ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ผู้อาวุโส

คุณยายอาจารย์ · ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย

PDF
คำนำ ใครก็ตามถ้าได้เคยศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษา จะเป็น วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยใด ๆ ก็ตาม ซึ่งที่นั่นนักศึกษามีระบบ “อาวุโส” หรือที่พวกเขาเรียกกันติดปากว่า “เซียเนียริตี้” แล้ว คงต้องเห็นพ้อง กับข้าพเจ้าอยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้านำระบบอาวุโสมาใช้ให้ดีตามวัตถุประสงค์ ที่แท้จริง จะให้คุณค่าต่อชีวิตของนักศึกษาแต่ละคนเป็นที่สุด เท่ากับ เป็นการฝึกให้เกิด “อปจายนะ” หรือความอ่อนน้อมถ่อมตน อันเป็น ข้อหนึ่งในจำนวนสิบข้อของบุญญกิริยาวัตถุ และเป็นการปฏิบัติตาม หลักมงคลสูตรอย่างน้อย ๗ ข้อ ใน ๓๘ ข้อ ได้แก่ข้อ ๓ บูชาคนที่ควร บูชา ข้อ ๙ มีระเบียบวินัย ข้อ ๑๖ รู้จักให้ ข้อ ๒๒ แสดงความ เคารพ ข้อ ๒๓ สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ข้อ ๒๗ มีความอดทน ข้อ ๒๘ ว่านอนสอนง่าย ได้เป็นอย่างดี ระบบอาวุโสนี้แม้จะผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ข้าพเจ้า ยังรู้สึกฝังใจประทับใจแน่นแฟ้น เคยรู้สึกเกรงใจต้องหยุดยืนหลีกทาง ให้รุ่นพี่เดินไปก่อนสมัยเมื่อเป็นน้องใหม่ (เฟรชชี่) ใส่รองเท้าถุงเท้า สีขาว เคยเดินอย่างสง่าเมื่อได้เป็นรุ่นพี่ และเคยเอื้ออาทรรุ่นน้องด้วย ความภาคภูมิใจ สิ่งเหล่านี้ไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำ แล้วมีอยู่วันหนึ่งในราวปลาย ๆ ปี ๒๕๒๖ ข้าพเจ้ากลับมา จากการปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยเจ้าอาวาสได้ เมตตาเคี่ยวเข็ญให้เป็นพิเศษ ได้พบคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เดินอยู่ที่ข้างศาลาดุสิตในวัดพระธรรมกาย ข้าพเจ้าตรงไป กราบลงแทบเท้าท่านทันทีด้วยความดีใจ เคารพและสำนึกในพระคุณ หลายสิ่งหลายประการ ประกอบด้วยระยะนั้นได้จากท่านไปนานเป็น แรมปี จึงก้มกราบด้วยความคิดถึงอันลึกซึ่ง ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ากราบคุณยาย ข้าพเจ้าจะนึกเสมอว่า ท่าน ผู้นี้เองที่เป็นผู้ช่วยให้เราได้มีโอกาสได้สร้างบารมีมากมายครบทั้งสิบ ประการทีเดียว ชาตินี้ถ้ามิได้พบท่าน เราเห็นจะไม่พ้นอบายภูมิแน่ แม้ ไม่ถึงตกนรกเพราะไม่ชอบทำความชั่วก็จริง แต่อาจไม่พ้นจากการเป็น เปรต อสุรกาย หรือเดรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงกราบ ท่านด้วยความจริงใจทุกครั้งที่ได้พบกัน วันนั้น ขณะที่ข้าพเจ้าก้มกราบ และเงยหน้าขึ้น คุณยายได้ก้มลงจับมือข้าพเจ้าบีบไว้แน่น ซึ่งข้าพเจ้า รับรู้ด้วยกระแสจิตและอาการสัมผัสเหมือนท่านจะกล่าวว่า “หายไป ไหนนาน ยายคิดถึง” ในเวลานั้น ข้าพเจ้ามองเห็นผู้คนหลาย ๆ คน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นหนุ่ม ๆ สาว ๆ เดินผ่านเราสองคนไปอย่างใกล้ชิด แต่ละคนมีท่าทาง เหมือนไม่รู้จักเราเลย สำหรับข้าพเจ้าเองนั้นไม่รู้สึกอะไร เพราะมิได้อยู่ ประจำที่วัด แต่คุณยายนี่สิเขาไม่รู้หรือว่าท่านเป็นใคร ทำคุณประโยชน์ ให้พวกเขาและชาวโลสํากอย่างไร จากวินาทีนั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าก็คิดว่าจะมีวิธีใดที่จะประกาศ คุณของคุณยาย แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ที่ทำได้อย่างมากที่สุด ก็เพียงพูดถึงพระคุณของท่านในบางคราวที่มีโอกาส เช่น เมื่อมีผู้ถาม ถึง หรือมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องถึง ดังนี้เป็นต้น แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อราว ๆ ต้นปี ๒๕๓๑ นี่เอง หลวงพ่อ ทัตตชีโวภิกขุ ได้ปรารภกับข้าพเจ้าเรื่องระบบอาวุโสขึ้นมา เป็นความคิด ที่ตรงกับความรู้สึกลึก ๆ ในใจของข้าพเจ้าอยู่พอดี ท่านกล่าวว่า เด็กที่ มาวัดในรุ่นใหม่ ๆ ไม่ใคร่รู้จักความสำคัญของคนรุ่นเก่า ๆ ไม่รู้ว่าใคร เป็นใคร จึงมักมีเรื่องจุกจิกขัดแย้ง จนบางครั้งเกิดการแข่งดีกันขึ้นมา ซึ่งจะเป็นต้นเหตุให้เกิดความแตกสามัคคีได้ง่าย ท่านกล่าวว่า ท่านจะ พยายามแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะนำระบบอาวุโสมาใช้ และท่าน ยังให้ความคิดเห็นว่าข้าพเจ้าก็สามารถช่วยท่านได้ โดยระยะแรกนี้เขียน ประวัติชีวิตคุณยายขึ้นมาให้ผู้คนรู้จักกันก่อน เป็นการแนะนำ “ผู้อาวุโส” ท่านแรกของวัด ข้าพเจ้าสะดุดใจเรื่องนี้อยู่ตามที่เล่าไว้ข้างต้นแล้ว จึงรับคำ ท่านด้วยความเต็มใจเป็นที่สุด รู้สึกว่าช่างเป็นโชคดีเหลือเกินที่ตนเอง มีโอกาสประกาศคุณของยายให้ใคร ๆ ได้รับรู้ ผู้ที่มาทีหลังได้มาสร้าง บารมีกันอย่างสะดวกสบาย จะได้รู้ว่าคุณยายท่านเหน็ดเหนื่อยลำบาก ลำบนแค่ไหน เมื่อรู้แล้ว ต่อไปได้พบเห็นคุณยาย เพียงแค่ยกมือไหว้ หรือกราบงาม ๆ สักที่หนึ่ง ก็จะได้บุญมากมายมหาศาล ข้าพเจ้ายังคิด ต่อไปอีกว่า ต่อไปภายภาคหน้า เวลาข้าพเจ้าเห็นใครกราบคุณยาย ไหว้ คุณยาย ข้าพเจ้าคงมีความสุขใจมาก เพราะเท่ากับท่านเหล่านั้นทำกุศล ให้ข้าพเจ้าด้วย เป็นความดีสองชั้นของผู้กระทำทีเดียว สาเหตุของการเขียนประวัติ “ ของ วัดพระธรรมกาย” มีความเป็นมาดังที่กล่าวแล้วนี้ เมื่อทราบว่าคุณยาย เป็นใครแล้ว โปรดอย่าได้เสียเวลา ควรหาโอกาสทำบุญร่วมสร้างกุศล กับท่านให้มากที่สุด เพราะการได้ร่วมสร้างบุญสร้างบารมีกับผู้ที่มีบุญ มหาศาลอย่างคุณยายนั้น มิใช่หาได้ง่าย ๆ เลย อุบาสิกาถวิล (บุญทรง) วัติรางกูล สิงหาคม ๒๕๓๑