ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณยายป่วย

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
คุณยายทำตัวเหมือนเข็มนาฬิกา ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องด้วยความกระฉับกระเฉง เข้มแข็ง แต่แล้ว อยู่ ๆ ในปี ๒๕๒๗ คุณยายได้ป่วยกะทันหัน ถึงกับล้มหมอนนอน เสื่อ หมอตรวจแล้วไม่พบว่าเป็นโรคอะไร ได้แต่บอกว่า ขาดอาหาร เพราะกรำงานมากไป นักปฏิบัติธรรมจะมีลักษณะอย่างหนึ่ง คือ ไม่ว่าจะเจ็บไข้ ได้ป่วยอย่างไรก็ตาม ผิวพรรณจะยังผ่องใส ไม่ซีดเซียว เพราะฉะนั้น เมื่อเจ็บป่วยไม่มากจึงดูไม่ออก อีกทั้งการที่นักปฏิบัติธรรมมีธาตุของ ความทรหดอดทน ไม่ปริปากบอก ดังนั้น กว่าลูกศิษย์จะทราบ คุณยาย ก็อาการหนักแล้ว คุณยายไม่เคยบ่น ไม่เคยตัดพ้อต่อว่าสักคำ ยิ่งเห็นพระ กำลังทำงานหนัก เกรงว่าจะกังวล กลัวจะเสียงานส่วนรวม เมื่อคุณยายป่วย ท่านจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็น อย่างดี คุณยายตัดเรื่องกังวลอื่น ๆ ออกหมด ท่านบอกว่า “สังขารของเรายังควบคุมไว้ไม่ได้ ถ้าเอาเรื่องอื่นเข้ามาอีก แล้วเมื่อไรจะฟื้นตัว” ไม่ว่าจะมีอะไรท่านทำเหมือนไม่มี คุณยายไม่กังวลใจ ท่าน ตัดได้ แม้แต่ครัวท่านยังไม่ไปดู เมื่อคุณยายหายป่วยแล้ว อาตมาออกมาฉันเช้าจะต้องถามว่า “ยายนอนหลับไหม ตื่นกลางคืนบ่อยไหม” เพราะว่าเมื่อตอนป่วยยาย บอกว่าตื่นคืนละ ๒-๓ ครั้ง หรือไม่ก็ถามว่า “ยายกินข้าวมีรสไหม” ถ้าไม่ถาม ดูที่จาน จะดูไม่ออก เพราะยายจะฝืนกินจนหมด ยายบอก “กินเหมือนกินยา” คือกินเพื่อให้มีแรง อาตมาจึงต้องใช้วิธีเลียบ ๆ เคียง ๆ อย่างนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมา คุณยายเลิกปลูกต้นไม้เอง แต่สั่งให้ เด็กวัดทำ และในโอกาสนี้ “รถสามล้อถีบ” ก็ได้เกิดขึ้นจากการออกแบบ และจัดสร้างของ ท่านฐิตสุทโธ พระรูปหนึ่ง ของวัดพระธรรมกาย เวลาเย็น ๆ คุณยายจะนั่ง “รถสามล้อถีบ” ออกตรวจตาม บริเวณวัด เด็กผู้ถีบรถให้คุณยายจะต้องถีบรถได้ความเร็วพอดี ๆ ไม่ เร็วไปจนนั่งไม่สบาย หรือช้าไปจนน่ารำคาญ นั่งแล้วรถต้องไม่โคลง เพราะคุณยายจะเมารถ นอกจากนั้นยังต้องมีปฏิภาณดีด้วย ต้องรู้ว่า เมื่อถีบไปเจออะไร แล้วควรจะจอดรถลงดูหรือเปล่า เมื่อคุณยาย เห็นแล้วสงสัยก็จะต้องตอบให้ได้ด้วย ไม่ใช่ว่ารู้จักแต่ถีบรถดีอย่างเดียว เท่านั้น คนที่มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดคุณยาย จึงได้รับการฝึกตนเอง ได้รับการถ่ายทอดนิสัยไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณยายมักจะเน้นเสมอว่า ต้องการให้เขามีนิสัยดี ๆ ติดตัวข้ามชาติไป