รู้คุณคน
คุณยายอาจารย์ · อยู่กับยาย พิมพ์1ปี45
รู้คุณคน
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี
กตัญญู หมายถึง รู้คุณ ใครทำดีกับเรา เรารู้คุณ
กตเวที หมายถึง การตอบแทนคุณ
พระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวา ได้รับการยกย่องจาก พระพุทธองค์ว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางมีปัญญามาก เนื่องด้วยพระสารีบุตรมีคุณธรรมพิเศษอีกประการหนึ่ง คือเป็นผู้เลิศด้วยความกตัญญูกตเวที
คุณยาย คือสุดยอดของบุคคลผู้มีความกตัญญูกตเวทีท่านหนึ่ง
ข้าพเจ้าเคยฟังคุณยายเล่าถึงความตั้งใจอย่างยิ่งของท่านที่จะไปตามหาพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อขอขมาลาโทษ ด้วยแรง แห่งความมุ่งมั่น พากเพียรตั้งใจ และแรงแห่งความกตัญญูรู้คุณ ทำให้ท่านตามหาพ่อพบ และท่านได้ตอบแทนพระคุณพ่อโดยการใช้วิชชาธรรมกายไปช่วยพ่อซึ่งจุ่มผุดจุ่มโผล่อยู่ในนรกขึ้นมา
ข้าพเจ้าเคยฟังคุณยายเล่าถึงตอนที่ได้พยาบาลดูแลคุณยายทองสุก ผู้เป็นครูสอนธรรมะคนแรก และเป็นคนพาคุณยาย มาอยู่ที่วัดปากน้ำ คุณยายทองสุกป่วยเป็นมะเร็งที่มดลูกใน ระยะสุดท้าย คุณยายได้ดูแลพยาบาลคุณยายทองสุกอย่างดีที่สุด โดยไม่ได้รังเกียจน้ำเลือดน้ำหนองที่มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ท่านดู แลพยาบาลอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย
คุณยายท่านใช้คำว่า “ยายทำจนสุดฤทธิ์” เนื่องเพราะ คุณยายทองสุกท่านเป็นผู้มีพระคุณ และเมื่อท่านจะละจากไป คุณยายก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายก็ได้ทำหน้าที่ศิษย์ที่มีความ กตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์อย่างที่สุด โดยการเคารพเชื่อฟัง ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน อีกทั้งยังมีความเพียรตั้งใจเพื่อจะได้ แตกฉานในวิชชาธรรมกาย เมื่อแตกฉานแล้วก็ประกาศคุณท่าน โดยการสืบทอดและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย
แม้ในวัยเด็ก ที่กำลังวิ่งซุกซนในท้องนากับสัตว์เลี้ยงที่ท่าน จูงออกไปเลี้ยงทุกเช้า และใช้งานไถนาในหน้าฝน เมื่อสัตว์เลี้ยง นั้นแก่ตัวมาทำนาไม่ไหว ฟันไม่มี ก็เลี้ยงไว้ ไม่ฆ่า ด้วยเห็นคุณ ที่สัตว์นั้นได้เคยทำประโยชน์ให้ คุณยายจะเป็นคนคอยไปหาหญ้า อ่อน ๆ มาป้อนใส่ปากให้มันกินทุกวัน จนกระทั่งมันตายไปเอง ฯลฯ
เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องแห่งความประทับใจใน ความกตัญญูรู้คุณของคุณยาย ที่ข้าพเจ้าได้ฟังมาจากเรื่องราว ในอดีตของท่าน และยิ่งเมื่อข้าพเจ้าได้มาใกล้ท่าน ยิ่งเห็นถึง อัธยาศัยแห่งความเป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณของท่าน ซึ่งล้วนแต่ เป็นภาพอันงดงามที่ประทับอยู่ในใจของข้าพเจ้า
เมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสติดตามคุณยายไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในวัด ข้าพเจ้ามักจะได้ยินคุณยายเอ่ยถึงชื่อท่านผู้ใจบุญท่าน นั้นท่านนี้อยู่เสมอ ด้วยความขอบคุณและนึกถึงคุณ ตั้งแต่หน้า วัดถึงท้ายวัด คุณยายจะจำได้หมดว่า แต่ละสิ่งแต่ละอันมีความ เป็นมาอย่างไร ใครเป็นคนให้ความอุปถัมภ์ช่วยเหลือ หรือยาย ไปบอกบุญใครมา จนข้าพเจ้าอดที่จะทึ่งในความสามารถในการ จดจำของคุณยายไม่ได้
“แผ่นดินผืนนี้ ให้คุณหวิน (อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล) ไป ขอ จะเอาสัก ๕๐ ไร่ เขาให้หมดยืน ๑๙๖ ไร่”
“ประตูหน้าวัด ให้ตาหริ ที่ชอบออกแบบโบสถ์หัวแหลม ๆ ออกแบบให้”
“แถวนี้ ไปขอเรือกรมชลฯ ให้มาช่วยขุด” “ศาลานี้ ให้เจ้าของคอกม้ามาสร้าง”
“ดาวดึงส์ ให้อารีพันธุ์บอกบุญคุณอัปสรมาสร้าง”
“หอระฆัง ให้ไอ้เปียไปบอกที่บ้านมาสร้าง”
“สองชั้น คุณพวง - คุณเรณูสร้าง”
“หลังนี้ คุณสายหยุด - คุณมณฑา”
...และอีกหลายต่อหลายชื่อ
คุณยายท่านมักกล่าวถึงชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ ด้วยความนึกถึง คุณที่ได้มาช่วยยายสร้างวัด และท่านมักจะบอกว่า “ขอให้เขาได้ บุญกับยายเยอะ ๆ ทุกคน” แล้วท่านก็มักจะปิดท้ายประโยคด้วย คำพูดยิ้ม ๆ ว่า
“ยายนะขอเก่ง ฃอจนเป็นวัด
ก่อนไปขอ เราก็คิดก่อนว่า เราจะขอมาทำอะไร เขาก็ได้บุญ เราก็ได้บุญ
กับคนที่มีบุญคุณแล้วยายไม่เคยลืม”
ข้าพเจ้าประทับใจทุกครั้ง เมื่อคุณยายพบคนเก่าคนแก่หรือลูกศิษย์ลูกหารุ่นเก่าๆ แม้คุณยายจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่ดูจากแววตา กริยาท่าทาง และการพูดคุยที่มีรสชาติแห่ง ความคุ้นเคยเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกแก่ข้าพเจ้าว่า คุณยายดีใจ ที่ได้พบ และยังระลึกถึงท่านเหล่านี้อยู่เสมอ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย หลังจากที่คุณยาย รับแขกที่ครัวยามาเสร็จ ระหว่างเดินทางกลับที่พัก คุณยายพบ กับคุณป้าถวิล (อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล) ซึ่งกำลังรอกราบ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยอยู่ที่ศาลาดุสิต คุณยายยกมือไหว้ทักทายพร้อมด้วยรอยยิ้ม ต่างฝ่ายต่างเดินเข้ามาหากัน คุณยายเอามือทั้งสองของท่านจับที่มือของคุณป้าถวิลที่ยังพนมค้างอยู่ เขย่าเล็กน้อย ให้ความรู้สึกว่าดีใจที่ได้พบ คุณยายได้พูด คุยทักทายถามถึงทุกข์สุข ก่อนที่จะเดินกลับไปที่พัก เมื่อคุณ ยายกลับถึงที่พักแล้ว ท่านจึงพูดถึงความในใจว่า
“ยายเป็นคนเคารพบุญคุณคน
ยายเจอคุณหวินที่ศาลา
ยายเห็นแกแล้วอยากไหว้แก
นึกถึงความดีของแก
คนเขามีบุญคุณ ยายไม่เคยลืม
ตายเมื่อไรล่ะ ถึงลืม”
ดวงใจของคุณยายช่างบริสุทธิ์ใส ไม่ได้เจือด้วยทิฏฐิมานะ หรือความถือตัวใด ๆ มีแต่ความอ่อนน้อมถ่อมตน นึกถึงคุณ ความดีของผู้อื่นอยู่เสมอ คุณยายจึงอยู่ในใจและครองใจลูกศิษย์ ลูกหามาทุกรุ่น ทุกยุคทุกสมัยอย่างไม่เสื่อมคลาย
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับคนรุ่นเก่า ๆ เช่น ป้าเข่ง ที่ คุณยายชอบเรียก “คุณเข่ง” ผู้ดูแลเรื่องเย็บจีวรถวายพระ ป้า ไข่มุกต์ ที่ชอบถักหมวกและผ้าพันคอไหมพรมมาถวายคุณยาย ซึ่งคุณยายบอกว่า “หมวกนี้ ป้าไข่มุกต์แกถักให้ ใช้ดี ใช้เท่าไร ไม่ขาดสักที” และคุณยายท่านก็ใช้หมวกใบนี้เป็นประจำ แม้จะ ดูว่าเป็นสีออกเก่า ๆ แต่พอเปลี่ยนใบใหม่ให้ใช้ คุณยายเป็นต้อง ถามหาใบเก่าทุกที
อีกท่านคือน้าพิกุล ซึ่งเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของคุณยาย เป็นลูกของพี่สาวคนโต (ยายเจ๊าะ) น้าพิกุลจะเข้ามาหาคุณยาย เป็นประจำทุกเดือน เพื่อมาปลงผม และกราบเยี่ยมท่านไปในตัว คุณยายท่านมักจะถามด้วยความเมตตาและเกรงใจว่า เดินทาง มาอย่างไร ลำบากหรือเปล่า เพราะน้าพิกุลต้องนั่งรถเมล์มา หลายต่อ น้าพิกุลก็มักจะตอบคุณยายว่า “ไม่ลำบากหรอก หนู ตั้งใจจะมาเยี่ยมคุณยายทุกเดือนจนกว่าหนูจะเดินไม่ไหว”
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าลูกศิษย์ลูกหาคนเก่า ๆ นั้น เคารพรักคุณยาย และเคารพคำบอกคำสอนของคุณยายอย่างที่สุด ไม่ใช่ เคารพอย่างเดียว แต่ท่านเหล่านั้นได้นำมาประพฤติปฏิบัติตาม อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ความรู้สึกนึกขอบคุณ และอยากตอบแทนคุณ โดยให้เขา “ได้บุญกับยายเยอะ ๆ” มีอยู่ในใจของคุณยายเสมอ ไม่ว่าเขา ผู้นั้นจะเป็นใคร เมื่อมีใครมาช่วยเหลือเอื้ออำนวยความสะดวก ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้ท่าน ท่านมักจะแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ กับทุก ๆ คน
เวลาคุณยายไปไหนมาไหน ข้าพเจ้ามักเห็นคุณยายยก มือไหว้ไปหมด ทั้งเป็นการไหว้เพื่อทักทาย และไหว้เพราะรู้สึก ขอบคุณ คุณยายสามารถยกมือไหว้ยามได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะยาม ในวัด แต่เป็นทั่วทุกคนในทุกที่ เนื่องด้วยเป็นการไหว้เพื่อทักทายและเพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณที่เขาเหล่านั้นช่วยอำนวยความ สะดวก เปิดที่กั้นถนนให้รถคุณยายผ่านเข้าไป บางครั้งคุณยาย ยังเมตตาต่อยามเหล่านั้น ถามว่า “มีขนมอะไรให้เขาหรือเปล่า” ไม่ว่าจะเป็นยามในวัด หรือยามในสถานที่ต่าง ๆ
บางครั้ง คุณยายออกไปหาหมอหรือไปทำธุระนอกวัด ระหว่างทางต้องแวะรับประทานอาหารข้างนอกวัด ก็มักจะมี เจ้าภาพช่วยจัดเตรียมและเอื้ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ คุณยาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพ เจ้าของบ้าน หรือลูกจ้างในบ้าน ที่ช่วยจัดเตรียมอาหารและเอื้ออำนวยความสะดวกให้คุณยาย
คุณยายจะยกมือพนมไหว้ เหมือนเป็นการขอบคุณและบอกว่า “ให้ได้บุญกับยายเยอะ ๆ” เหมือนกันหมด และก่อนที่ ท่านจะกลับ มักจะแสดงความขอบคุณ และให้ศีลให้พรเป็น การอำลา โดยปกติคุณยายจะเป็นคนที่เกรงใจผู้อื่นอยู่เสมอ เวลาไปบ้านใคร ท่านก็มักจะเกรงใจ เมื่อตอนอยู่เฉพาะกันเอง คุณ ยายมักจะแอบกระซิบถามพี่อารีพันธุ์ว่า “เขาจะว่าอะไรหรือเปล่า เรามาใช้บ้านเขา”
พี่อารีพันธุ์ก็จะตอบว่า “ไม่หรอกค่ะ เขาอยากได้บุญกับยายทุกคน”
เวลาคุณยายออกไปข้างนอก มักจะมีพี่อุบาสกที่รับหน้าที่ขับรถให้คุณยายเป็นประจำ แต่บางครั้งพี่อุบาสกท่านนั้นไม่อยู่ต้องหาผู้อื่นมารับแทน ก่อนจะลงจากรถ ข้าพเจ้ามักจะเห็นคุณยายหันไปทางคนขับรถ ยกมือพนมไหว้ ให้ศีลให้พร และ ขอบคุณแล้วขอบคุณอีกที่ได้มาเอาบุญกับคนแก่ ขับรถให้ยาย ยายขับรถไม่เป็น
ตามปกติคุณยายท่านจะชอบทำอะไรด้วยตนเอง และ ท่านมักเกรงใจที่ต้องมีคนไปช่วยทำธุระในเรื่องส่วนตัวให้ท่าน แม้แต่กับข้าพเจ้าซึ่งเป็นเด็กที่มาอุปัฏฐากรับใช้ท่านด้วยความ เต็มใจ เวลาที่ข้าพเจ้าได้รับใช้ปรนนิบัติท่าน ข้าพเจ้าจะสัมผัส ได้ถึงความรู้สึกนึกขอบคุณที่คุณยายมีให้ต่อข้าพเจ้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูด คำสอน คำให้พร หรือแววตา
ข้าพเจ้ารินน้ำใส่แก้วมาให้คุณยายดื่ม คุณยายรับแก้วไปพร้อมกับพูดว่า “สาธุ”
ข้าพเจ้าชงยาหอมให้คุณยาย คุณยายรับไปพร้อมกับให้พรว่า “ขอให้เห็นธรรมะใส ๆ นะ”
ข้าพเจ้านวดที่ฝ่าเท้าให้คุณยาย คุณยายพูดด้วยความ เกรงใจว่า “เรานะ นวดเท้าให้ยาย นวดเสร็จแล้วต้องไปล้าง มือนะ เท้ายายสกปรก เหยียบพื้น มีขี้ตีนขี้เท้า”
ข้าพเจ้าพาคุณยายไปห้องน้ำ คุณยายพูดว่า “ให้เราได้บุญกับยายเยอะ ๆ นะ เอาบุญกับคนแก่ ตอนแก่เฒ่ามาเราก็จะมีคนดูแล” ฯลฯ
จะหาใครเป็นเช่นท่าน
ใจของคุณยายคิดแต่จะขอบคุณและตอบแทนผู้อื่น
ที่ได้ทำแม้สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ท่าน ๆ ๆ
แต่ท่านไม่เคยคิดเลยว่า
คุณที่ท่านทำแก่ผู้อื่นนั้นมากมายเหลือล้น
และยิ่งใหญ่เพียงใด
ยากนักที่ใครจะตอบแทนพระคุณของท่านได้หมด