กุศโลบาย
ความชาญฉลาดของท่านอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้ามองในแง่ของงาน ทางโลกต้องยกให้คุณยายเป็นยอดของผู้นำ เพราะกุศโลบายในการผนึก กำลังรักษาความสามัคคีของหมู่คณะของท่านนั้นแหลมคมนัก
ตลอดเวลาของการสร้างวัด เราลุยกันมาตลอดแทบไม่มีเวลา ปรึกษากัน พอมีคนมากเข้าก็แบ่งงานกันไปทำ พระทุกรูปแบ่งหน้าที่ไป เป็นหัวหน้าคุมงานทุกอย่าง ตั้งแต่บ่ายจนค่ํา ตอนเช้าเท่านั้นที่ต้องนั่ง สมาธิทุกรูป จริง ๆ แล้วงานทุกส่วนแม้จะแยกกันไปทำ ก็ควรมีโอกาส ปรึกษาหารือกันเป็นช่วง ๆ มีเวลาพบกันแน่นอนคือเวลาฉันเท่านั้น ส่วนเวลาเพลไปจนค่ําเป็นช่วงเวลาที่ห่างกันนานมากสำหรับงานเร่งด่วน ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้ง่าย แต่แล้วคุณยายก็มีวิธีการป้องกันปัญหาจนได้
คุณยายขอร้องพระทุกรูปว่า “๕ โมงเย็นต้องมาฉันน้ำปานะของยายนะ ให้ยายได้บุญบ้าง”
ได้ฟังอย่างนี้พวกเรามีหรือจะขัด เมื่อคุณยายบอกอยากได้ บุญจากพระลูกศิษย์ทุกรูปจึงมีเวลาพบกันอีกช่วงหนึ่งคือ ๕ โมงเย็น ได้ปรึกษาหารือเรื่องงานกันอีกพักหนึ่งต่อหน้าคุณยาย ตอนนั้นอาตมา ไม่รู้สึกอะไร นอกจากนึกว่าคุณยายอยากได้บุญ
ต่อมาระยะหลัง ๆ เมื่ออาตมาช่วยเจ้าอาวาสบริหารวัดมา นานพอสมควร จึงเห็นความสำคัญของการประชุมว่ามีมาก แล้วก็มา ฉุกคิดได้ว่า จริง ๆ แล้ว ต้นคิดเรื่องนี้คือคุณยายอาจารย์ ผู้ไม่เคยเรียน ทฤษฎีการบริหารมาก่อนเลย...
หวนคิดไปถึงตอนที่อาตมาและทีมงานสร้างวัดหลายคนยัง ไม่ได้บวช เราลุยเรื่องปรับพื้นที่ วางแผนงานกันมาก มีเรื่องทุ่มเถียงกัน บ่อยในที่ประชุมเพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน คุณยายไม่ได้เข้าร่วมประชุม ด้วยแต่มาคอยเลียบ ๆ เคียง ๆ สังเกตการณ์ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ขึ้นให้ประชุม ต่อไปคงต้องทะเลาะกันแน่ ท่านสั่งให้หยุดประชุมทันที แต่ท่านให้ หยุดแบบนิ่ม ๆ เราก็ดื้อกับท่านไม่ได้ เช่นบอกว่า
“เรื่องที่ประชุม คงอีกยาวนะกว่าจะจบ มานั่งสมาธิเอาบุญ ละเอียดกันก่อนเถอะ”
พวกเราก็ต้องงดการประชุมไปนั่งสมาธิ นั่งไปได้ประมาณ ๒ ชั่วโมงใจก็ใส พอเลิกนั่ง ก็ประชุมกันต่อไปด้วยความราบรื่น เพราะใจผ่องใสกันหมดทุกคนแล้ว
บางเรื่องที่มีเค้าจะขัดแย้งกันรุนแรง พอเราเตรียมจะประชุม คุณยายจะพูดเปรยดักหน้าทันที
“วันนี้อากาศไม่ดี ร้อนอบอ้าว จะมาประชุมอะไร ไว้แดด ร่มลมตกค่อยประชุมกัน ตอนนี้ไปนั่งสมาธิสัก ๒-๓ ชั่วโมงดีกว่า”
บางที่ก็บอกว่า
“วันนี้อย่าเพิ่งประชุมเลย มาช่วยกันจัดดอกไม้บูชาพระ พุทธเจ้ากันดีกว่า”
ตกลงบางครั้งจนถึงกลางคืนก็ยังไม่ได้ประชุม รุ่งเช้าคุณยาย ชวนนั่งสมาธิต่ออีก เรื่องบางเรื่องท่านชะลอเวลาด้วยวิธีนี้ไปถึง ๒-๓ วัน จึงได้ประชุม ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนได้นั่งสมาธิต่อเนื่องกันมา นานจนกระทั่งใจใสทั่วกันแล้ว เรื่องที่ประชุมถึงจะเห็นไม่ตรงกันอย่างไร ก็ออมชอมกันได้ เพราะต่างใจใสใจละเอียดกันแล้วทั้งนั้น
นี่แหละคุณยาย อ่านหนังสือก็ไม่ออก แต่รอบรู้สารพัด ฝีมือแก้ไขสถานการณ์หาใครเทียบยาก เพราะท่าน จึงทำให้ทุกอย่าง เข้ารูปเข้ารอย เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และสำเร็จได้รวดเร็ว เราสามารถ กล่าวได้เต็มปากว่า “วัดพระธรรมกายสร้างได้เพราะคุณยายแท้ๆ”