สัจจบารมี ทำได้คุณอนันต์ ผิดพลาดโทษมหันต์
คุณยายอาจารย์ · ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย
สัจจบารมี ทำได้ คุณอนันต์ ผิดพลาดโทษมหันต์
การตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ดังที่กล่าวแล้วนี้ คนทั่วไป จะเข้าใจเพียงผิวเผิน แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมสายวิชชาธรรมกายแล้ว ถือกันว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะขณะที่เรากำลังกล่าวสัจจาธิษฐาน นั้นเอง คุณยายผู้รับคำท่านก็นั่งสมาธิ (เรียกว่านั่งเข้าที่) อาราธนาพระ ธรรมกายในพระนิพพานและอัญเชิญเทพยดาทุกชั้น ตลอดจนรูปพรหม อรูปพรหมทั้งหมดในจักรวาลทั้งสิ้นมารับรู้รับเห็นเป็นพยาน พากันเปล่ง อนุโมทนาสาธุการกันไม่รู้จบสิ้นติดต่อกันไปเป็นเวลาหลายวันหลายเดือน ในโลกมนุษย์ ผู้กระทำจะได้บุญทับทวีเป็นพิเศษ ไม่ใช่บุญธรรมดา
แต่ถ้าผู้นั้นเสียสัจจะไม่ทำตามวาจาที่กล่าวไว้แล้ว ผลร้ายก็มี มากมายประมาณมิได้เหมือนกัน คือ สัจจะบารมีของผู้นั้นก็จะเป็น อันสูญเสียไป ที่เคยมีอยู่แล้วมากน้อยเพียงใดก็พลอยให้หมดไปด้วย จะกระทำขึ้นใหม่ก็ไม่ได้รับผลเป็นโมฆะไปเสียหมด ต้องรอไปเป็น เวลานานแสนนาน ใช้คำพูดกันว่า รอไปจนกว่า “หัวแผ่นดินเกิดใหม่” จึงจะเริ่มต้นสร้างบารมีนี้กันได้ใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามพอพ้นจากปี ๒๕๑๓ เป็นต้นมา คุณยายไม่ยอม อนุญาตให้ใครตั้งสัจจะชนิดนั้นอีกเลย เพราะมีตัวอย่างเสียสัจจะไป ๓-๔ ราย คุณยายคงสงสาร ถ้าเปิดให้ตั้งต่อไปก็จะมีคนเสียสัจจะเพิ่ม อยู่เรื่อย ๆ พูดถึงตรงนี้ข้าพเจ้ารู้สึกขอน้อมคารวะคุณยายเป็นพิเศษ เพราะเมื่อปี ๒๕๑๓ มีเด็กเล็ก ๆ ขอตั้งสัจจะด้วย คุณยายไม่ยอมเป็น เด็ดขาด มาปัจจุบันข้าพเจ้าถึงได้เข้าใจซาบซึ้ง คุณยายรู้ดีว่าอำนาจของ มารที่เขาเอากามคุณ โดยเฉพาะเรื่องเพศมาล่อมนุษย์นั้น มีอานุภาพ พิเศษ สัตว์โลกพ้นอำนาจของเขายาก เด็กเล็ก ๆ อินทรีย์ทางธรรม (คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ยังไม่แก่กล้า โตขึ้นมาต้านทาน อำนาจมารไม่ไหวก็จะต้องเสียสัจจะ หรือถ้ารักษาไว้ได้ แต่ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาย่อหย่อนไปก็จะอยู่อย่างเป็นทุกข์เป็นโทษ เรียกว่าอยู่อย่าง “ซังกะตาย” ไม่แจ่มใส จิตไม่เกิดมหากุศล สู้ไม่ตั้งเสีย เดีกว่า นี่คือพระคุณใหญ่หลวงของคุณยาย ท่านมองอะไร ๆ ไกลเหลือเกิน เกินกว่าสติปัญญาคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ที่มองแค่เฉพาะหน้า ๆ จะ ตามกันได้