ถึง “ธรรมกาย” ช่วยพ่อได้
คุณยายอาจารย์ · ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย
ถึง “ธรรมกาย” ช่วยพ่อได้
แล้วจากวันนั้นเป็นต้นมา คุณยายก็มุ่งมั่นปฏิบัติตามเห็นธรรมกาย ในธรรมกายเข้าไปเรื่อย ๆ
เมื่อปฏิบัติถึงขั้นนี้แล้ว คุณยายไม่ลืมเรื่องไปหาพ่อ จึงบอกความ ประสงค์ต่ออุบาสิกาผู้เป็นครู อุบาสิกาทองสุกจึงได้บอกวิธีให้โดยให้ เข้าสมาบัติตามหลักวิชชาธรรมกาย พอจิตของคุณยายละเอียดสว่างไสว
เต็มที่ดีแล้ว อุบาสิกาทองสุกจึงสั่งให้คุณยายทำใจหยุดนิ่งเฉย นึกให้ กายทุกกายซ้อนอยู่ในธรรมกาย แล้วอธิษฐานจิตลงไปตรงศูนย์กลางกายขอพบพ่อ
คุณยายเล่าว่า ท่านรู้สึกว่ากายละเอียดของท่านที่อยู่ในองค์ พระธรรมกายนั้นเบามากแล้วลอยลิ่วไปไกล จนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ในโลกของเรา ที่นั่นเป็นทะเลเพลิงเวิ้งว้าง ไฟลุกโชติช่วง พอ พระธรรมกายซึ่งเปล่งรัศมีสว่างไสวไปลอยนิ่งอยู่ที่นั่น ไฟที่ลุกโพลง อยู่ก็ค่อย ๆ มอดดับลง ความร้อนแรงก็หมดไปด้วย คุณยายเห็นสิ่งมี ชีวิตจำนวนมากมายเหลือคณานับ รูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กัน บ้างก็เป็นคน บ้างก็ตัวเป็นคนหัวเป็นสัตว์ บ้างก็ตัวเป็นสัตว์หัวเป็นคน บ้างก็ถูกคุมขัง อยู่ในเครื่องทรมานต่าง ๆ ฯลฯ
คุณยายเห็นพ่ออยู่ที่นั่นด้วย รูปร่างหน้าตาของพ่อไม่เปลี่ยนแปลง เครื่องแต่งตัวดูใกล้เคียงกับตอนเป็นมนุษย์ ใส่กางเกงขากวย อันเป็น ชุดทำนา แต่รูปร่างซูบผอม ใบหน้าหมองคล้ำ มีความทุกข์อย่างหนัก พอพ่อมองเห็นคุณยาย พ่อวิ่งมาหาบอกว่า พ่อตกนรกเพราะเมื่อเป็น มนุษย์ดื่มสุราถึงวันละ ๑๐ สตางค์ทุกเย็น นอกจากนั้นยังเคยฆ่าสัตว์ เป็นอาหาร เช่น กบ หอย ปู ปลาและไก่
ในเวลาที่พ่อฆ่าสัตว์เหล่านั้น คุณยายเคยถามพ่อว่า พ่อไม่กลัว บาปหรือ พ่อชี้แจงว่า ฆ่ากินเป็นอาหารไม่บาป แถมเวลาแกงเสร็จยัง นำไปถวายพระด้วย บาปก็เป็นอันหมดไป
บัดนี้ คุณยายพบพ่อในนรก เห็นพ่อกำลังชดใช้หนี้กรรมเหล่านั้น อยู่ ความจริงพ่อเคยทำบุญในวันพระบ้างเหมือนกัน แต่เมื่อใกล้ตาย พ่อนึกถึงเรื่องบุญไม่ออก เห็นแต่กรรมนิมิตที่เคยทำบาปเอาไว้ จิตจึง เศร้าหมองกระวนกระวาย พอตายก็ถูกนำมาไว้ที่นี่ พ่อเล่าความทุกข์ร้อน ให้ฟังแล้ววิงวอนขอให้ลูกช่วยเหลือ
คุณยายสงสารพ่อเหลือเกิน ไม่รู้จะช่วยพ่ออย่างไร จึงร้องไห้ ออกมาดัง ๆ อุบาสิกาทองสุกถามขึ้น คุณยายจึงเล่าให้ฟังว่า เห็นพ่อ อยู่ในนรก สงสารอยากจะช่วย ผู้เป็นครูจึงแนะนำให้อธิษฐานจิตในสมาธิ ขณะนั้น เรียกบุญบารมีที่ได้บรรลุธรรมอาราธนาธรรมกายให้ช่วยพ่อ คุณยายจึงอธิษฐานว่า
“ข้าพเจ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยเอาชีวิตนี้เข้าเสี่ยง เพื่อต้องการ บรรลุธรรมจะตามหาพ่อ บัดนี้ข้าพเจ้าพบพ่อแล้วขออานุภาพพระธรรมกาย จงบันดาลช่วยพ่อให้พ้นจากความทุกข์ด้วยบารมีของข้าพเจ้าด้วยเถิด”
คุณยายได้ยินเสียงพระธรรมกายดังกังวานก้อง
อธิษฐานขาดคำ บอกให้พ่อรับศีล พ่อยกมือพนมสมาทานศีลจนจบ จากนั้นพระธรรมกาย ให้พ่อนึกถึงบุญกุศลที่เคยทำไว้ขณะเป็นมนุษย์ พ่อก็นึกตาม ด้วยอานุภาพ ของพระธรรมกายและบุญที่พ่อนึกได้ทันใดนั้น ทำให้กายของพ่อเบา และลอยได้ ลอยสูงขึ้น ๆ ติดตามธรรมกายของคุณยายผ่านชั้นสวรรค์ ชั้นต้น จนถึงชั้นดาวดึงส์ มีวิมานของพ่อหลังเล็ก ๆ เก่าคร่ำคร่า ไม่ สวยงามสว่างสุกใสเหมือนวิมานของเทพองค์อื่น ๆ พระธรรมกายบอก พ่อว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะพ่อเป็นคน “วัดก็เข้า เหล้าก็กิน บุญก็ทำกรรม ก็สร้าง สัตว์ก็ฆ่า แต่เมื่อแกงเสร็จก็แบ่งมาทำบุญด้วย”
พระธรรมกายสอนให้พ่อภาวนา “สัมมา อะระหัง ๆ” “พ่อก็ ทำตาม กายของพ่อสวยงามผ่องใสขึ้น เครื่องแต่งกายก็เปลี่ยนเป็นของ ทิพย์ เป็นชุดเครื่องทรงของเทพบุตร
เมื่อคุณยายได้ช่วยพ่อให้พ้นจากนรกแล้ว ความทุกข์ใจเรื่อง “ตามหาพ่อ” ก็หมดสิ้นลง การช่วยพ่อได้ก็เหมือนการได้ขอขมาพ่อ ทีนี้อยากไปหาพ่อเมื่อใดก็ไปได้ คุณยายรู้สึกปลอดโปร่ง หมดความ กังวลใจ พ้นจากความทุกข์ทรมานที่ฝังแน่นอยู่ตั้งแต่วันพ่อตายเป็นต้นมา