มรดกธรรมอันล้ำค่า ที่คุณยายมอบให้
มรดกชิ้นหนึ่งที่คุณยายมอบให้หลวงพี่ แล้วหลวงพี่ก็จะได้มอบให้กับพวกเรา
ขอเชิญนั่งหลับตาทำภาวนากันสิจ๊ะ แล้วจะได้รับมอบมรดกอันล้ำค่าที่คุณยายมอบให้ หลับตาทำภาวนากันนะจ๊ะ
ใจจรดศูนย์กลางกายนะ มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพี่ได้พบคุณยาย ตอนนั้นคุณยายของเราได้มาอยู่ที่วัดพระธรรมกายนี้แล้ว อุปนิสัยของคุณยายนั้น เป็นคนขยันและขยันมาก ๆ มีเวลาว่างก็ช่วยงาน ท่านไม่ได้เกี่ยงว่าเป็นงานอะไรเลย และงานที่ท่านชอบด้วยความรักและห่วงใยในพระลูกพระหลาน ก็คือ งานครัว หลวงพี่เห็นยายเดินเข้าครัว ท่านเดินเข้าครัว แล้วท่านก็ไปดูเขาจัดอาหาร ท่านก็อยากให้เขาทำงานดี ๆ ท่านก็ไปแนะเขาบ้าง อะไรต่าง ๆ บ้าง พอถึงเวลานั่งสมาธิ ท่านก็เดินกลับมาที่กุฏิ หลวงพี่เห็นพอดี หลวงพี่ก็ถามว่า “ยาย ยาย ยายเข้าครัวไปดูเขาจัดอาหาร ไปแนะเขาแล้วพอถึงเวลานั่งสมาธิ ยายกลับมา นั่งสมาธินี่ ยายทำอย่างไร ใจยายถึงหยุดนิ่งได้ง่าย แล้วก็เร็ว?” ถ้าเป็นพวกเรานะจ๊ะ เวลาไปเจอเรื่องโน้นเรื่องนี้ ถูกอกถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง มันเป็นอะไรหยุก ๆ หยิก ๆ อยู่ในหัวใจ แล้วใจก็จะหยุดยาก หยุดได้ช้า
แต่สำหรับคุณยาย หลวงพี่ก็ถามคุณยายตรง ๆ ว่า “ยาย ทำยังไงใจยายถึงหยุดได้ง่าย หยุดได้เร็ว หยุดได้สนิท?” คุณยายท่านก็มองหน้าหลวงพี่ แล้วท่านก็ตอบว่า “ท่าน ยายน่ะทำจนชำนาญ” หลวงพี่ก็ถามต่อ “ที่ยายทำจนชำนาญนี่ ยายทำอย่างไร ใจยายถึงหยุดนิ่งได้ง่าย ได้เร็ว?” ท่านก็ตอบว่า “พอยายนั่งสมาธิ ยายก็ทิ้งหมด ไม่ห่วงอะไรเลย ถึงยายจะไปเข้าครัว ไปดูโน่นดูนี่มา พอถึงตอนนั่งสมาธิ ยายก็ทิ้งหมดไม่ห่วงอะไรเลย” ใจยายปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ ทิ้งเรื่องต่าง ๆ ลงได้ ท่านทิ้งเรื่องต่าง ๆ ลงได้เหมือนเป็นอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องนึกถึงคำว่า “ทิ้ง” ด้วยซ้ำไป
ให้พวกเรานำสิ่งที่คุณยายสอนนี้ไปใช้ ฝึกเถอะ แล้วจะดี ถึงใจจะยังไม่หยุดไม่นิ่ง ก็เป็นเพราะว่า เรายังมีพะวง คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง มันก็มีเรื่องอะไรที่หยุกหยิก ๆ อยู่ในหัวใจ ใจก็ยังหยุดนิ่งไม่สนิทสักที แต่ถ้าหากว่า เราทิ้งเรื่องต่าง ๆ ลงได้ ปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ ลง ลืมไปเลย ทิ้งไปเลย ไม่ห่วง ใจก็จะเบา แล้วก็จะหยุดนิ่งได้สนิท ลองดูนะจ๊ะ ลองดู ปล่อยเรื่องต่าง ๆ ทิ้ง ทิ้งหมด ไม่ห่วงอะไรเลย เหมือนใจของเรานั้นไม่มีอะไรที่จะต้องห่วง แล้วใจของเราจะนิ่ง นิ่งได้สนิท นิ่งที่ศูนย์กลางกาย กลางดวงกลม ใส บริสุทธิ์ ดวงธรรมใส บริสุทธิ์ ที่อยู่กลางกาย
ที่กึ่งกลางกายของเรานั้น มีดวงธรรมใสบริสุทธิ์อยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ จะมีดวงธรรมอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่วางใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายเท่านั้น ก็จะเข้าถึง แล้วก็จะชัด จะวางใจได้หยุดนิ่งได้ง่าย ได้สนิท ได้รวดเร็วนั้น เราต้องทำใจของเราเหมือนกับปล่อยทิ้งเรื่องต่าง ๆ ลง ปล่อยทิ้งอย่างไม่กังวล อย่างไม่สนอกสนใจอะไรเลย ทิ้งไปหมด แล้วใจก็จะหายหยุกหยิก ใจก็จะเบา เบาแล้วก็หยุดนิ่ง นิ่งได้สนิทที่ศูนย์กลางกาย พอใจหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ศูนย์กลางกาย เราก็จะเข้าถึง แล้วก็เห็นดวงธรรมได้ชัด ดวงธรรมมีอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ต้องไปเค้นให้เกิดขึ้น เพียงใจจรดหยุดนิ่งสนิท แล้วก็จะเข้าถึงชัดทีเดียว ใส สว่าง ปล่อยใจหยุดนิ่ง หยุดนิ่ง ๆ นิ่งแบบ ไม่ห่วงอะไรเลย
นึกถึงคุณยายที่อยู่ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็จะเห็นยายได้ชัด ปล่อยใจหยุดนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกาย ศูนย์กลางกายของเรากับศูนย์กลางของคุณยาย ก็จะตรงกันพอดีเป๊ะ จะใสสว่าง จรดใจนิ่ง ปล่อยใจหยุดนิ่ง นึกถึงบุญกุศลที่เราตั้งใจทำบูชาธรรมคุณยาย ตั้งแต่ทำโป้ง*ให้ยาย จนกระทั่งถึงวันนี้ ปฏิบัติธรรม แม้กระทั่งวินาทีนี้ ตั้งใจปฏิบัติธรรมนึกถึงบุญเหล่านั้น แล้วก็นึกถึงคุณยาย บุญนั้นก็จะถึงคุณยาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และบุญของคุณยายก็จะได้รักษาหล่อเลี้ยงพวกเราไปด้วย
ชีวิตของหลวงพี่เมื่อพบยาย ได้พบบัณฑิต ทำให้ชีวิตของหลวงพี่อยู่บนหนทางที่ดีขึ้น มีคุณค่ายิ่งขึ้น ได้คุณยายเป็นครู ได้คุณยายเป็นกัลยาณมิตร คุณยายเป็นกัลยาณมิตรผู้ไม่เคยทอดทิ้งศิษย์เลย ถ้าหากว่า เรานึกถึงคุณยายอยู่ที่ศูนย์กลางกาย คุณยายจะช่วยเหลือพวกเรา ทำหน้าที่เป็นครูและกัลยาณมิตรควบคู่กันไป
ขอให้หนทางชีวิตของเรา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ได้พบกับหนทางที่เจริญรุ่งเรือง ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนา มีแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถึงคราวจะปฏิบัติธรรม ก็ขอให้เข้าถึงธรรมโดยง่าย เหมือนอย่างที่คุณยายแนะวิธีไว้นี่แหละ ให้เข้าถึงธรรมโดยง่ายและมั่นคง ขอให้ได้อยู่บนหนทางแห่งการสร้างบารมีอย่างมั่นคงตลอดไป จนกว่าจะไปถึงที่สุดแห่งธรรม ดังที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้แนะนำพวกเรากันไว้นั่นแหละ
ขอความสำเร็จทั้งหลาย ความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลาย จงบังเกิดขึ้นตลอดหนทางชีวิตของพวกเราทุกคน ณ บัดนี้เป็นต้นไป ทุกภพทุกชาติ ตราบจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญ