ข่าวมงคล
ข่าวมงคล
๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๒
คุณขจร เทพวัชรการุณ อุบาสกรุ่นอาวุโสของวัดพระธรรมกาย เดินยิ้มร่าเข้ามาหาเราถึงก้นครัว แจ้งข่าวดีให้ทราบว่ามีบุญพิเศษ มาฝาก เป็นบุญที่ถาวรมั่นคงที่ส่งผลตลอดเวลานับเป็นพัน ๆ ปี แล้ว ก็นั่งตั้งหลักบรรยายเสียยืดยาว
สรุปความได้ว่า ในโอกาสที่คุณยายจะเป็นประธานทอดผ้าป่า ฉลองอายุวัดครบรอบ ๒๐ ปี ในวันมาฆบูชา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ ที่จะ ถึงอีกไม่นานนี้ คณะศิษยานุศิษย์เห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อประกาศ พระคุณยายให้จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน พวกเรา นอกจากจะช่วยคุณยายจัดงานเฉลิมฉลองให้ยิ่งใหญ่แล้ว ยังสมควรจะ ได้จัดทำหนังสือ เผยแพร่เกียรติคุณ ของคุณยายให้ขจรขจายออกไป ให้ สมฐานะแห่ง
อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
นักสร้างบารมีตัวอย่าง เพชรยอดมงกุฎเกียรติยศของวัดพระธรรมกาย
"คุณทัดในฐานะที่รับใช้ใกล้ชิดคุณยายอยู่ในครัวมานาน ได้รู้เห็นความเป็นอยู่ของท่านทุกวี่ทุกวัน มีโอกาสได้รับฟังเรื่องที่ท่านเล่า อยู่บ่อย ๆ จึงเป็นผู้สมควรได้รับบุญเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุณยายใน วาระพิเศษนี้”
เรารับปากคุณขจรทันที โดยไม่เสียเวลาคิดสักนิดว่าน้ำหน้า อย่างเราจะเขียนหนังสือให้คนอ่านรู้เรื่องได้หรือเปล่า ก็ใจมันตอบรับว่า "ได้" ตั้งแต่คุณขจรยังพรรณาความไม่เสร็จเสียด้วยซ้ำนี่นะ หลวงพ่อทัตตชีโวเคยเทศน์ให้ฟังบ่อย ๆ ว่า คนดีต้องรู้คุณ แทนคุณ และประกาศ คุณของท่านผู้มีอุปการคุณ ถึงเวลาแล้วซินะที่เราจะได้โอกาสตอบแทน พระคุณยาย ด้วยการประกาศคุณของท่านเสียที แล้วเราก็ตั้งนาม ปากกาให้ตัวเองทันทีว่า "ประทัดธรรม”
กลับมารื้อค้นบันทึกส่วนตัวที่มีเรื่องพาดพิงถึงคุณยายอยู่ มากมาย แต่ก็เกิดจนปัญญาว่า จะเรียบเรียงอย่างไรดีหนอจึงจะน่าอ่าน "ไปหาหลวงพ่อทัตตชีโว" ใจมันสั่งการทันที จริงซีนะ หลวงพ่อ ทัตตชีโวเคยเขียนหนังสือ "เล่าเรื่องยาย" ไว้เราก็เคยอ่าน มีเรื่องราว สนุก ๆ เกี่ยวกับคุณยายมาก แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ท่านยังไม่ได้ นำมากล่าวไว้ เราควรไปกราบขอคำแนะนำจากท่าน เท้าเร็วเท่าความ คิด เรารีบปั่นจักรยานไปหาหลวงพ่อที่อาศรมบัณฑิตทันที
"ไอ้ทัดเอ๊ย เอ็งจะได้บุญใหญ่ หนังสือประวัติคุณยาย จะ อยู่ในโลกนี้เป็นพันเป็นหมื่นปีคู่กับพระพุทธศาสนา อยู่เป็นกำลังใจให้คน กล้าสร้างบุญตามอย่างท่าน และอยู่ประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า แม้คุณยาย จะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่รู้หนังสือสักตัว ไม่มีสมบัติพัสถานใด ๆ มาก่อน แต่เนื่องจากกำลังใจถึง กำลังบุญถึง ท่านจึงสามารถสร้างวัด ใหญ่ ๆ ได้
ท่านเป็นคนมีบารมีมาก ไปจัดดอกไม้เข้านะ เอารูปยาย ที่ถ่ายคู่กับหลวงพ่อไปด้วย ไปกราบยายเสีย ไปขออนุญาตเขียนประวัติ ท่าน ไปขอให้ท่านมอบรูปนี้กับมือท่านเอง แล้วเอาไปบูชาไว้ ขอปัญญา บารมีท่านคุมบุญให้ แล้วท่านจะมีเรื่องดี ๆ เล่าให้ฟังอีกเยอะ ก็เอาไป เขียนแบบถอดใจเขียน เหมือนเขียนบันทึกส่วนตัว เรื่องอะไรที่มันคั้น ออกมาจากใจ และเป็นเรื่องจริง มันน่าอ่านทั้งนั้นแหละ"
หลวงพ่อช่างเมตตาให้กำลังใจ และสอนการควร ไม่ควร ให้ละเอียดลออดีเหลือเกิน หวนคิดถึงคำสอนของหลวงพ่อธัมมชโยท่าน เคยพูดเสมอว่า
"ทำบุญ ทำความดี ต้องตุริตะ ตุริตัง เร็ว ๆ พลัน ๆ"
เราจึงไม่รอช้า รีบจัดดอกไม้และเชิญรูปหลวงพ่อกับคุณยาย ใส่พานไปเกร่อยู่ต้นทางทันที พี่อารีพันธ์พาคุณยายมาฉันยาต้มที่ครัวพอดี
พี่อารีพันธ์เป็นคนดูแลคุณยายทุกอย่าง เรียกว่าติดตาม และ ตามติดคุณยายทุกย่างก้าวก็แล้วกัน หลวงพ่อธัมมชโยไว้วางใจให้ดูแล คุณยาย เพราะพี่อารีพันธ์รู้เรื่องยา เรื่องคุณค่าอาหาร และการปฏิบัติ ดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้น พอารีพันธ์ยังรักคุณยายมาก ติดตาม คุณยายมาตั้งแต่เมื่อคุณยายย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาอยู่วัดพระ ธรรมกาย ความรู้ระดับปริญญาเภสัชศาสตร์บัณฑิต ส่งเสริมให้พี่ อารีพันธ์สามารถประคับประคองคุณยาย ผู้เป็นเสมือนเพชรเม็ดงามของ พระพุทธศาสนา ให้ส่องแสงเจิดจรัสเป็นที่น่าชื่นตาชื่นใจอยู่ได้ แม้วัย ของท่านจะสูงถึง ๔๑ ปีแล้วก็ตาม
ทุกเช้าสายบ่ายเย็นที่เราเห็นพี่อารีพันธ์อยู่กับคุณยาย เรา คิดอยากมีโอกาสอย่างนั้นบ้าง ทำบุญคราวใดก็อธิษฐานขอรับใช้ใกล้ชิด คุณยาย ขอติดตามไปสร้างบารมีร่วมกับท่านทุกภพทุกชาติ คนใกล้ชิด และขยันปฏิบัติธรรมตามอย่างท่านเท่านั้น จึงจะรู้ว่าทำไม
เราประคองแจกันดอกไม้เข้าไปกระซิบกระซาบเล่าเรื่องให้ พี่อารีพันธ์ฟัง แล้วขออนุญาตกราบยาย ดูพี่เขาดีใจมากที่เราจะเขียน เรื่องของคุณยายเป็นสื่อนำบุญ แต่ในใจคงนึกเป็นห่วงเราน่าดู เพราะเคย เห็นอยู่แต่ในครัว จึงกุลีกุจอเปิดทางสะดวกให้ คุณยายเห็นเราถือดอกไม้ เข้าไปก็ถามว่า
"จะถวายยายเหรอ เอ้า..เข้ามา”
ถวายดอกไม้คุณยายแล้วเล่าเรื่องให้ท่านฟัง คุณยายนิ่งไป สักครู่ สังเกตดูท่านเหนื่อย แต่ในที่สุดท่านก็พูดว่า
"ยายไม่รู้จะเล่าอะไร มันเยอะแยะไปหมด ไปอ่านเอาเอง ก็แล้วกัน หนังสือประวัติยายก็มีนี่ "ตามหาพ่อ" นั้นไง วันนี้ยายเหนื่อย ไปกวด (ตรวจ) หลังวัดมา เอาไว้พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกันนะ”
เรารีบกราบเรียนว่า วันนี้ยังไม่รบกวน ให้คุณยายพักก่อน เพียงแต่มากราบขออนุญาตคุณยาย วันหลังขออนุญาตฟังคุณยายคุยกับ แขกบ้าง จะได้เอาไปเขียนเป็นหนังสือชวนคนมาวันผ้าป่ายาย "วันมาฆะ ที่คุณยายจะฉลองวัดไงคะ เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้ว”
พอได้ยินคำว่า "ผ้าป่ายาย" ดูคุณยายจะหายเหนื่อยเป็น ปลิดทิ้ง
“เออ...ยายจะถลองวัด (ฉลองวัด) ปีนี้เจ้าอาวาสเขามาขอ ยายเอง เขาว่า ยาย ๆ ยายสร้างวัดมา ๒๐ ปีแล้ว ปีนี้ยายเป็น
ประธานทอดผ้าป่าฉลองวัดนะ
ยายก็รับ เมื่อตอนทอดกฐิน ยายบอกบุญได้ไม่เต็มที่เพราะ ไปขอเจ้าอาวาสเขา เขาว่า ยาย ๆ ยายนี่เอาทุกอย่างเลยนะ เอ๊ะ ! มา ว่าเราเอาทุกอย่าง รุ่งขึ้นก็เลยไปบอกคืนเขา เขาหัวเราะแล้วว่า
"อะไรกัน ขอไปแล้วมาคืนได้ยังไง”
ก็เลยทอดกฐินไป แต่บอกบุญไม่เต็มที่ ต้องแอบ ๆ เจ้า อาวาสออกไปบอกบุญ คราวนี้เขาให้เอง ยายจะไปบอกบุญให้ทั่วเลย บ้านไหนใครขึ้นไม่ได้ ยายจะขึ้นเอง เขารู้จักยายกันทั้งนั้น จะชวนเขามา ทำบุญกันเยอะ ๆ นี่ยายก็จะไปอีกนะ"
เราได้ช่องจึงสอดคำถามเข้าไปทันที "คุณยายขา หลวงพ่อ ทัตตะท่านเตรียมแต่งวัดให้คุณยายฉลอง ท่านไม่แน่ใจว่าคุณยายเกิดวัน อะไร ท่านจะประดับผ้าสีตามวันเกิดคุณยาย”
พอได้ยินชื่อหลวงพ่อทัตตะ คุณยายหัวเราะแล้วบรรยาย อดีตทันที
"หลวงพ่อทัตตะเมื่อก่อนนักเลงจะตาย วิชามารเต็มตัวเชียว แต่ยายก็เอามาบวชจนได้ ใครเอาเขาไม่ได้แต่ยายเอาได้ หลวงพ่อธัมมะ ก็เหมือนกัน สมัยก่อนนี้เขาเป็นหนุ่มหล่อเฟียว ผู้หญิงนี่ติดจังเลย ยาย กว่าจะเอาเขามาบวชได้ พังผู้หญิงไปตั้งเยอะแยะ อย่านึกว่าเอาเขามา ง่าย ๆ ไม่ใช่ของง่าย ๆ นะ"
คุณยายมักจะพูดถึงหลวงพ่อทั้งสองผู้เป็นศิษย์หัวแก้วหัวแหวน ควบคู่ไปกับการเล่าเรื่องในอดีตของท่านเสมอ ๆ เช่นเดียวกันหลวงพ่อ ธัมมชโย เมื่อพบลูกศิษย์เก่า ๆ ของคุณยายสมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ ด้วยกัน หลวงพ่อก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคุณยายมากมาย
"เมื่อสมัยหลวงพ่อเป็นนิสิตเกษตร ตอนเย็นนั่งรถเมล์จาก บางเขนไปนั่งสมาธิกับยาย ยายมักเก็บขนมบ้าง ผลไม้บ้าง ที่เขาเอา มาถวายตอนเพล เก็บเอาไว้ให้หลวงพ่อ เพราะรู้ว่าหลวงพ่อหิวมา ผลไม้ ส่วนมากก็เป็นกล้วย
เดี๋ยวนี้ยายก็ยังเก็บกล้วยไว้ให้หลวงพ่อฉันทุกวัน หลวงพ่อ ทัตตะมาเห็นเข้า ยังหัวเราะขยายว่าเลี้ยงหลวงพ่อไม่โตสักที แต่กล้วย ยายนี่อร่อยนะ”
ส่วนหลวงพ่อทัตตชีโวนั้น เมื่อถึงคราวอบรมเจ้าหน้าที่วัด คราวใด ก็มักท้าวความถึงคุณยายเสมอ ท่านพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า
"อะไรที่ทำให้ยายได้ หลวงพ่อจะทำให้ยายทุกอย่าง"
เมื่อแรกที่ดำริกันว่าจะจัดงานให้คุณยายฉลองวัด คุณเสน่ห์ อุปัฏฐากประจำตัวของท่านมาเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อตัดรูปคุณยายกำลัง นั่งถอนหญ้า และรูปที่ท่านกำลังยืนคุยกับคุณยายที่หลังโบสถ์ มาสอดไว้ ใต้กระจกโต๊ะทำงานของท่าน โดยเขียนคำบรรยายประกอบไว้ว่า
"ยายจะสร้างวัดใหญ่ให้พระอยู่ พระจะช่วยยายดูให้ถ้วนถี่ ยายจะขนคนเข้าวัดจัดให้ดี
พระจะช่วยยายชี้ทางนิพพาน"
หลวงพ่อทัตตชีโวมักมีอารมณ์ซาบซึ้งในพระคุณของคุณยาย อยู่เสมอ เมื่อวันเกิดครบรอบอายุ ๕๐ ปีของหลวงพ่อ ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๒ หลวงพ่อได้เรียกเจ้าหน้าที่วัดแผนกต่าง ๆ มา รับของแจก เมื่อเห็นหน้าพี่อารีพันธ์ หลวงพ่อก็สั่งการว่า
"อารีพันธ์มีบุญได้อยู่ใกล้ชิดคุณยาย หลวงพ่อถ้าไม่ติดว่า เป็นพระ หลวงพ่อจะไปกราบเท้ายายทุกวันเลย แต่นี่ทำไม่ได้ หลวงพ่อ ขอฝากอารีพันธ์นะ ฝากกราบยายแทนหลวงพ่อทุกวันด้วย แล้วก็ดูแลท่านให้ดีที่สุด” เพียงวันแรกที่ไปกราบขออนุญาตคุณยายเขียนประวัติของท่าน ทุกอย่างก็ดูราบรื่นไปหมด คุณยายเองแม้เหน็ดเหนื่อยมา แต่พอรู้จุด ประสงค์ของเรา ท่านก็ดีใจจนลืมความเหน็ดเหนื่อย แต่เราเกรงว่าท่าน จะเหนื่อยเกินไปจึงพะยักพะเยิดให้พี่อารีพันธ์ชวนคุณยายกลับกุฏิ คุณยาย ลุกขึ้นพร้อมกันพูดว่า
ไอ้หลาน ไม่ต้องไปเขียนอะไรมาก เขียนไปคำเดียวอย่าง ที่หลวงพ่อธัมมะท่านบอก
“ไม่มียาย ไม่มีวัดพระธรรมกาย แล้วท่านก็แนะต่อ
"เขียนเป็นหนังสือเอาไปขาย ให้เขาซื้อกันคนละเล่ม ๆ นึก ว่าเอาเงินเข้าวัด เอาไปบอกบุญผ้าป่ายาย เอากองโต ๆ โชคดีนะ ยาย จะไปพักละ”
คุณประดิษฐ์เอารถสามล้อประจำตัวคุณยายมาจอดรออยู่ ข้างอาคารยามา ไก่แจ้ฝูงใหญ่ มีทั้งไอ้โต้ง ทั้งแม่ไก่และลูกเจี๊ยบ มา ตั้งแถวรอกันคับคั่ง พอรถคุณยายเคลื่อนออกจากที่ ก็วิ่งตามกันเกรียว คุณยายล้วงข้าวสารจากถุงที่แขวนอยู่ข้างรถโปรยไปตลอดทาง น่าขำ เจ้าโต้งตัวจ่าฝูง แทนที่จะสนใจอาหาร มันกลับเดินลิ่วชูคอนำหน้ารถ คุณยาย ราวกับตัวเป็นทหารองครักษ์คนโปรด คุณยายต้องสั่งให้ชลอรถ
ช้า ๆ เพราะกลัวเจ้าตัวโปรดจะไม่ได้กินอะไรเลย คุณยายเคยเล่าที่มา ของการให้อาหารไก่ว่า
"ข้าวสารเป็นกระสอบ ๆ ที่เขาเอามาถวาย บางที่กระสอบ รั่ว ข้าวร่วงออกมาปนขี้ฝุ่น ขี้ผง ปัดไม่ออก ยายให้ประดิษฐ์เขากวาด เก็บมาให้ยายเลี้ยงไก่ ยายเสียดายทานที่เขาถวายมาไม่อยากให้เสียหาย ไก่พวกนี้มันติดยาย พอเห็นยายมันวิ่งตามกันเกรียวเชียว ยังมีนกยูงอีก ๔-๕ ตัว แรก ๆ ก็มีไม่กี่ตัว เดี๋ยวนี้เยอะ”
เรื่องของจะตกหล่นเสียหายนี่คุณยายไม่ยอมเลย บางครั้ง แอบมาลงมือเก็บทำเอง จนลูกศิษย์ใจหายใจคว่ำ เพราะงานบางอย่าง หนักเกินแรงท่าน บางวันไปแอบทิ้งเถาวัลย์ที่เลื้อยพันต้นกล้วยอยู่หลัง ครัว ถามได้ความว่าฉวยโอกาสที่พี่อารีพันธ์เผลอ คุณยายยืนยันกับ แขกที่มากราบเสมอว่า ท่านยังแข็งแรงดี "เจ้าตัวเล็ก” เด็กที่ช่วยดูแล อาหารพระอยู่ในครัวคนหนึ่ง กล่าวรับรองว่าเรี่ยวแรงคุณยายดีมาก
"คุณยายมีอารมณ์ขัน บางวันท่านมาที่ครัวเห็นหนูยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ ท่านเข้ามาเฮดล็อค ลากคอหนูไปเลย ท่านว่า มาไอ้ตัวเล็ก ไปตรวจครัวกับยาย แรงท่านมากจริง ๆ หนูหัวคะมตามท่านไปเลย แต่ท่านไม่เคยทำอย่างนี้กับคนอื่น ท่านบอกว่า “คนในวัดเยอะแยะ ยาย จำชื่อไม่ได้ จำเราได้คนเดียว เอาไว้แหย่เล่น”
"เจ้าตัวเล็ก” กล่าวอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น
ตกลงเลยไม่ได้เรื่องวันเกิดยายจากปากของท่านเอง ต้องมาถามพี่อารีพันธ์ภายหลัง จึงได้คำตอบว่า
"คุณยายเกิดวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๕๒ ต้องไปเทียบวันที่เอาจากปฏิทินเป็นปี ๆ ไป "