รอดพ้นมฤตยู..พายุ GAY
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
รอดพ้นมฤตยู..พายุ Gay
ระหว่างความบ้าคลั่งและเมฆสีดำทะมึน ที่รวมฤทธิ์กัน ระหว่างฟ้ากับทะเล ได้กลืน กินหลายชีวิตให้สิ้นไป จากเหตุการณ์ระทึกที่ไม่ เคยมีมาก่อนในรอบ ๔๒ ปี
๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ทางทิศตะวันออก เฉียงใต้ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เวลา ๑๖.๐๐ น. พายุได้ทวีกำลังขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น มีความ เร็วลมสูงสุดบริเวณศูนย์กลาง ๖๔.๘ น็อต (๑๒๐ กม. / ชม.)
“ขณะนี้จุดศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจาก ชายฝั่งประจวบฯ เพียง ๒๔ กิโลเมตร ให้ทุก คนอพยพไปให้เร็วที่สุด ๖ กิโลเมตร จากชายฝั่ง จะถูกทำลายจนราบและได้รับความเสีย หายอย่างหนัก” เสียงประกาศจากรถหวอเตือน ภัยและเสียงตามสาย ที่ยังใช้การได้ ดังขึ้น เตือน ชาวบ้านเป็นระยะๆ ในขณะเดียวกันก็มีประกาศเตือนจาก กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งมาเป็นฉบับที่ ๗
“โอ๊ย! ทางราชการก็พูดเกินเหตุ เคย มีที่ไหนพายุอะไรจะแรงขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ ฝนตกหนักๆ ไม่เป็นไปตามที่เขาประกาศหรอก”
คุณเฉลิมพล อภัยรี หรือ อาจารย์ไก่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวน้อยวิทยาคม
รวมทั้งทุกคนในครอบครัวต่างไม่เชื่อความ รุนแรงจากการพยากรณ์ จึงทำให้เกิดความ อยากรู้อยากเห็น เขาจึงเดินออกไปยืนริมชายฝั่ง
ฟลู้ว...ฟลู้ว.... ลมและฝนปรอยๆ แต่มาก ไปด้วยแรงปะทะ กำลังทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนั้น เขาคิดในใจต่อว่า ไหนดูซิจะเป็น จริงเหมือนข่าวที่ทางราชการเขาว่าหรือเปล่า?
ต้นมะพร้าวลู่เอนตามแรงกระหน่ำของ กระแสลมที่พัดโหมอย่างหนัก
“อะไรนั่น..ท้องฟ้ามีวงรีใหญ่ๆ สีแดง อยู่ ท่ามกลางความดำทะมึนนั้น มันกำลังเคลื่อน ตัวใกล้เข้ามา..คลื่นไม่ปกติเหมือนเดิม มันสูง ขึ้นเป็นทวีคูณโดยฉับพลัน ทะเลเริ่มดำเข้ม และดูเหมือนกำลังโถมเข้ามา” เขามองปรากฏ การณ์นั้นด้วยความตกใจ
“ถ้าจะจริงตามข่าว..” เขาคิดพลางรีบหัน หลังกลับทันที วิ่งไปที่บ้านที่อยู่ห่างจากชายฝั่ง ไม่มากนัก ร่างกายถูก แรงลม ปะทะแทบล้ม แต่ในที่สุดเขาก็ถึง บ้าน ประตู หน้าต่างทุกบ้านถูกปิดสนิท
พายุหมุนนั้น กำลังเคลื่อนเข้ามาทุกขณะ ต้นมะพร้าวหักโค่นล้มลงเป็นแถบ บางต้นถูกถอนรากถอนโคน หลังคาบ้านข้างๆ ได้เปิดปลิว ไป เสาอากาศหลุดกระเด็นไม่เหลือหลอ...
การตัดสินใจครั้งนี้ของเขา พลาดซะแล้ว ข่าวที่ทางราชการประกาศเตือนเป็นความจริง
๖ กิโลเมตร !! นับจากชายฝั่ง จะไม่เหลืออะไรเลย และบ้านของเขาล่ะ ห่างฝั่งไม่ถึง ๑๐๐ เมตร เขากำลังตกอยู่ในสภาพอันตราย เพราะ ไม่ได้คิดจะอพยพตามคำประกาศเตือนภัยเลย ขณะนั้นพายุกำลังเคลื่อนตรงเข้าสู่ชาย ฝั่งประจวบฯแล้ว คนที่ไม่เชื่อข่าวการประกาศเตือนภัยถึง ความรุนแรงของพายุในครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงเขา เท่านั้น ยังมีชาวประมงที่ออกเดินเรืออยู่ท่าม กลางทะเลนับร้อยชีวิต ที่ต้องมากลายเป็นเหยื่อ ให้ทะเลกลืนกินไป พลังมหาศาลของคลื่นที่สูงกว่า ๓๐ ฟุต ในรัศมี ๕๐ กิโลเมตร จากชายฝั่ง ของพายุครั้งนี้ ไม่เว้นชาวประมงใดๆ ให้เหลือ ในท้องทะเลนั้นเลย
ด้วยความกลัวสุดขีด
“ห้องพระ” เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่เขาคิดว่า ปลอดภัยที่สุด
ธูป ๓ ดอก ได้ถูกจุดขึ้น ทันใดนั้น “ภาพคุณยาย” ก็ได้ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจเขา เขามองท่าน วางใจให้หยุดนิ่งสนิท รวมเป็นดวงเดียว กับท่าน คุณยาย... คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อ วัดปากน้ำภาษีเจริญ
“คุณยาย โปรดช่วยลูกด้วย ให้ปลอดภัยจากพายุครั้งนี้” เขารีบอธิษฐาน พร้อมกับระลึก ได้ว่า คุณยายต้องช่วยเขาได้ เพราะคราวสมัย สงครามโลกครั้งที่ ๒ คุณยายยังจัดการกับลูก ระเบิดได้เลย
เขาเชื่อมั่นและศรัทธาคุณยายมาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พอมีปัญหาอะไร เขามักจะไปกราบเรียนท่านเสมอๆ และท่านก็ เมตตาช่วยเหลือเขาได้อย่างอัศจรรย์ทุกครั้ง
ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ นี่เอง ทำให้ดวงใจปัก นิ่งดิ่งสนิทกับภาพของคุณยาย ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกาย จนเวลาล่วงไปประมาณ ๑๐ นาที พายุมันน่าจะถึงแล้วและธรรมชาติของมันจะต้องทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่นี่ดูเหมือนว่า มันไม่รุนแรงขึ้น ด้วยความแปลกใจตรงนี้เอง เขาจึงลืมตาขึ้น แล้วลุกขึ้นชะโงกดูที่นอกหน้าต่าง
อัศจรรย์จริง!!
“พายุ! พายุ! พายุมันหมุนกลับไปแล้ว” เขาพูดกับตัวเอง เสียงชาวบ้านที่อยู่ใกล้ และ เก็บตัวอยู่ในบ้าน ได้ออกมาดูเหตุการณ์นั้น พากันส่งเสียงขึ้น แล้วชวนกันดูสิ่งประหลาด กำลังถอยห่างออกไปห่างออกไป จนหายไปกับ ความมืดมิดเบื้องหน้า
แต่ฟ้ายังคงมืด ขมุกขมัวฝนตกอย่างหนัก อึมครึม แรงลมผันผวนอยู่ตลอดเวลาจนถึงรุ่งเช้า
ซากเรือที่แตกหักและผู้คนที่ถูกทะเล กลืนชีวิตไป ตอนนี้มัจจุราชแห่งทะเล ได้คืนพวก เขากลับมาให้เป็นร่าง ที่ไร้วิญญาณ มีสีเลือด บ้าง มีสีดำบ้าง เขียว คล้ําไปทั้งตัว..ศพเหล่า นี้ถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง พร้อมกับซากเรือไม้ที่ ปรักหักพัง
ทางการประกาศ ว่า ชาวเรือหลายร้อย คนเสียชีวิตกับพายุ
โหดครั้งนี้ เพียงแค่ หางพายุที่ม้วนตัวกลับเท่านั้น
“ผมรอดในครั้งนี้ เพราะคุณยายช่วยผม ผมเห็นพายุกำลังมุ่งตรงเข้ามา ซึ่งไม่มีทางเลย ที่มันจะย้อนกลับไปอย่างง่ายๆ มันห่างจากชาย ฝั่งเพียงนิดเดียวเท่านั้น”
ความเชื่อมั่นศรัทธาในคุณยายของเขา มั่นคงอย่างเต็มเปี่ยม เขาบอกต่อว่า ทุกครั้งที่ เขานึกถึงคุณยายนั้น ไม่เคยผิดหวังใดๆ เลย คุณยายช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัยทุกอย่าง เมื่อครั้งที่เจอพายุ
“ลินดา” อีก ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เวลาประมาณ ตี ๒... พายุ ลินดา ก็เข้ามาในทำนองเดียวกัน ซึ่งเขาก็ อธิษฐานให้คุณยายช่วย ปรากฏว่าก็รอดอีก ซึ่งตอนช่วงพายุลินดาเข้าประจวบฯ นั้น สภาพ บริเวณบ้านเนินแก้ว หมู่ ๕ ตําบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง ถนนถูกตัดขาด เพราะแรงน้ำป่า ชัดเรือประมงกว่า ๕๐ ลําอับปาง ขณะเจอมรสุม ในอ่าว ตาม่องล่าย แต่บริเวณบ้านเขากลับไม่ ได้รับความเสียหายอะไรเลย!! ทั้งที่อยู่ตําบล เดียวกัน
เหมือนกับตอนที่ทหารพม่า ยิงกลุ่มของ พวกเขาขณะข้ามชายแดนไทย-พม่า ปืนก็ด้าน ยิงไม่ออกทั้ง ๒ กระบอก เพราะขณะนั้นเขานึก ให้คุณยายช่วย จนทหารกลัวและยกมือไหว้ และต้องปล่อยทุกคนกลับ อีกครั้งหนึ่งคือ งาน พระราชทานเพลิงศพของคุณพ่อก็อธิษฐานให้ คุณยายช่วยหยุดฝนด้วย ปรากฏว่าหยุดได้จริง ทั้งที่ฝนกำลังตกหนัก สามารถหยุดแบบปิดก๊อก น้ำทันที
ทั้งหมดนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่เกิดขึ้น แล้วแคล้วคลาดทุกครั้ง เขายืนยันว่า “เพราะ คุณยายเขาจึงมีวันนี้ เขาเชื่อมั่นในวิชชา ธรรมกาย”
ปัจจุบันคุณเฉลิมพลจึงหมั่นอยู่ในบุญ ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอยู่ เป็นประจำและเชื่อมั่นว่าบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกได้เมื่อยามคับขัน..