เจาะลึกอานุภาพจากหมอ
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
เจาะลึกอานุภาพจากหมอ นายแพทย์วุฒิพันธ์ แซ่เล้า
วิทยาศาสตร์กับปาฏิหาริย์ ความตรงข้ามที่ท้าทายการพิสูจน์
ซึ่งกันและกัน การเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ล้วนๆ จนจบหมอและ ประกอบอาชีพมากว่า ๑๐ ปี แต่เขา ยังหาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้เลย กับสิ่งที่ เกิดขึ้น เมื่อมาเจอคุณยาย ต่อไปนี้ คือเรื่องราวเพียงส่วนหนึ่ง ที่หยิบยกมาจากประสบการณ์จริงของคุณ หมอวุฒิพันธ์ แซ่เล้า ที่อาจทำให้คุณสามารถ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ได้อย่างกลมกลืน จากสิ่งที่เหมือนกัน ของศาสตร์ทั้งสอง คือ “เป็นความจริงที่ผ่าน การพิสูจน์แล้ว”
ยืมร่าง ปลดล็อค
สายตาของผู้คนจำนวนมาก ที่ต่างจ้อง มองเข้าไปในรถ พร้อมกับอาการตกใจอย่างสุด ขีด เมื่อพบว่า ลูกชายวัย ๑ ขวบ ติดอยู่ข้างใน โดยไม่มีใครในนั้น ระบบล็อคนิรภัย ทำงานอย่าง มีประสิทธิภาพ เมื่อประตูรถถูกดึงให้ปิดด้วย ความไม่รู้ของเด็ก ทั้งๆ ที่รถยังติดเครื่องอยู่ ในขณะที่แม่ก็ได้ก้าวออกมาจากรถแล้ว
แน่นอน !! อันตรายอาจเกิดกับเด็ก เพราะ ความซน ความอยากรู้อยากเห็น บางทีการปืนป่าย มุดลงไปข้างล่างเบาะ อาจไปเหยียบโดน คันเร่ง แล้วทำให้รถที่กำลังติดเครื่องอยู่ พุ่งเข้าชน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเขาก็ได้ หรือ อาจได้รับอันตรายจากก๊าซ Carbonmonoxide จากท่อไอเสียที่จะซึมเข้ามา ขณะรถสตาร์ท เครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานาน ตอนนั้นพ่อค้าและแม่ค้าริมถนน ๕-๖ คน ได้วิ่งมามุงดู หาทางปลดล็อคประตูเพื่อช่วยเด็ก ออกมา ...การชี้ การเคาะกระจก การทำท่าทาง หรือส่งเสียงใดๆ ไม่อาจทำให้เด็กวัย ๑ ขวบ เข้า ใจได้เลย
“ดึงล็อคขึ้นซิลูก” พร้อมกับมือที่ชี้ไป.. ไม่มีผลใดๆ ตอนนั้นทุกคนต่างก็กำลังช่วยกัน จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ ๒๐ นาที ก็ไม่ มีอะไรดีขึ้น เพราะทำอย่างไรเด็กน้อย “ก๊าก” ก็ไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่นอกรถจะให้เขาทำอะไร จนกระทั่งพ่อค้าเจ้าของร้านขายอาหารริมทาง ได้อาสาจะขับมอเตอร์ไซค์ไปตามช่างมางัดรถให้ แม่ผู้เป็นห่วงลูกอย่างที่สุด หยุดนิ่งไปสักครู่ แล้วอธิษฐานขึ้นในใจว่า “คุณยาย ช่วยลูกด้วย” ยังไม่ทันขาดคำ เป็นที่น่าประหลาดใจ อย่างมาก ลูกได้ปีนข้าม จากเบาะหลังมาเบาะหน้า ราวกับมีคนกระซิบให้เขาทำอย่างนั้น เด็ก เอามือมาแถวพวงมาลัยหน้ารถ ขณะนั้นสาย ตาทุกคนกำลังมองว่าเขากำลังจะทำอะไร เขาเอื้อมมือไปจับที่พวงมาลัย แล้วอ้อมไปทางกุญแจ แล้วบิดมันให้ดับลง ทันใดนั้นเองล็อค อัตโนมัติทั้ง ๔ ประตูก็ดีดขึ้น
“อะไรกันนี่ !! คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริงๆ คุณยายศักดิ์สิทธิ์จริง” คุณปู่ ผู้เป็นแม่เข้ามา จับแขนคุณหมอผู้เป็นสามี พร้อมกับอาการดีใจ ที่คุณยายศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้ ตอนนั้น คุณหมอ เองก็แทบไม่เชื่อว่า กุญแจรถจะเป็นจุดสนใจ ของเด็ก ทั้งๆ ที่คุณหมอชี้นิ้ว สั่งให้ดึงล็อคขึ้น แท้ๆ ปัจจุบันคุณปู่และครอบครัวรักและ ศรัทธาคุณยาย และเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ ของคุณยายเป็นที่สุด
ลูกของคุณยาย
ความเป็นเด็ก Hyper active ทำให้ “ก๊าก” ลูกชายวัย 9 ขวบ ชนผิดปกติกว่าเด็ก คนอื่นๆ ซึ่งคุณหมอผู้เป็นพ่อต้องตีลูกอย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้แทบทุกวัน ทั้งๆ ที่รักแกมากที่สุด
และแทบไม่มีวันไหนเลย ที่จะไม่มีเสียง ร้องลั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองหน้า และจบลง ด้วยอาการเหนื่อยที่ต้องส่งเสียงตะเบ็งร้องของก๊ากแน่นอน!! ผู้เป็นพ่อแม่ย่อมไม่อยากลงโทษ ลูกด้วยวิธีรุนแรง เพราะเท่ากับทำร้ายดวงใจ ของตนเอง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ที่จะหยุด พฤติกรรมของก๊ากที่ดีไปกว่านี้
เด็ก Hyper active เป็นเด็กไม่อยู่สุข อยู่นิ่งไม่ได้ ดื้อ ไม่เชื่อฟัง ซึ่งก็ไม่มีผลร้ายแรงอะไร มากนัก ถ้า...ความชนไม่เป็นเหตุให้ อันตราย เสี่ยงต่อชีวิต..แต่ครั้งนี้ ก๊ากกำลังทำให้ผลร้ายแรงนั้นเกิดขึ้น?
ก๊ากลากสายยางและหมุนก๊อกน้ำ เพื่อฉีด น้ำกราดไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน จนเจิ่งนองเต็มไปหมด รวมทั้งฉีดไปที่ปลักไฟซึ่ง เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด เพราะมันจะก่อให้เกิด อันตรายแก่เขาได้ง่ายมาก เนื่องจากกระแสไฟ ที่ไหลผ่านตัวกลาง คือน้ำ แต่เดชะบุญพ่อแม่ ได้เข้ามาช่วยก๊ากได้ทันเวลา..ก่อนที่จะสาย เกินไป
ห้างสรรพสินค้า เป็นสถานที่ที่พ่อแม่ หลีกเลี่ยงที่จะพาก๊ากไปมากที่สุด เพราะแกจะไปดึง และปัดของบนชั้นลงมาที่พื้น หรือวิ่งไปทั่วบริเวณ สร้างความเสียหายอื่นๆ และจุดจบ ที่เหมือนกันทุกครั้งก็คือ การตีกับการร้องไห้
ก๊ากไม่ใช่เด็กแข็งแรงนัก เขามักป่วย กระเสาะกระแสะบ่อยมาก และมีอาการแพ้ อากาศ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมักจะอาเจียน พ่อแม่จึงต้องดูแลประคบประหงมเป็นพิเศษ
ความเลี้ยงยากของก๊ากนี้เอง ทำให้คุณ หมอและภรรยา ต้องปลงกับความรู้สึกของตัวเอง จึงตัดสินใจ จะนำก๊ากมาถวาย ยกให้เป็นลูกคุณยาย เพราะมีความเชื่อแต่โบราณว่า “ลูกที่เลี้ยงยาก มักจะเป็นลูกที่มีบุญมากกว่าพ่อแม่ ต้องยกให้เป็นลูกคนอื่น จึงจะเลี้ยงง่าย”
บ่ายวันอาทิตย์ ในช่วงปี ๒๕๓๘ ก๊ากได้ ถูกพามาที่วัดพระธรรมกาย โดยสองสามีภรรยา ตั้งใจจะพาก๊ากเข้ามากราบคุณยายด้วยจุดประสงค์ข้างต้น เขาทั้งสองจึงไปรอคุณยายที่ ครัวยามา (เป็นสถานที่ที่จัดทำอาหารของวัดพระธรรมกาย) วันนั้นมีคนมากราบคุณยายเป็น จำนวนมาก สองสามีภรรยาจึงได้แต่รอ แต่ไม่นานนัก คุณยายก็กวักมือเรียกน้องก๊ากเข้าไปหา ก๊ากเชื่อและก้าวเดินเข้าไปหา ตามคำเรียกนั้น ด้วยอาการสงบ ทันใดนั้นเองทั้ง สองสามีภรรยา ต่างต้องหันมา มองหน้ากันด้วย ความประหลาดใจ เพราะคุณยาย พูดขึ้นว่า “เป็นลูกยายแล้วนะ อย่าเดื้อ อย่าซน เดี่ยว เขาจะตีเอา" คุณยายเอ่ยขึ้น พร้อมกับลูบหัว น้องก๊าก สิ่งนี้ทำ ให้คุณหมอแปลกใจมาก เพราะคุณยายรู้ได้ อย่างไร ว่าเขาจะมายกลูกให้คุณยาย เพราะยัง ไม่เคยบอกคุณยายมาก่อนเลย
นับแต่ยกก๊ากให้เป็นลูกคุณยายแล้ว สิ่งที่ เกิดขึ้นกับก๊าก...คือ พฤติกรรมของก๊ากเปลี่ยน ไป เป็นเด็กที่ไม่ชนเหมือนเมื่อก่อน บอกอะไร ก็เชื่อฟัง รู้ว่าอะไรที่พ่อแม่ไม่ชอบ เขาก็จะไม่ทำ ครูที่โรงเรียนก็รักก๊าก ก๊ากจะรู้ว่า ถ้ากากสวดมนต์นั่งสมาธิ พ่อแม่เขาจะยิ่งพอใจ และ ก๊ากจะทำสิ่งนั้นสม่ำเสมอ… ที่สำคัญหลังจากที่ เป็นลูกคุณยายแล้ว ก๊ากแทบจะไม่ป่วยเลย จนคุณหมอพูดว่าตอนนี้ลูกผม ผิดกับเมื่อก่อน เหมือนกับว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ อย่างตอนเขาอายุเพียง ๓ ขวบ ตอนนั้นผมกับ ภรรยาเถียงกัน ก๊ากจะถามผมว่า “พ่อจะโมโห แม่ทำไม” ทำให้ผมได้คิด และบางครั้งผมดูเขา โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเขาไม่ผิด เขาจะเงียบ และ รอจนเวลาผ่านไป ๓ วัน เขากลับมาถาม เหตุการณ์นั้นกับผมอีก ว่า “วันนั้นพ่อดุผมทำไม ผมไม่ได้ผิด” เขามีความคิดความอ่าน มีเหตุผล เชื่อฟัง ผิดกับเมื่อก่อน
ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ใจ
คำว่าชั่วชีวิต หรือตลอดชีวิต ช่างดูยาว นานเสียเหลือเกิน แต่สำหรับเธอ หมอบอกว่า เธอมีเวลาเหลืออยู่ อีกแค่ ๑ ปี ทั้งที่ตอนนั้น เพิ่งพ้นวัย ๔๕ ปีมาไม่นานนัก...โรคมะเร็งใน ระยะที่ ๓ ได้กระจายไปทั่วต่อมน้ำเหลือง จนต้องตัดออก รวมทั้งมดลูก และรังไข่ ความ ทุกข์ใจที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับวันคืนที่ล่วงไปนี้เอง ถึงกับทำให้สามีของเธอต้องหลั่งน้ำตา ซึ่งเธอไม่ เคยเห็นอาการเช่นนี้มาก่อน เมื่อเขาทราบว่า ภรรยาผู้เป็นที่รัก หมดหนทางเยียวยา จะมีชีวิต อยู่ได้อีกไม่นานนัก
คุณเปี๊ยก หรือหัวหน้าฝ่ายสุขาภิบาล โรงพยาบาลอำเภอโนนแดง จังหวัด นครราชสีมา ได้เก็บความทุกข์ใจที่มีมาตลอดนี้ มาปรึกษาคุณหมอวุฒิพันธ์ ซึ่งเธอบอกว่าอีกไม่กี่วัน หมอเจ้าของไข้จะนัดเธอไปตรวจเลือด เพื่อพยากรณ์ระยะเวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเธอ ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
“พี่เปี๊ยก พี่ลองไปพบคุณยายกับผมไหมล่ะ ที่วัดพระธรรมกาย เพื่อจะช่วยพี่ได้” เมื่อ คุณเปี้ยกฟังคุณหมอพูดจบ เธอยินดีที่จะไป เพราะมันเป็นความหวังสุดท้ายในตอนนั้นจริงๆ
ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ เธอก็ได้เดินทางไป วัดพร้อมคุณหมอ วันนั้นมีผู้คนมากราบคุณยาย เป็นจำนวนมาก จนคุณหมอต้องบอกให้เธอ คลานเข้าไปพบท่านเอง แล้วให้เล่าเรื่องราวทั้ง หมดให้ฟัง ส่วนคุณหมอจะรออยู่ข้างนอก เพราะคนเยอะเหลือเกิน ขณะที่ถึงคิวเธอนั้น เธอได้พนมมือขึ้น คุณยายท่านได้เอามือทั้งสอง มากุมมือเธอไว้แล้วพูดขึ้นว่า “ขอให้หายนะ” แล้วเธอก็กราบลาคุณยายออกมา ด้วยท่าทางที่ ประหลาดใจ
ขณะนั้นคุณหมอได้วิ่งเข้าไปหาเธอ แล้ว ถามว่า คุณยายท่านบอกว่าอะไรบ้าง คุณเปี๊ยก ก็บอกว่า “แปลกมากเลย พี่ยังไม่ทันพูดอะไร กับคุณยาย คุณยายก็บอกให้พี่หาย เหมือนกับ ท่านรู้อะไรสักอย่าง” ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังไม่มั่น ใจว่าจะหายจริงๆ
“จะหายจริงๆ หรือหมอ คุณยายไม่เห็น ทำอะไรให้เลย นอกจากพูดกับพี่แค่ประโยคเดียว”
เธอร้องไห้ ขณะนั่งรถกลับไปกับหมอ พร้อมกับเล่าเรื่องราวในชีวิตต่างๆ ให้ฟัง เป็น ธรรมดาที่เธอจะไม่เชื่อ เพราะเธอเพิ่งมาวัด และมาพบคุณยายครั้งแรกจริงๆ
พอกลับไป เธอจึงขอลางานไป ๒ วัน ไปพบหมอเจ้าของไข้ เพื่อไปตรวจเลือด ซึ่งก็ไม่ได้หวังผลว่าจะหายหรือไม่บ่ายวัน ที่เธอกลับมาจากฟังผลนั้นเอง เธอรีบมุ่ง ตรงไปยังห้องคุณหมอ
“อ้าว.. ยิ้มหน้าบานแบบนี้ พี่ไปถูกลอตเตอรี่มาเหรอ” “ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่อีกคุณ หมอ หมอบอกว่า ผลการ ตรวจเลือด ไม่พบเซลล์ มะเร็ง” เธอพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้ม แย้มเบิกบานเป็นที่สุด และบอกคุณหมอว่า คุณยาย ศักดิ์สิทธิ์มาก เธอจะไปวัดทุกเดือน และได้ชวนสามีที่เป็น รองผู้กำกับ ซึ่งเดิมไม่ชอบวัด พระธรรมกายไปด้วย
ลองฤทธิ์ด้วยการคิด
“วันนี้ เดี๋ยวเราเข้า ไปกราบคุณยายกัน คุณยายท่านศักดิ์สิทธิ์มาก อย่าคิดอะไรที่ไม่ดี เพราะคุณยายท่านรู้ใจ” คุณหมอวุฒิพันธ์พูดขึ้นท่ามกลาง คณะผู้ร่วม งานที่มาจากโรงพยาบาลอำเภอโนนแดง กว่า ๒๐ คน ก่อนที่จะพาพวกเขาเข้าไปกราบคุณยาย ในการมาวัดพระธรรมกายครั้งแรก
คุณน้อย หัวหน้าบริหารของโรงพยาบาล อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เกิดความ ไม่เชื่อขึ้นมาในใจลึกๆ พลางคิดว่า “แม่ชีอะไร จะรู้ใจ” ขณะที่เข้าไปกราบคุณยาย เธอก็ไปนั่ง ทางด้านหลัง ซึ่งผู้คนในห้องนั้น มีอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าคน
“ถ้าแน่จริง ก็ให้รู้ซิว่าคิดอะไรอยู่”
หลังจากความคิดนี้เสร็จสิ้นลงไม่นาน ด้วยอาการปกติทุกอย่าง ทันใดนั้นคุณยายก็มอง และยกแขนขึ้น แล้วชี้ไปทางเธอ ราวกับว่ารู้ว่า เธอคิดอะไรอยู่ ขณะนั้นเอง ใบหน้าของคุณน้อย ที่แสดงความท้าทายและอยากลอง กลับซีดและทำหน้าตาเลิ่กลั่ก พลางก้มกราบในทันทีถึง ๓ ครั้ง
คุณหมอและทุกคนในที่นั้น เห็นเหตุ การณ์ทั้งหมด จึงได้แต่งงว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ออกมาแล้ว จึงรีบถามคุณน้อยว่า เกิดอะไรขึ้นหรือ?
“เหลือเชื่อจริงๆ คุณยายท่านรู้ใจ พี่คิด ไม่ดีกับท่าน”
“เออ... คุณหมอ เขาสร้างพระธรรมกาย ประจำตัวกันที่ไหน” คุณน้อยรีบถามขึ้นราวกับ เป็นธุระที่สำคัญที่สุดในขณะนั้น “อะไรนะ?.พี่จะสร้างพระเลยหรือ ผมชวนพี่ตั้งหลายครั้ง เห็นพี่ปฏิเสธมาตลอด” คุณหมอ พูดขึ้นด้วยท่าทางหัวเราะเบิกบาน
“พี่กลัวบาป ขอสร้างเลยแล้วกัน” ในที่สุดวันนั้น เธอก็ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัวด้วยเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทจริงๆ ตั้งแต่นั้นมา เธอศรัทธาเลื่อมใสคุณยายและ มาวัดอย่างเป็นประจำ
เรื่องอานุภาพของคุณยาย หลายคนไม่เชื่อ จึงมาลอง หลายคนเชื่อและศรัทธามาก จึงพบ อานุภาพบุญที่พลิกผันชีวิตของเขาได้
ซึ่งบางอย่าง...ใช้วิทยาศาสตร์อธิบาย ไม่ได้ต้องปฏิบัติสมาธิถึงสามารถรู้แจ้งได้ด้วย ตัวเอง..