ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ

คุณยายอาจารย์ · ยายเล่าให้ฟัง

PDF
ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายเล่าต่อว่า เมื่อช่วยพ่อได้แล้วก็โล่งอก และรู้สึกรัก ธรรมะจับใจ คิดว่าชีวิตนี้อยากจะอยู่ทางธรรมตลอดไป อาจารย์ทองสุก แนะว่าให้ไปบวชชีอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ จะได้ช่วยหลวงพ่อเผยแพร่ วิชชาธรรมกาย ยายก็ตกลง และไปลาคุณนายเลี้ยบ ตามอาจารย์ ทองสุกไปหาหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ "วันที่ยายไปพบหลวงพ่อวัดปากน้ำ เป็นวันพฤหัส หลวงพ่อ ออกสอนธรรมะที่ศาลาตอนบ่าย ศาลานั่นอยู่ใกล้ ๆ กับโรงครัวของวัด พออาจารย์ทองสุกแนะนำยายกับหลวงพ่อ หลวงพ่อมองหน้าแล้วพูดว่า "ไอ้ลูกจันทร์ ถึงมันมาช้าไป” ตอนนั้นยายไม่รู้เรื่องอะไร ยังนึกงงๆ ว่า เอ๊ะ ! ก็มาตรง เวลาที่หลวงพ่อรับแขก จะว่าช้าได้ยังไง แต่ก็ไม่พูดอะไร วันนั้นหลวงพ่อ ก็ให้ยายโกนหัวบวชเลย ผ้านุ่งขาวก็ไม่มี ต้องยืมผ้าเขานั่งบวช (ยาย บวชตอนอายุ ๒๘-๒๙) เมื่อคุณยายบวชเสร็จ หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ส่งเข้าประจำโรง ทำวิชชาคือสถานที่ทำภาวนาขั้นสูงทันที โดยไม่ต้องทดสอบสมาธิ หรือ ให้ไปทำหน้าที่อื่น ๆ เช่นงานในครัวเหมือนคนมาใหม่คนก่อน ๆ ถึงเวลา นอนก็ให้ไปนอนในเรือนพักแม่ชี ซึ่งเป็นโรงนอนรวมมีทางขึ้นลงทางเดียว มีไฟส่องทางเป็นดวงเล็ก ๆ หัวหน้าแม่ชีสมัยนั้นชื่อ ญาณี "ยายไปอยู่ที่หลังเลยได้เตียงพัง ๆ เป็นเตียงที่มีไม้กระดานพาด มีพรมเก่า ๆ ปู มุ่งก็เก่า ยายก็ซ่อมเอา เตียงของยายถเสียสะอาด เลยทั้งบนเตียงใต้เตียง ที่ใต้เตียงขี้ฝุ่นหนาเตอะเชียว ไม่มีใครเขาถูกัน แต่ยายไม่ชอบสกปรก เลยถูเสียเรี่ยม พวกคนเก่า ๆ เลยเอาอย่างยาย เตียงยายมันเก่า ตัวเรือดเยอะ พอกลางคืน มันก็ขึ้นมากัด ยายต้องคอยจับใส่กระโถน ๆ พอเช้าก็เอาไปปล่อย กระโถนที่ใส่ตัวเรือด ยายยังเอามาด้วยเลย” คุณยายมีกระโถนประวัติศาสตร์ติดตัวมาจากวัดปากน้ำ ๒ ใบ ใบใหญ่ใช้ประจำที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ส่วนใบเล็กคือใบที่ใส่ตัว เรือดสมัยเป็นน้องใหม่ของวัดปากน้ำฯ "เวลากินข้าว ยายก็เดินไปกินที่โรงครัว ยายไม่ชอบพูด ไม่ชอบสุงสิงกับใคร พวกในครัวมันเห็นเราหน้าใหม่ มันก็มอง ๆ บางที ก็กระแทกกระทั้นใส่บ้าง ยายก็รู้ทัน แต่ยายเฉยเสีย ยายไม่ชอบทะเลาะ กับใครมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกที่ไม่ได้อยู่โรงทำวิชชา มักคิดว่าพวกทำวิชชานี้สบาย นั่ง เฉย ๆ ถึงเวลาก็มากิน แต่ยายว่าสร้างวัดง่ายกว่านั่งทำวิชชา ใครไม่เชื่อก็ไปลองดู แต่ต้องเอาจริงนะ ยายคนเอาจริง ยายกลัวหลวงพ่อว่า “ไอ้ขี้ใต้” พวกเราคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักขี้ไต้ที่ใช้เป็นเชื้อสำหรับจุดไฟ ยิ่งอยู่ในเมืองยิ่งหาตัวอย่างยาก ก็ขอให้รู้แต่ความหมายว่า คนที่ถูกด่า ว่า "ไอ้ขี้ไต้ คือคนที่ไม่เอาไหน" เพราะขี้ไต้ติดไฟลุกโพลงอยู่เดี๋ยวเดียว ก็มอดเป็นขี้เถ้า ต้องค่อยๆ เขี่ยขี้เถ้าออก จึงจะลุกโพลงขึ้นมาใหม่ เมื่อคุณยายไปอยู่วัดปากน้ำฯ ใหม่ๆ ต้องอดทนต่อการ กระทบกระทั่งมาก สุขภาพก็ไม่ค่อยดี แต่ด้วยน้ำใจที่เด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง ในที่สุดคุณยายก็ได้เป็นนักปฏิบัติธรรมชั้นแนวหน้า หลวงพ่อวัดปากน้ำฯ กล่าวชมในที่ประชุมว่า "ไอ้ลูกจันทร์ มันเป็นหนึ่งไม่มีสอง"