ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตรวจครัว ตรวจวัด รักษาสมบัติพระศาสนา - นั่งสามล้อตรวจวัด

คุณยายอาจารย์ · อยู่กับยาย พิมพ์1ปี45

PDF
นั่งสามล้อตรวจวัด ในวัยสูงอายุ ๘๓ ปีของคุณยาย ท่านยังขยันขันแข็ง กิจวัตร อีกอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าเห็นคุณยายทำเป็นประจำ คือ การ นั่ง สามล้อตรวจบริเวณต่าง ๆ ภายในวัด ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เวลาประมาณก่อน ๘ โมงเล็กน้อย พี่อุบาสกจะนำสามล้อ มาจอดรับคุณยายที่หน้าห้องเลขาฯ หลังจากคุณยายรับประทาน อาหารเช้าเสร็จแล้ว พี่อารีพันธุ์จะส่งคุณยายขึ้นนั่งรถสามล้อ บาง ครั้งคุณยายเสร็จเร็วสามล้อยังไม่มา พี่อารีพันธุ์ก็จะพาคุณยาย ค่อย ๆ เดินย่อยอาหาร ไปรอรถสามล้ออยู่ที่ครัว ตอนเช้าแดดยังไม่จัด คุณยายจะนั่งสามล้อไปทางหน้า วัดซึ่งเป็นฝั่งทิศตะวันออกแล้วจึงอ้อมกลับไปทางหลังวัด ซึ่งมี ต้นไม้ทึบ แม้สายแล้วแดดก็ไม่ร้อนมากนัก คุณยายจะใช้เวลานั่งรถสามล้อตรวจจากหน้าวัดไปหลังวัดจนกลับมาถึงที่พักประมาณชั่วโมงกว่า ๆ โดยเฉลี่ยคุณยายจะกลับมาถึงที่พักคือที่ห้องเลขาฯ ประมาณ ๙ โมงเช้า จะก่อนหรือหลัง ๙ โมงก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น พี่อารีพันธุ์มอบหมายหน้าที่ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มารอรับคุณยายเมื่อ รถสามล้อมาถึง ดังนั้นก่อนเวลา ๙ โมง ข้าพเจ้าจึงมักออก มายืนที่หน้าห้องเลขาฯ คอยชะเง้อดูตามเส้นทางว่า รถสามล้อคุณยายมาถึงจุดไหนแล้ว เพื่อว่าเมื่อรถสามล้อมาถึงจะ ได้รับท่านลงจากสามล้อได้ทันที บางวันรถสามล้อคุณยายก็มาถึงเร็ว แต่บางวัน ๙ โมง กว่าแล้วก็ยังกลับมาไม่ถึง ถ้ารู้สึกว่าช้ากว่าปกติมากข้าพเจ้าจะ ปั่นจักรยานตามไปดูว่าสามล้อคุณยายอยู่ที่ไหน กำลังประสบเหตุการณ์ใดอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะพบว่า สามล้อคุณยายจอดอยู่ที่ หน้าอาคารสองชั้น (อาคารปุโรหิตา) ซึ่งเป็นที่ทำงานของพระ อุบาสก อุบาสิกา คล้ายสำนักงานรวมในปัจจุบัน บางครั้งจะพบ ท่านนั่งอยู่บนสามล้อที่จอดนิ่งสนิทอยู่ กำลังพูดคุยกับพระหรือ เด็กวัด (อุบาสก อุบาสิกา) ที่อยู่แถว ๆ นั้น บางครั้งข้าพเจ้าก็พบ แต่สามล้อว่างเปล่าของคุณยายจอดอยู่ เมื่อตามไปดูจึงพบว่า คุณยายท่านเดินเข้าไปตรวจดูข้างในอาคารสองชั้น คุณยายท่านมักจะแวะมาที่อาคารสองชั้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะวันไหนที่ท่านนั่งสามล้อตรวจวัดแล้วพบเห็นอะไรที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง ท่านก็จะแวะเพื่อที่จะเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านพบเห็นให้ พระและเด็กวัดที่ทำงานอยู่ที่นั่นฟัง เพื่อที่ทุกคนจะได้ช่วยกันดูแล ปรับปรุงแก้ไขต่อไป หรือไม่ก็ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่อาคาร สองชั้นว่าอยู่กันอย่างไร สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยดีหรือเปล่า กลับมาจากนั่งสามล้อ คุณยายมักจะมีเรื่องต่าง ๆ ที่คุณ ยายพบเห็นมาเล่าให้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการรักษาสมบัติสงฆ์ สิ่งไหนที่ท่านทำได้ ท่านกับพี่อุบาสกที่ถีบสามล้อให้ก็จะช่วยกันลงมือทำเองทันที มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณยายท่านกลับมาแล้วเล่าให้ฟังว่า “วันนี้ยายไปปราบหญ้าคากับเป๊าะแป๊ะ (ต้นต้อยติ่ง) มา” ข้าพเจ้าถามคุณยายว่า “คุณยายไปถอนด้วยหรือเปล่าคะ” คุณยายท่านตอบว่า “ถอน ช่วยกันกับประดิษฐ์ (ปัจจุบัน คือพระประดิษฐ์ อริญฺชโย) ตอนเช้ายายถอนได้ ตอนเย็นยาย อาบน้ำแล้วไม่ถอน นั่งอยู่บนรถดูเฉย ๆ” คุณยายแม้ท่านจะวัย ๘๐ กว่า ๆ แล้ว แต่ท่านไม่เคยนิ่งเฉยดูดาย สิ่งไหนที่ทำได้ท่านจะลงมือทำด้วยตัวท่านเองทันที บางครั้งหากสิ่งที่ท่านไปพบเห็นนั้น เป็นงานที่หนักเกิน แรงหรือเกินกำลังที่ท่านจะทำได้ ท่านก็จะดู ๆ และจดจำสถานที่ นั้นไว้ แล้วจะนำมาหาวิธีการแก้ไขต่อไปไม่ปล่อยให้ข้ามวัน บางครั้งเมื่อกลับมาถึงที่พัก คุณยายก็จะเอนหลังพัก คุณยายบอกว่า “พอยายนอนทำใจนิ่ง ๆ ดิ่งธรรมะ ภาพ มันก็จะผุดขึ้นมาว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป มันเห็นในที่” คุณยายจึงมีวิธีแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดยากที่จะหาผู้ใดเสมอ เหมือน เพราะท่านไม่ต้องคิดให้ปวดหัว แต่ว่าผุดให้รู้ขึ้นมาจาก ธรรมกายภายใน บางครั้งเมื่อกลับมาถึงแล้ว ท่านจะเล่าให้ฟังว่า ไปพบ ตรงนั้นรกรุงรัง ตรงนี้ข้าวของทิ้งไว้จะเสียหาย พร้อมกับบอก ให้ข้าพเจ้าช่วยโทรตามหาบุคคลที่รับผิดชอบดูแล เพื่อแจ้งเรื่องเหล่านั้นให้รับทราบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นโทรศัพท์ไปที่สโตร์ หน้าวัด ซึ่งในช่วงนั้นเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานช่าง งานโยธา งานสุขาภิบาล ฯลฯ และมีคนงานที่มีหน้าที่ดูแลอยู่เป็นจำนวน มากพอสมควร แต่ในบางครั้งเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน โทรศัพท์ ไปบอกก็คงไม่เหมือนท่านไปบอกด้วยตัวเอง ดังนั้นหลังจากนั่งสามล้อตรวจวัดเสร็จ กลับมาถึงนั่งพักพอหายเหนื่อยแล้ว คุณยายก็จะชวนให้พี่อารีพันธุ์ช่วยขับรถ พาท่านไปที่สโตร์หน้าวัดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่จะไปพบหลวงพี่ ฌานาภิญโญ (พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญฺโญ) ซึ่งเป็นผู้รับ ผิดชอบดูแลงานในส่วนนั้น เมื่อรถคุณยายไปถึง ถ้าหลวงพี่ ทราบ ท่านจะรีบเดินมาหาคุณยายที่รถทันที ด้วยกิริยาที่แสดง ความเคารพรัก ขณะเดียวกันนั้น เมื่อคุณยายเห็นท่านก็จะรีบ พนมมือไหว้ แล้วกล่าวทักทายท่าน พร้อมกับเล่าสิ่งที่ท่านไป พบเห็นระหว่างนั่งสามล้อตรวจวัดให้หลวงพี่ฟัง “ท่าน....ยายไปเห็นตรงแถวเนินประดู่ พวกคนงานเขาทำอะไรทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไว้ ทำเสร็จแล้วไม่เก็บ...” แล้วท่านมักจะลงท้ายด้วยประโยคที่เหมือนเป็นการฝากฝัง และให้ความไว้วางใจว่า “ท่านช่วยยายดูแลวัดด้วยนะ” ซึ่งเป็นประโยคที่ข้าพเจ้ามักได้ยินท่านพูดอยู่เสมอ ๆ กับพระที่รับผิดชอบ งานในส่วนต่าง ๆ ที่ท่านไปพบเจอ ถ้าคุณยายทำสิ่งใดแล้ว ท่านจะตามงานของท่านตลอด อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือย่อท้อ มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะที่ท่านนั่ง สามล้อตรวจวัด ท่านสังเกตเห็นว่าที่บริเวณข้าง ๆ กำแพง พื้น หญ้าสีเขียวเป็นรอยทางคนเดิน คุณยายบอกว่าทางที่เขาทำไว้ ให้ใช้เดินก็มี ทำไมถึงขี้เกียจ มาเดินลัดสนามแถวนี้ ท่านจึงคิด หาวิธีการไม่ให้คนเดินผ่าน โดยให้พี่ประดิษฐ์ทำป้ายมาปักไว้ตรง บริเวณที่คนงานชอบเดินผ่านไปมาว่า “ห้ามเดินผ่าน” เมื่อปักป้ายไว้แล้ว เวลาท่านนั่งสามล้อท่านก็จะแวะเวียน ไปดูอยู่ทุกวัน เมื่อทราบว่าป้ายที่ปักไว้นั้นไม่ได้ผล ท่านก็คิดหา วิธีการใหม่ต่อไป คุณยายท่านจะบอกว่า “เวลายายทำงานอะไร จะค่อย ๆ กระเถิบ ๆ ดูลู่ทาง” แล้วท่านก็ให้พี่ประดิษฐ์หาต้นไม้ที่เป็น หนาม ๆ มาปลูกกันตรงทางเดินไว้ ทีนี้คงไม่มีใครกล้าเดินผ่าน แล้ว เพราะกลัวเจ้าหนามแหลม ๆ ของต้นไม้ทิ่มแทงเอา ๆ สำหรับคุณยายแล้ว ไม่มีคำว่าผัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีคำ ว่าเอาไว้ก่อน ไม่มีคำว่าทิ้งงาน มีแต่คำว่าติดตามและตามติด คิดสิ่งใดแล้วท่านจะลงมือทำทันที ข้าพเจ้ายังมองไม่เห็นเลยว่า ถ้าท่านได้ลงมือทำสิ่งใดแล้วสิ่งนั้นจะไม่สำเร็จ แม้ท่านจะอยู่ใน วัยใกล้ ๙๐ แล้วก็ตาม เพราะท่านเป็นผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วย อิทธิบาท ๔ อย่างครบถ้วน คือ ฉันทะ เต็มใจทำ วิริยะ แข็งใจทำ จิตตะ ตั้งใจทำ วิมังสา เข้าใจทำ ท่านจึงเป็นแบบอย่างของผู้มีความสำเร็จเป็นที่ตั้งอย่างแท้จริง ช่วงหลังคุณยายอายุมากขึ้นและมักจะมึนศีรษะอยู่บ่อย ๆ วันไหนท่านมึนศีรษะก็มักจะงัดนั่งสามล้อไปโดยปริยาย ดังนั้นวันไหนคุณยายนั่งสามล้อ พี่อารีพันธุ์จึงมักให้ข้าพเจ้าปั่นรถ จักรยานตามสามล้อคุณยายไปด้วยอีกคน นับเป็นโอกาสอันดียิ่งนัก ที่ข้าพเจ้าจะได้ติดตามคุณยาย ผู้ซึ่งเป็นต้นแบบในเรื่องต่าง ๆ อย่างหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ ไปชมวัด ตรวจวัด ตามสถานที่ต่าง ๆ คุณยายบอกว่า “ยายชอบนั่งสามล้อตรวจวัด นั่งสามล้อ มันไม่กระเทือนเหมือนรถอย่างอื่น” และที่สำคัญไม่ว่าคุณยายจะ ชี้มือไปทางไหนว่าอยากจะไปดู สามล้อก็จะพาคุณยายซอกซอน เข้าไปได้ทุกซอกทุกมุมทั่ววัด พี่อุบาสกที่ถีบสามล้อให้คุณยายนั่ง ก็จะถีบสามล้อใน จังหวะที่พอเหมาะพอดีไปเรื่อย ๆ ไม่เร็วหรือช้าเกินไป รถสามล้อ คุณยายจะมีหมอนพิงหลังใบอ้วน ๆ สีขาววางอยู่ เวลาคุณยาย ขึ้นนั่งสามล้อ ก็จะจัดหมอนพิงหลังให้ท่านให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดี ดันระหว่างหลังคุณยายกับเบาะไว้ เพื่อว่าระหว่างเวลาที่คุณยาย นั่งสามล้อตรวจวัดจะได้ไม่เมื่อยหลังจนเกินไป เวลาคุณยายนั่ง สามล้อ ท่านจะนั่งตัวตั้งตรงตลอด สายตาของท่านจะคอยทอด มองดูสองข้างทางในระยะใกล้บ้างไกลบ้าง มือของท่านจะคอย ยกขึ้นชี้ชวนให้ดูสิ่งโน้นสิ่งนี้ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง อย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ “ยายนึกไม่ถึงเลยว่าวัดเราจะมีคนเยอะขนาดนี้ ตอนแรก ที่หลวงพ่อธัมมะบวช ยายคิดจะมาสร้างวัด คิดจะเอาสัก ๕๐ ไร่ ตอนนี้ ๒,๐๐๐ ไร่ คนก็จะเต็มแล้ว” รถสามล้อคุณยายจะเลี้ยวเข้าทางข้าง ๆ อาคารดาวดึงส์ ที่ถนนปูด้วยแผ่นปูน ผ่านแผ่นปูนซึ่งปูเป็นทางเล็กๆ ขึ้นสะพานโค้ง อ้อมผ่านหอระฆัง แล้วขึ้นสะพานโค้งอีกครั้ง ก่อนที่จะถึงเนิน ประดู่ ที่เรียกว่า “เนินประดู่” คงเป็นเพราะบริเวณนี้มีต้นประดู่ เขียวครึ้มปกคลุมแน่นหนาเต็มไปหมด บางทีก็จะพบสิ่งของหรือ เศษกิ่งไม้ที่เกะกะอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่ที่พบเห็นอยู่บ่อย ๆ คือ ต้นต้อยติ่งที่คุณยายชอบเรียกว่า ต้นเป๊าะแป๊ะ คุณยายมักจะบอกให้จอดรถสามล้อ เพื่อจัดการกับวัชพืช เหล่านี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่ช่วงหลังคุณยายอายุมากขึ้น สังขารไม่เอื้ออํานวยเท่าใดนัก ท่านจึงนั่งดูเฉย ๆ อยู่บนรถ ที่เนินประดู่จะมียุงชุม ถ้าจอดรถนิ่ง ๆ ยุงมักจะมา พี่ อุบาสกจึงพยายามหลีกเลี่ยงการจอดสามล้อโดยการชี้ชวนให้ท่าน มองดูตรงจุดอื่นที่ไม่มีต้นเป๊าะแป๊ะหรืออะไรที่รกรุงรัง แต่ก็หาได้รอดพ้นสายตาของคุณยายไปไม่ ถ้าต้องจอดสามล้อ ข้าพเจ้า จะคอยเอาผ้าไล่ปัดยุงไม่ให้มากัดคุณยาย ส่วนพี่อุบาสกที่ถีบ สามล้อก็จะไปเก็บพวกเศษกิ่งไม้ที่เกะกะไปกอง ๆ รวมกันไว้ให้ เป็นที่เป็นทาง ต้นเป๊าะแป๊ะก็เช่นเดียวกัน ถ้าเจอคุณยายจะให้ ถอนทันที ถ้าเยอะมาก คุณยายก็จะให้ข้าพเจ้าไปช่วยถอนอีก แรงหนึ่ง ข้าพเจ้าบอกว่ากลัวยุงจะกัดคุณยาย ท่านบอกว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวยายจะขยับขาบ่อย ๆ ยุงจะได้ไม่มากัด” พร้อม ทำท่าขยับ ๆ ขาให้ดูคุณยายท่านจะดูบริสุทธิ์และเป็น ธรรมชาติเช่นนี้เสมอ ข้าพเจ้าก็ไม่ไปไหนไกล นั่งถอนต้นเป๊าะ แป๊ะอยู่ใกล้ ๆ สามล้อคุณยายนั่นแหละ ถอนบ้าง เอาผ้าไล่ยุง ให้คุณยายบ้าง ข้าพเจ้านึกชื่นชมในความพากเพียรของคุณยาย “ถ้าท่านทำสิ่งใดแล้ว ไม่สำเร็จ ไม่เลิกรา” ปราบเป๊าะแป๊ะก็เช่นเดียวกัน ถอนเท่าไรก็ไม่เห็นหมดสักที แต่คุณยายไม่เคยละความพยายาม ที่จะปราบมันให้สำเร็จ คงเหมือนกับกิเลสที่อยู่ในใจ คุณยายก็ไม่เคยละความเพียรพยายามที่จะถอนมันออกไปให้หมด ปราบมันให้สำเร็จเช่นกัน พอได้จังหวะข้าพเจ้าก็ชวนคุณยายนั่งสามล้อต่อไป จากเนินประดู่ก็มุ่งตรงไปทางหน้าวัด เมื่อมาถึงหน้าวัดจะเห็นประตู สเตนเลสส์รูปทรงเรียบง่าย สูงโปร่ง ดูสวยงาม วาววับยาม ต้องแสงแดดในยามเช้า คุณยายท่านชี้ไปที่ประตู “ประตูข้างหน้าน่ะ ยายไปบอกบุญเขามา พอยายทำประตูเสร็จได้ ยายก็มีความสุข เมื่อก่อนเป็นประตูเหล็กเก่า ๆ ลากไปลากมา ก่อนจะทำยายก็ดูเขาสร้างกำแพง ลงเสาเข็ม ทำกำแพงซะแน่นหนา ยายเลยคิดทำประตูถาวร ถ้ากำแพงไม่พัง ประตูก็ไม่พัง” คุณยายจะมองดูประตูนั้นด้วยความสุขใจและภาคภูมิใจ ในทุกครั้งที่ผ่าน เหมือนเป็นภาพที่ตอกย้ำทำให้ท่านได้ตามตรึก ระลึกนึกถึงบุญกุศลที่ท่านได้ทำมา เสร็จจากหน้าวัด รถสามล้อของคุณยายก็จะเลี้ยวกลับ มา ผ่านอาคารประชาสัมพันธ์(หินอ่อน) ศาลาจาตุมหาราชิกา ตอนช่วงนั้น ก่อนที่คนงานหรือพนักงานจะเข้าทำงาน ก็จะมารวมตัวกันสวดมนต์ทำวัตรเช้าที่ศาลานี้ โดยมีหลวงพี่มาคอยดู ความเรียบร้อย และตรวจเช็ครายชื่อ ช่วงก่อนที่จะถึงเวลาสวด มนต์หลวงพี่ก็จะพาคนงานที่มาถึงก่อนช่วยกันทำความสะอาด เช็ดถูศาลาบ้าง กวาดใบไม้ตามทางบ้าง พอรถคุณยายผ่านมา คนงานก็จะพากันยกมือไหว้คุณยาย คุณยายท่านก็ยกมือพนม ทักทายกับทุกคน ถ้ามองเห็นอะไรที่พอจะสอนได้ ท่านก็จะเมตตา หยุดรถ เพื่อที่จะได้บอกได้สอนคนงานเหล่านั้น ส่วนใหญ่คุณยายท่านจะสอนให้ทุกคนรู้จักรักษาความ เมื่อกวาดเสร็จแล้ว สะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการรักษาสมบัติสงฆ์ เช่น การกวาดเศษใบไม้บนถนน ให้กวาดไปกอง ๆ รวมกันไว้ ไม่ใช่กวาดจากถนนลงมาทิ้งไว้ข้างทาง เศษใบไม้ที่กอง ๆ ไว้ ให้หาถุงมาใส่เก็บไปทิ้งอย่ากองทิ้งไว้ เดี๋ยวจะมีอะไรมาคุ้ยเขี่ย หรือเวลามีลมแรงมันก็พัดกระจายไปอีก อุปกรณ์ข้าวของต่าง ๆ เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ให้นำไปเก็บไว้ที่เดิม สำหรับคนที่ชอบทำอะไรเลอะๆ เทอะๆ ไม่รักษาสมบัติสงฆ์ ท่าน ก็จะพูดตักเตือน สอน และย้ำแล้วย้ำอีกเป็นพิเศษ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนงานรุ่นก่อน ๆ โชคดีที่ได้พบได้เห็นหน้า ได้รับการอบรมสั่งสอนจากคุณยายอยู่บ่อย ๆ คนงานเก่า ๆ บาง คน คุณยายยังจดจำชื่อได้เป็นอย่างดี และยังทราบว่ารับผิด ชอบงานในส่วนไหนด้วย พระที่ท่านดูแลคนงานอยู่แถวนั้น ก็มักจะได้รับคำทักทาย จากคุณยายอยู่เสมอ ๆ และประโยคที่ได้ยินท่านพูดเป็นประจำ คือ “ท่าน ๆ ช่วยยายเป็นหูเป็นตา คอยบอกคอยสอนคนงาน ด้วย” หรือไม่ก็ “ท่าน ๆ ช่วยยายดูแลวัดด้วย” บางทีระหว่าง นั่งรถผ่านไป คุณยายท่านก็จะพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่า “พระองค์นี้ ท่านขยัน” เพราะเวลานั่งรถผ่านจะเห็นท่านทำงานอยู่ตลอด จากนั้นสามล้อของคุณยายก็จะเคลื่อนผ่านเข้ามาในเขต สังฆาวาส ที่โดยปกติจะไม่ค่อยอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีกิจธุระจำเป็น เร่งด่วนเข้ามา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้ามาในเขตสังฆาวาสทุก ซอกซอยก็ตอนมาปั่นจักรยานตามสามล้อคุณยายครั้งนี้นี่เอง ลึกเข้าไปข้างในจะมีโรงนอนเก่า เคยเป็นที่พักของอุบาสก ปัจจุบันคืออาคารมหาพรหม เขตสังฆาวาสด้านในจะมีกุฏิพระหลังเล็ก ๆ สำหรับแค่พอ อยู่ ๑ รูป ต่อ ๑ หลัง สร้างอย่างมั่นคงแข็งแรง กระจายอยู่เป็น จุด ๆ หลายหลังทั่วพื้นที่ แต่ละหลังจะมีถนนเล็ก ๆ ผ่านเชื่อมโยง ถึงกัน พระที่อยู่ข้างในนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพระรุ่นแรก บวชมาตั้ง แต่ยังอยู่วัดปากน้ำ หรือมาอยู่วัดเป็นอุบาสกรุ่นแรก ๆ คุณยายท่านจะจำได้อย่างแม่นยําว่า กุฏิหลังไหนพระรูปไหนอยู่ นี่กุฏิพระหมู (พระรังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก) นี่กุฏิพระพิพัฒน์ (พระครูสังฆรักษ์พิพัฒน์ จิตสุทโธ) ฯลฯ บริเวณรอบ ๆ กุฏิแต่ ละหลังก็จะมีการดูแลรักษาความสะอาด และเก็บกวาดใบไม้เป็นอย่างดี จากบริเวณกุฏิพระ อาคารภาวนา รถสามล้อคุณยายก็ จะมาออกตรงถนนเส้นที่ผ่านหน้าอาคารสองชั้นพอดี จากนั้นก็ ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านกลับมายังที่พัก ใกล้เวลา ๙ โมงเช้าสายมาก แล้ว แต่บรรยากาศสองข้างทางที่รถคุณยายเคลื่อนผ่าน ยัง สดชื่น ร่มรื่น ด้วยร่มเงาของต้นไม้ตลอดแนวสองข้างทาง ข้าพเจ้าสังเกตว่า คุณยายดูมีความสุขและเบิกบานใจยิ่งนัก ในยามที่ท่านได้นั่งสามล้อตรวจวัด ภาพที่ท่านได้พบเห็นจากหน้าวัดถึงท้ายวัด เป็นเหมือนภาพที่ทำให้ท่านได้ตามตรึกระลึก นึกถึงสิ่งที่ท่านได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ และบุญกุศลทั้งหลาย ที่ท่านได้ทำมา เพราะสิ่งนั้น สิ่งนี้ ตรงนั้น ตรงนี้ที่ท่านผ่านพบ ล้วนเริ่มต้นมาจาก “ฝีมือคุณยาย” ผู้ก่อกำเนิดวัดพระธรรมกาย แม้ในบางครั้งขณะที่ท่านนั่งรถสามล้อ ได้ไปพบเห็นอะไร ที่รกรุงรังไม่เข้าที่เข้าทาง ซึ่งทำให้ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยในการ คอยบอก คอยสอน คอยจี้ไช แต่ในความเหนื่อยนั้นคุณ ยายท่านมีความภาคภูมิใจ ที่ได้ตามดูแลรักษาสมบัติพระ ศาสนาอย่างดีที่สุด เพื่อให้คนรุ่นหลัง ๆ ได้ใช้กันต่อไป ดังจะได้ ยินจากคำพูดของท่านที่ว่า “ใครทำอะไร ต้องตามดูแลรักษา ไอ้คนดูแลรักษานี่สิ สำคัญ ดูสิยายสร้างวัดยังตามดูแลรักษา ยายทำไว้ให้หมด ต่อไปในอนาคตไม่มียาย ไม่มีหลวงพ่อ ก็คอยแต่ซ่อมแซม อัน ไหนผุ อันไหนพัง” ไม่ว่าสามล้อของคุณยายจะไปทางไหน ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะ ห่างไกลจากสายตาผู้คน หรือมีผู้คนสัญจรผ่านไปผ่านมาเป็น ประจำก็ตาม สถานที่แห่งนั้นก็จะมีแต่ความสะอาด เป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม แม้ช่วงหลังท่านอายุมากขึ้น จะเปลี่ยนจากการนั่งสามล้อ มาเป็นนั่งรถไฟฟ้า ผ่านไปเฉพาะถนนสายใหญ่ ๆ ไม่ได้แวะดู รายละเอียดในแต่ละจุดนาน ๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่สิ่งที่เหมือน เดิมไม่เปลี่ยนแปลงคือ ระหว่างที่คุณยายนั่งรถชมวัดนั้น สายตา ของท่านที่มองไปตามที่ต่าง ๆ นั้น เต็มไปด้วยความสุข ความปีติ และภาคภูมิใจ จนอดไม่ได้ที่ท่านจะพูดออกมาว่า “วัดยายสวย เพราะใจยายสวย ใจยายสะอาดบริสุทธิ์ ชาตินี้ยายสร้างวัด ชาติต่อไปยายก็จะมาสร้างวัดอีก เก็บเอา คนที่เคยสร้างบุญกับยายไปด้วย เก็บเอาไปให้หมด”