์ ทำไมถึงเรียกว่าศูนย์ตรงนั้น เวลาสัตว์ไปเกิดมาเกิดแล้วก็มาอยู่ในที่สิบ อยู่ในกลางดวงนั้น กายละเอียดอยู่ในกลางดวงนั้น อแม่ไปประกอบธาตุธรรมถูกส่วนเข้าแล้วตกศูนย์ที่เดียว พอตกศูนย์ก็ลอยขึ้นมาเหนือกลางตัว ๒ นิ้ว เท่าฟ่องไข่แดงของไก่ใสเป็นกระจกส่องเงาหนำา นี้มันจะเกิดหละ นี่ศูนย์ ตรงนั้นแหละศูนย์ ศูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษย์โลกก็ต้องเกิดด้วยศูนย์นั้น จะไปนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรดผลนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน แบบเดียวกันตายเกิด เดินตรงกันข้าม ถ้าว่าจะเกิดก็เดินนอกออกไปถ้าว่าจะไม่เกิดก็เดินในเข้าไป กลางเข้าไว้ หยุดเข้าไว้ ไม่คลาดเคลื่อน นี้ตายเกิดอย่างนี้ ให้รู้จักหลักอย่างนี้ เมื่อรู้จักหลักดังนี้แล้วก็ เราก็รู้ทีเดียว รุ่งขึ้นเช้านี่ที่ใจเราที่วุ่นวายอยู่นี่ มันทำอะไร? มันจะเวียนว่ายตายเกิด ถ้าใจเรานิ่งอยู่ในกลางนั่น มันจะเลิกเวียนว่ายตายเกิด เราก็รู้ตัวของเราอยู่ เราไม่ต้องง้อใดร เรารู้แล้ว เราเรียนแล้ว เราเข้าใจแล้ว เราก็ต้องทำใจของเราให้นิ่ง ให้หยุด ทำใจให้หยุด ทำใจให้หยุดอยู่ศูนย์กลางนั่น ทำใจให้หยุดเชียวพอหยุดให้หยุดนิ่ง ให้หยุดเขียว หยุดก็เข้ากลางหยุดเขียวนะ กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง ซ้ายขวาหน้าหลังล่างบนนอกในไม่ไป ลางของกลาง กลางของกลางกลางของกลาง กลางของกลาง กลางของกลาง นิ่ง พอถูกส่วนเข้า เท่านั้นแหละ เห็นดวงใสแจ่มบังเกิดขึ้นเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ หยุดอยู่กลางดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่น หยุดอีก พอหยุดถูกส่วนเข้าเท่านั้นแหละ เกิดขึ้นมาอีกดวงหนึ่งแล้ว เป็นดวงศีล เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกันหยุดอยู่กลางดวงศีลนั่นแหละ พอถูกส่วนเข้าเท่านั้น เกิดขึ้นอีกดวงแล้ว เรียกว่าดวงสมาธิ เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกัน หยุดอยู่กลางดวงสมาธินั่นแหละ พอถูกส่วนเข้า เกิดขึ้นอีกดวงนึง เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เหมือนกัน เรียกว่าควงปัญญา หยุดอยู่กลางดวงปัญญานั่นแหละ พอถูกส่วนเข้า เกิดขึ้นอีกดวง เรียกว่า ดวงวิมุตติ หยุดอยู่กลางดวงวิมุตตินั่นแหละ ถูกส่วนเข้า เกิดขึ้นอีกควง เรียกว่าดวงวิมุตติญาณทัสสนะ หยุดอยู่กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะนั่นแหละ พอถูกส่วน ก็เห็นตัวของเราที่ไปเกิดมาเกิด อ้อไอ้นี่เองไปเกิดมาเกิด เข้าแบบตันแล้ว ที่ได้เล่าให้ฟัง ให้รู้จักหลักอย่างนี้นะ ไม่เคลื่อนล่ะ อย่างนี้เคลื่อนไม่ได้ทีเดียว ตายตัวเชียว ที่บริกรรมว่าสัมมาอะระหังก็เพื่อจะประดองใจให้หยุด สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาะระหัง สัมมาะระหัง สัมมาะระหัง สัมมาอะระหัง พอถูกส่วนก็ ใจหยุดกิ๊กอยู่กลางดวงนั้นมืดก็อยู่ตรงนั้น สว่างก็อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องถอยไปถอยมานิ่งอยู่ตรงนั้นแหละ พอนิ่งถูกส่วนเข้าก็ มีด ก็หนักเข้าก็เห็นดวงใส สว่างก็เห็นดวงใส ใจก็อยู่กลางดวงใส ถ้าว่ามันไม่นิ่ง มันไม่หยุด มันชัดส่ายไป บริกรรมซอมไว้ ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง ส้มมาอะระหัง พอถูกส่วนเข้าก็หยุด หยุดแล้วไม่ต้องบริกรรม เพ่งเฉย หยุดแล้วไม่ต้องบริกรรม เพ่งเฉย ดูนิ่งขยับเขยื้อน หรือเสื่อมหรือขยับไปซะ บริกรรมฟอร์มไว้สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหังไว้ จนกระทั่งหยุดนิ่ง พอหยุดนิ่งแล้วไม่ต้องบริกรรม เพ่งเฉย วางอารมณ์เฉย ให้หยุดอยู่เท่านั้นแหละ หยุดเท่านั้นแหละ อย่าไปนึกถึงมืดสว่างนะ หยุดอยู่เท่านั้นแหละ หยุดนิ่งอยู่เท่านั้นแหละ หยุดนั่นแหละ เป็นตัวสำเร็จ ที่บอกแล้ว สมณะหยุดๆ พระองค์ให้นัยว่า สมณะหยุดแล้ว ท่านไม่หยุด นี่หยุดนี่แหละ เรียนตรงนี้แหละ ให้มันได้ตรงนี้ซะก่อน หยุดนี่ซะก่อน อื่นอย่าพึ่ง ไปพูดมากนักใหญ่โตมโหพาร พูดหยุดนี่ซะให้มันตกลงกันก่อน เมื่อหยุดได้แล้วสิ ถ้าหยุดได้แล้วก็ เอาล่ะต่อกันไปอีก ให้หยุดก่อนนะ ให้หยุดนิ่ง ให้หยุดเชียว เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งทำไม่ได้กับเขาเชียวหรือ ทำไมจะไม่ได้ ทำจริงเข้า ทำไม่จริงต่างหากล่ะมันไม่ได้ จริงละก็ได้ทุกคน จริงแค่ไหน แค่ชีวิตสิ เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหมดไปไม่ว่า เหลือแต่กระดูกหนังช่างมัน ไม่ได้ไม่ลุกจากที่ นี่จริงแค่นี้สิ ได้ทุกคน ฉันเอง ๒ คราว ไม่ได้ตายเถอะ นิ่ง พอถึงกำหนดเข้ามันได้ ไม่ได้ตายเถอะ นิ่ง พอถึงกำหนดมันได้ ไม่ตายซักที พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็รูปนั้น ประกอบความเพียรด้วยจาตุรังคะวิริยะ องค์ เหลือแต่กระดูกหนังช่างมัน เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหมดไปไม่ว่า ประกอบด้วยจาตุรังควิริยะอย่างนี้ พอถูกส่วนเท่านั้น เวลาหัวค่ำ ได้บรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เวลากลาง เวลายามที่ ๒ ได้บรรลุจุตูปปาตญาณ เวลายามที่ ๓ ได้บรรลุอาสวักขยญาณ เล่นตลอดคืน ท่านจริงอย่างนั้นเป็นอาจารย์ เราเป็นลูกศิษย์ก็จริงเหมือนกันแหละ ไม่ได้ยอมตาย ไม่หยุดยอมตายกันทีเดียว เอาหยุดจริงๆ กัน พอหยุดเข้าเท่านั้น มันก็จับตัวได้ว่า อ้อ ทางศาสนาเดินอย่างนี้ ถูกส่วนอย่างนี้ก็จำให้มั่นเชียวนะ ให้มั่นเชียวนะ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง สัมมาอะ ระหัง นิ่ง ให้มั่นคงทีเดียว อย่าให้เคลื่อน