ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เถรส่องบาตร

คุณยายอาจารย์ · 100 ปีรอยเท้ายาย_เล่าเรื่องยาย_พิมพ์ใหม่2เล่มรวมกัน

PDF
เถรส่องบาตร อุทาหรณ์ของความไม่รู้หลักการ เรื่องพระคุณของคุณยายในแง่มุมต่างๆ ซึ่งหลวงพี่และ พระอาจารย์แต่ละรูปได้หมุนเวียนมาเล่านั้น ส่วนที่เราได้ยิน กันเป็นประจํา คือ คุณยายรักความสะอาด รักความเป็น ระเบียบนี่เป็นใจความใหญ่ที่ท่านชอบนำมาเล่าให้พวกเราฟัง เพราะแต่ละรูปล้วนได้รับความประทับใจในสิ่งเหล่านี้กันทั้งนั้น แต่ถามว่า ทำไมคุณยายจึงรักความสะอาด รักความ เป็นระเบียบเป็นชีวิตจิตใจอย่างนั้น ความสะอาดที่คุณยาย รักนั้นมีวัตถุประสงค์เดียวกับพวกแพทย์ พวกพยาบาลที่เขา รักความสะอาดหรือเปล่า บางทีพวกเราอาจจะไม่ได้หยุดคิด อีกประเด็นก็คือ “ทหาร” ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มิฉะนั้น จะออกรบไม่ได้ แล้วระเบียบวินัยที่คุณยายรักเป็น ชีวิตจิตใจ กับระเบียบวินัยของทหารเหมือนกันไหม ถ้าจับ ประเด็นตรงนี้ไม่ได้ การนำไปประพฤติปฏิบัติคงจะยาก และ บางที่จะหลุดประเด็นด้วย สมัยโบราณมีเรื่องเล่าในวงการสงฆ์อยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องของการจับประเด็นผิด ท่านเหล่านี้มีวิธีการทำเหมือนๆ กัน แต่จับประเด็นผิดกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ เรื่อง “เถรส่องบาตร” เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตมีพระภิกษุผู้เฒ่ารูปหนึ่ง ทุกเช้า เวลาท่านจะออกไปบิณฑบาต จะต้องยกบาตรของท่านขึ้นมา แล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อส่องดูบาตร ดูเสร็จเรียบ ร้อยแล้วก็ออกไปบิณฑบาต ปรากฏว่า ตลอดชีวิตของพระ ภิกษุรูปนี้ เวลาท่านบิณฑบาตไปถึงไหน ญาติโยมก็มาแย่ง กันตักบาตรให้กับท่าน พูดง่ายๆ ท่านเป็นผู้ที่มีลาภมาก ประชาชนอยากได้บุญกับท่าน ถึงท่านจะเดินทางไปในถิ่น ทุรกันดารอย่างไร แม้ญาติโยมที่ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน พอเห็นท่านแล้วให้นึกรักที่จะมาตักบาตรกับท่าน พระภิกษุมี เป็นร้อยเป็นพันรูปประชาชนเห็นแล้วเฉยๆ แต่พอเห็น พระรูปนี้เข้า ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักไม่คุ้นเคย พอเห็นท่านแล้ว รีบมา ตักบาตรกับท่าน นอกจากจะมีญาติโยมมาตักบาตรกับท่าน มากแล้ว ต่อมาในภายหลัง เรื่องที่เกิดตามมาก็คือ พระภิกษุทั้งหลายซักถามกันเองว่า หลวงพ่อรูปนี้ ท่านมีอะไรดี เวลาท่านออกบิณฑบาตจึงมี คนไปตักบาตรกับท่านมาก แล้วต่อมาในภายหลังยังบรรลุธรรมเบื้องสูงอีกด้วย คําตอบจากผู้ที่ใกล้ชิดคือ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะว่า ทุกเช้าก่อนจะออกบิณฑบาต ท่านจะต้องส่องบาตร ก่อน จึงทำให้มีญาติโยมมาตักบาตรกับท่านมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระภิกษุทั้งหลายก่อนจะออก บิณฑบาตก็หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ยกบาตรขึ้นส่อง แล้วค่อยไปบิณฑบาต ทำอาการส่องบาตรเช่นเดียวกับพระ ภิกษุรูปนั้น แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครอยากมาตักบาตรกับพระ ภิกษุเหล่านั้นอยู่ดี เลยต้องถามกันว่าทำไม เราก็ส่องบาตร เหมือนหลวงพ่อองค์นั้นแล้ว แต่ยังไม่มีใครอยากจะมา ตักบาตรกับเรา แล้วธรรมะเบื้องสูง เราก็ไม่ได้บรรลุเหมือน อย่างกับท่านด้วย เรื่องนี้เกิดการซักถามกันอย่างมาก จนกระทั่งไปเจอ พระภิกษุอีกรูปหนึ่งซึ่งคุ้นเคยและก็มีภูมิรู้ภูมิธรรมเช่นเดียว กับพระภิกษุผู้เฒ่ารูปนี้ ท่านจึงเฉลยให้ฟังว่า ที่พระรูปนั้น ส่องบาตร ท่านไม่ได้มุ่งส่องเอาขลัง ไม่ใช่มุ่งส่องให้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจะได้มีคนมาตักบาตรกับท่านมาก แต่ในพระวินัยของพระมีอยู่ว่า บาตรที่พระใช้บิณฑบาต ตอนเช้า เนื่องจากทำด้วยโลหะ หรือส่วนมากทำด้วยเหล็ก ใช้บาตรไปนานเข้ามันก็ผุกร่อนไปบ้าง บางที่มีรอยแตกรอยร้าว โดยพระวินัยถ้ามีรอยแตกรอยร้าวนิดๆ หน่อยๆ ก็ยัง ใช้บิณฑบาตได้ แต่ว่าถ้ามีรอยแตกมาก มีรอยร้าวเป็นริ้วๆ ขึ้นมา อย่างนั้นใช้บิณฑบาตไม่ได้ ถ้าไม่ปะบาตรหรือ ซ่อมแซมให้ดีก็ต้องเปลี่ยนบาตร มิฉะนั้น ผิดพระวินัย การที่ท่านนำบาตรไปส่องทุกเช้า เพื่อดูว่าบาตรของ ท่านถึงจะชํารุดมีรอยทะลุ รอยแตกไปบ้าง แต่ว่ายังไม่ถึงกับ ผิดพระวินัย ก็ทนใช้ไปก่อน เป็นการประหยัด จะได้ไม่ รบกวนญาติโยมเขา แต่ก็ต้องระวังดูแลรักษาให้ดี บางที่ลูก ศิษย์ช่วยล้างบาตรให้ เขาอาจจะจับพลัดจับผลูทำบาตรตก เพลงลงมา เกิดเป็นรอยร้าวรอยแตกเพิ่มขึ้นมากจนกระทั่ง ถูกห้ามโดยพระวินัยว่า ใช้บาตรต่อไม่ได้แล้ว จะได้เปลี่ยน บาตร ขอบาตรจากโยมใหม่ พูดง่ายๆ ที่ท่านส่องบาตร เพราะท่านมีความเคร่งครัด ในพระวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งวินัยเรื่องนี้ ความ จริง ไม่ใช่วินัยหนักหนาสาหัส เป็นวินัยข้อปลีกย่อย แต่ถึง กระนั้น ความเคร่งครัดในวินัยของท่าน ท่านจึงต้องระมัด ระวังตัวแม้เป็นวินัยปลีกย่อย ซึ่งทางพระใช้อยู่คําหนึ่ง คือ ท่านเป็นผู้ที่เห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย วิสัยของผู้ที่จะเข้าถึงธรรมได้ คือ เป็นผู้ที่เห็นภัย เห็น ความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแม้ในความผิดพลาดวินัยเล็กๆ น้อยๆ มีความระมัดระวังตัวไม่ประมาทอย่างนี้ คือ เข้า ทำนองที่ว่า เห็นแค่กันบุหรี่กันเดียวที่เขาทิ้งอยู่ข้างทาง ก็เห็นภัยว่า ก้นบุหรี่มันยังติดไฟอยู่ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม แต่ ถ้าไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวไฟไหม้บ้านไหม้เมืองได้ เห็นภัยแม้ในโทษที่เล็กน้อย ซึ่งตรงกับหลักความไม่ ประมาทว่า ผู้ไม่ประมาทคือ ผู้ที่ระแวงภัยที่น่าระแวง แล้ว ระวังป้องกันภัยนั้นก่อนที่มันจะมาถึง พระภิกษุท่านระแวงว่า รอยร้าวของบาตรแม้นิดหนึ่งที่เกินจากที่กำหนดไว้แล้ว มัน จะเกิดความเสียหายทั้งกับตัวท่าน แล้วยังกลายเป็นว่า ตัว ท่านเองกลายเป็นผู้ทำลายพระวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้นแบบที่ไม่ดีกับคนรุ่นหลังท่านจึงต้องส่องบาตรดูทุกเช้า เรื่องนี้ก็เป็นการระแวงภัยที่น่าระแวง ท่านระแวงภัยที่จะเกิด ขึ้นกับตัวท่านและพระพุทธศาสนา แล้วระวังป้องกันภัยนั้น ก่อนที่มันจะลุกลามมาถึงนี่คือลักษณะของผู้ที่จะบรรลุธรรม พระรูปอื่นส่องบาตรเหมือนกันแต่แทนที่จะดูรอยร้าวของ บาตร เปล่าเลย จะส่องเอาขลัง จะได้มีคนมาตักบาตรมากๆ ผลปรากฏว่า อดอยู่ดี เพราะผิดหลักการ การทำอะไรโดยทำตามๆ กันมา เห็นท่านทำ ก็ทำตาม ท่านแต่ไม่รู้หลักการ บางที่นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจ จะเกิดความเสียหายตามมาอีกมากมายมหาศาลด้วย วันนี้พวกเราอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากมาย ก็ถือ โอกาสสรุปที่พระอาจารย์ ที่หลวงพี่ท่านได้พรรณนาถึงคุณ ธรรมของคุณยายให้พวกเราฟังกันมาทุกวันๆเป็นเดือนๆ แล้ว ทั้งพรรณนาโดยรายละเอียด และโดยวิธีการ วันนี้ขอพูดโดย หลักการสักหน่อย