ยิ่งใช้ ยิ่งคม
คุณยายอาจารย์ · คืนที่พระจันทร์หายไป
ยิ่งใช้ ยิ่งคม
" ยิ่งใช้ ยิ่งคม "
คุณยายเล่าว่า “เมื่อเข้ามาอยู่ในวัด ปากน้ำ หลวงพ่อท่านก็ใช้งาน นั่งธรรมะจริงๆ จังๆ ใจของยายจะไม่ห่างจากศูนย์กลาง กายเลย ดำรงสติมั่นตลอดเวลา ยายเป็นคน ทำอะไรทำจริง ไม่หยุดๆ หย่อน ๆ เวลาออกจากเข้าที่ (นั่งธรรมะ) ไปทานข้าว ซักผ้า ถูบ้าน ใจของยายจะประคองอยู่ในธรรมะตลอด หลวงพ่อวัดปากน้ำจะเรียกใช้ยายเรื่อย เพราะใช้แล้วได้เรื่องได้ราว ท่านจึงให้ยาย เป็นหัวหน้าขาดรู้ เหมือนผู้ใหญ่ใช้เด็กคนไหนคล่อง ก็ชอบใช้แต่คนนั้น เหมือนมีดเล่มไหนคม ก็จะใช้แต่เล่มนั้น ยิ่งใช้ยิ่งคม ยายถูกใช้ทำวิชชา ยิ่งถูกใช้ ญาณรู้ยิ่งแตกฉาน เชี่ยวชาญลึกซึ้งกว้างขวางสุดจะประมาณ ได้" (๒๙ พ.ค. ๒๕๒๕)
คุณยายบอกว่า “ความรู้ของยาย ตึก ๑๐๐ ชั้น ก็บรรจุไว้ไม่หมด"
สถานที่ทำวิชชานั้น เมื่อเข้าไปแล้ว จะออกไปไหนไม่ได้เหมือนถูกขัง นอกจากว่า จะมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ ที่จะขออนุญาต หลวงพ่อออกไป และคนในโรงงานทำวิชชา สมัยนั้น มักจะขอหลวงพ่อวัดปากน้ำออก ไปทำธุระข้างนอกวัดอยู่บ่อยๆ เช่น ขอกลับ ไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่า กลับไปเยี่ยมบ้านบ้าง บางคนที่ทางบ้านเป็นผู้อุปัฏฐากวัดอยู่ หลวงพ่อท่านก็ไม่อยากขัด แต่เมื่อออกไป ข้างนอกวัดบ่อยๆ ใจก็รับเรื่องภายนอกเข้ามา กว่าจะทำให้ใจกลับเข้าศูนย์กลางกายได้ สนิทก็ใช้เวลา วิชชาความรู้ที่มีอยู่ก็หยาบลง ตามไม่ทันเพื่อน ไม่ทันหลวงพ่อ ส่วนคุณ ยายเหมือนถูกขัง หลวงพ่อไม่ยอมให้ออกไป ไหนเลย ช่วงนี้ชีวิตของคุณยายที่วัดปากน้ำ จะอยู่เพียง ๒ แห่ง คือ โรงงานทำวิชชากับโรงฉัน ทำให้บางครั้งคุณยายออกอุบายไปขอ
หลวงพ่อว่า “หลวงพ่อเจ้าขา ลูกขอไปฝั่งพระนคร"
หลวงพ่อจะถามว่า “ไปทำไม” คุณยายตอบว่า “ลูกจะไปซื้อขนม”
หลวงพ่อบอกว่า “ไม่ต้องไป เดี๋ยวข้าจะหาขนมมาให้เอง”
รุ่งเช้าก็มีขนม ๑ กล่องมาให้คุณยายอีกครั้งหนึ่ง คุณยายก็บอกกับหลวง พ่อว่า “ลูกอยากทานทุเรียน ขออนุญาตไป
ซื้อที่ฝั่งพระนคร" หลวงพ่อตอบว่า “ทุเรียนอยู่ในท้องมึง นึกๆ เอาเดียวก็ได้" ต่อมาก็มีผู้นำทุเรียนมาทำบุญเลี้ยงที่วัด ตั้งแต่นั้นมา คุณยายไม่เคยขอหลวงพ่อไปไหนอีกเลย
คุณยายเล่าว่า “หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านใช้ยายเหมือนคนอยู่ในบ้าน ท่านจะให้ หยิบเข็มเล่มหนึ่งออกมา ก็ต้องหยิบออกมา ให้ได้ ของในบ้านยายจะต้องรู้ทุกอย่าง แต่ยายทองสุก หลวงพ่อท่านใช้ให้หยิบอะไร หยิบได้ไม่ถูก หลวงพ่อจึงให้ยายทองสุก ออกไปเผยแผ่" (๒๑ มี.ค. ๒๕๒๔)