รอยต่อของชีวิต
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
รอยต่อของชีวิต
ในเสี้ยววินาทีนั้น รถจึงพุ่งทะยานเข้า ไปหาเนินดินเต็มที่ แรงปะทะทำให้รถ ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ
ชญา ศรีแดง หรือ คุณตุ๊กตา ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้ประสบกับอานุภาพของคุณยาย ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ ว่า เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ หลังจากปิดภาคเรียนใหม่ๆ เธอและเพื่อนชวนกันไปเที่ยวผ่อนคลายด้วย การไปพัทยา หลังจากขออนุญาตคุณแม่เรียบ ร้อยแล้ว จึงนัดกับเพื่อนให้มารับเวลา ๖ โมงเช้า ตุ๊กตารีบอาบน้ำ แต่งตัวให้เร็วที่สุด คว้าอะไรได้ก็รีบถลาออกจากบ้านไป เพราะ เพื่อนๆ ที่นัดกันไว้ได้มารับก่อนเวลานัดหมาย และมานั่งรออยู่นานแล้ว ปกติก่อนที่จะออกจากบ้านไปไหนที่ไกลๆ เธอจะต้องเข้าห้องพระใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที เพื่อกราบขอบารมีของคุณพระศรีรัตนตรัย หลวงพ่อวัดปากน้ำและคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ช่วยคุ้มครองให้เธอ ปลอดภัยในการเดินทาง แต่ด้วยความรีบเร่ง หรือจะด้วยเหตุอะไรไม่ทราบ วันนี้เธอลืมเข้าไปในห้องพระ ลืมแม้ กระทั่งองค์พระที่เคยคล้องคออยู่เป็นประจำ
หลังจากที่ตระเวนรถไปรับเพื่อนๆ ที่นัด กันไว้ครบทั้งหมด ๕ คน ก็มุ่งหน้าไปพัทยา ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เล่นน้ำกันอย่างสนุก สนานเพลิดเพลิน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอเหลือบดูเวลา ก็เกือบ ๔ โมงเย็นแล้ว เพื่อนคนหนึ่งตกใจ รีบชวนกลับบ้านทันที
“เฮ้ย.. พวกเรากลับกันเถอะ เราไม่ได้บอกแม่ไว้ว่าวันนี้จะมาพัทยา เย็นนี้จะต้องไปส่งน้องกลับออสเตรเลีย ตอน ๖ โมงเย็นด้วย !! เหลือเวลาแค่ ๒ ชั่วโมงกว่าเรา ต้องไปให้ทัน” ทุกคนเข้าใจในเหตุผลดี จึงขึ้นจากน้ำ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นรถกลับ
รถ TOYOTA CAMRY สีแดงเลือดหมู แล่นออกจากพัทยาเข้าสู่ถนนสายบางนา-ตราด ตัดตรงไปออกทางมอเตอร์เวย์อย่างรวด เร็ว
ด้วยความใจร้อน กลัวกลับไปไม่ทันส่ง น้องชายที่สนามบิน อีกทั้งคนขับและผู้โดยสาร ซึ่งยังอยู่ในวัยรุ่น จึงขับรถด้วยความเร็วสูงถึง ๑๔๐ - ๑๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทางมอเตอร์เวย์ จะเป็นเส้นทางที่รถทุก คันต่างก็แล่นในอัตราความเร็วสูง โดยเฉพาะ เวลาเย็นๆ เป็นช่วงเวลาที่รีบเร่ง คนส่วนมาก จึงเลือกใช้เส้นทางนี้กันเยอะ ทำให้มีรถค่อนข้าง หนาแน่นตลอดเส้นทาง
รถของตุ๊กตาและเพื่อนๆ จึงแล่นมาด้วย ความเร็วสูง มีจังหวะไหนที่สามารถแซงได้ เพื่อนก็ขับแซงขึ้นไปเรื่อยๆ คนที่ไม่ได้ขับก็นั่งลุ้น กันสุดขีด แต่ไม่กล้าจะเตือนเพื่อนให้ลดความเร็วลง รถที่แล่นเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่เจอสิ่งกีดขวาง ก็ไม่มีปัญหา
จนมาถึงถนนเส้นบางปะอิน - ปากเกร็ด สิ่งที่ทุกคนไม่อยากเจอก็เกิดขึ้น เมื่อเข็มชี้ความ เร็วอยู่ที่ ๑๖๐ พอดี พอรถแซงโค้งเข้าถนนสาย บางปะอินเท่านั้น ทุกคนต้องตกใจสุดขีด เพราะ ข้างหน้าคือ เนินดินสูง กว้างประมาณเมตรกว่าๆ ขวามือคือ ขบวนรถสารพัดชนิด ซ้าย มือคือราวเหล็กกั้นไหล่ทาง ทุกคนตกตะลึง คิดอะไรไม่ออก ในเสี้ยววินาทีนั้น รถจึงพุ่งทะยานเข้าไปหาเนินดินเต็มที่ แรงปะทะทำให้รถลอยสูงขึ้นไปในอากาศ ท่ามกลางวินาทีมรณะนั้น ตุ๊กตาได้ตะโกนร้อง เรียกคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง อย่างสุดเสียง คุณยาย... คุณยาย ... คุณยาย เธอบรรยายความรู้สึกตรงนั้นว่า “ ตอนนั้น หนูนึกอย่าง เดียวไม่ รอดแน่ ใจหนูเข้าไปเกาะแน่นอยู่ที่ศูนย์กลางกายแนบแน่น แล้วหนูก็นึกถึงคุณยายโดยอัตโนมัติ ในใจหนูนึกให้คุณยายช่วยหนูด้วย! แต่ปากหนูก็ตะโกนออกมาได้แค่ คุณยาย.. คุณยาย คุณยาย..แล้วรถก็ค่อยๆ ลอยลงมา หน้ารถเชิดขึ้นข้างบน พอท้ายรถกระแทกกับพื้น ถนนเท่านั้น รถก็เหวี่ยงปัดไปปัดมา พุ่งไปทาง ขวามือชนกับรถบรรทุกแก๊ส และเสียหลักพุ่งไป ทางซ้ายมือ รถก็ส่ายไปชนกับเหล็กกั้นไหล่ทาง ชิ่งๆๆๆๆ จนหมดเหล็กกั้นไหล่ทาง แล้วรถก็ หลุดโค้งพลิกอีกหลายตลบ ก่อนที่จะตกลงไปใน คูข้างทาง รถอยู่ใน สภาพตะแคงข้าง ตั้งฉาก ๙๐ องศา กันชนหน้าไม่รู้ กระเด็นไปไหน กระจกข้างหัก หลังคายุบ กระจก หลังแตก พวกเรา ทั้ง ๕ คน คลาน ออกมาตรงกระ จกหลังด้วยความ ตกใจ ต่างคนต่าง รีบสำรวจตัวเอง ปรากฏไม่มีใครมีบาดแผลเลย มีแต่รอยช้ำนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น เพื่อนๆ ต่างก็แปลกใจ เพราะว่าในขณะที่รถ กระแทกกับสิ่งกีดขวางนั้น พวกเรากลับรู้สึก เหมือนมีอะไรมาหุ้มเอาไว้ แรงกระเทือนกลับ น้อยมาก พอหายตกใจแล้ว เพื่อนๆ ก็ถามหนู ว่าเธอนึกถึงอะไรหรือ แล้วคุณยายที่เธอเรียก เป็นใคร ก็บอกเขาไปว่า คือ แม่ชีที่ท่านมีความ เมตตา ท่านมีสมาธิสูงมาก เราเคารพนับถือท่าน ครอบครัวเรามีโอกาสเข้าไปกราบท่านบ่อยๆ เพื่อนก็รับฟังด้วยความอัศจรรย์ถึงอานุภาพของคุณยาย ที่ทำให้ทุกคนรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ในครั้งนี้
แต่ในใจหนูนั้นเทิดทูน อยากบูชาคุณยาย มาก อยากทดแทนคุณท่านเป็นที่สุด พอกลับถึง บ้าน ประโยคแรกที่พบหน้าคุณพ่อ หนูขอสร้างลานธรรมบูชาคุณยายทันที คุณพ่อก็งงว่าทำไม หนูถึงต้องรีบบอกและต้องทำให้ได้ เกิดแรง ศรัทธาอะไรหรือ หนูจึงบอกให้ท่านหายสงสัยว่า ไปประสบอุบัติเหตุอย่างร้ายแรงมา ได้บารมีคุณยายช่วยให้ปลอดภัย คุณพ่อถึงกับตะลึงเพราะ ตัวหนูเองไม่มีร่องรอยหรือได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย แต่ผู้ใหญ่ทุกคนที่ทราบเรื่อง ต่างเตือนหนู เป็นเสียงเดียวกันว่า “รอดมาได้ก็บุญแล้ว ทีหลังอย่าซิ่ง”
นับว่าตุ๊กตาเป็นวัยรุ่นที่โชคดี ที่เติบโตมา พร้อมกับการเรียนรู้ประสบการณ์ทางโลกและ ทางธรรมควบคู่กันไปด้วย เพราะเธอได้มีโอกาส ตามคุณพ่อคุณแม่ มาพบกับบัณฑิตในทางธรรม บ่อยๆ ตั้งแต่อายุ ๓ ขวบ ได้เห็นแบบอย่างการประพฤติธรรมของผู้มีคุณธรรมสูงๆ โดยเฉพาะคุณยายอาจารย์ ผู้ซึ่งเป็นต้นแบบ ต้นบุญที่ดีให้แก่เธอ
เมื่อประสบกับเหตุการณ์ที่เหลือวิสัย ที่จะควบคุมตนเองให้รอดพ้นภยันตรายได้ เธอก็ยังมีครูบาอาจารย์ ผู้ทรงอภิญญามาช่วยคุ้มครอง ให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างอัศจรรย์
ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ครอบครัวของคุณ พจน์-คุณพัชรา ศรีแดงและลูกสาวพิชญา ได้มาทำบุญลานธรรมบูชาครู ด้วยใจที่ศรัทธาอย่าง เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะคุณแม่พัชรานั้น ตลอด ระยะเวลา ๑๐ กว่าปี ได้นำพาครอบครัวให้ทำความดี ตามที่คุณยายท่านสอนเสมอมา และ ในวันนั้นก็ได้พบปรากฏการณ์พิเศษ เห็นคุณยายอาจารย์ด้วยตาเนื้อ ท่านปรากฏอยู่ที่ บริเวณโดมมหาธรรมกายเจดีย์
เธอพูดถึงเหตุการณ์นั้นว่า "หลังจากเสร็จ พิธีอธิษฐานจิตที่เจดีย์ ก็เตรียมตัวไปร่วมพิธีสวด พระอภิธรรมที่เรือนทองของคุณยายต่อ ก่อนเดินทางกลับ เธอก็หันกลับไปมองที่เจดีย์อีกครั้ง พอมองไปที่บนโดมเจดีย์ เห็นดวงแก้ว ดวงโต เลยนะคะ ซ้อนอยู่ตรงโดมแล้วเห็นหลวงพ่อ วัดปากน้ำปรากฏอยู่ รู้สึกปีติมากค่ะ พอเดินออกมาใกล้จะถึงเรือนทองก็เห็น เอ๊ะ! ทำไมทุกคนมองไปที่เจดีย์หมดเลย คุณพจน์เขาเห็นคุณยายก่อน ก็บอกให้พี่มองไปที่ยอดโดมอีกครั้ง พี่ก็เห็นเป็นใบหน้าคุณยายอยู่บนโดมสีทอง ท่านยิ้มให้อย่างงดงาม แก้มอิ่มเอิบ สัมผัสได้ว่า ท่านดีใจและชื่นชมพวกเรามาก เห็นพวกเรารักบุญ รักการทำความดี พี่กับสาธุชนร่วมร้อยเห็นพร้อมกันหมดค่ะ”
เมื่อคุณพัชราถูกถามว่า ในวันที่รู้ว่าลูกไป พบอุบัติเหตุมา ผู้เป็นแม่รู้สึกอย่างไร
“ตกใจค่ะ ใจหายนะคะ นับได้ว่าเรายัง โชคดีที่เราเป็นลูกหลานของคุณยาย ลูกหลาน หลวงพ่อ ท่านตามคุ้มครองเราอยู่ แต่ทางที่ดี ก็อย่าประมาท ประมาทไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะช่วง วัยรุ่นเป็นช่วงที่เราประมาทไม่ได้ ถ้าเป็นอะไร ไปแล้ว เราจะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง พี่และ คุณพจน์พาเด็กๆ มาวัดกันตั้งแต่เขาตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดกับเด็กมาก พอโตขึ้นเราก็ สบายใจ เขาไปเที่ยวหรือไปทำกิจกรรมอะไรเขา ก็จะบอก เราก็ให้ไป พอมาบอกเราก็อนุญาต แล้วเตือนให้ระวังและให้รู้จักคิดแก้ปัญหา ..ครอบครัวของเราจึงไม่ห่วงตรงนี้มากนัก เพราะธรรมะได้สอนให้เขารู้จัก แยกแยะเลือกเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ดีๆ ให้กับ ชีวิตเสมอ..
เฉพาะหน้าเขาจะได้เปรียบตรงที่มีประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรมมาช่วยตัดสินใจ ในการแก้ปัญหา ครอบครัวของเราจึงไม่ห่วงตรง นี้มากนัก เพราะธรรมะได้สอนให้เขารู้จักแยก แยะเลือกเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตเสมอ” คุณพัชรากล่าวถึงครอบครัวของเธอที่มีลูกกำลัง อยู่ในวัยรุ่น ด้วยความมั่นใจว่า ปัญญาที่เกิดจาก การปฏิบัติธรรมจะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมี ความสุขและปลอดภัยในชีวิต..