ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ครัวกับกิจวัตรของคุณยาย

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
ทางด้านอาหารขบฉัน คุณยายห่วงพระมาก ท่านตั้งโรงทาน หุงข้าวเลี้ยงพระเองตามแบบโรงครัววัดปากน้ำ ตอนนั้นยังมีพระอยู่ ไม่กี่รูป กำลังสร้างโบสถ์ สร้างศาลาฟังธรรมกัน แม้ระยะหลัง ท่านไม่ได้ลงมือทำเอง ท่านก็เข้าไปดูแลตรวจตราความสะอาดในโรงทาน ทุกวัน คุณยายจะตื่นนอนตั้งแต่ตี ๔ นั่งสมาธิ พอสว่างก็ปัดกวาด เช็ดถูกุฏิของตนเอง แล้วมาดูแลที่ครัว คุณยายสอนคนครัวให้ทั่นผัก นั่นเนื้อให้พอดีคำ อย่าให้ชิ้นใหญ่ไป มิฉะนั้นขณะที่พระฉัน ชิ้นเนื้อ จะไปตุงที่แก้ม ดูไม่งาม ปลาก็ให้เลาะเอาก้างออก ของมันนัก เผ็ดนัก อย่าจัดไป ขนม ผลไม้ ต้องจัดให้ประณีต คุณยายเตือนว่า ของ ทุกอย่างต้องทำให้ดีให้ประณีต จะได้เป็นนิสัยติดตัวข้ามชาติไป เมื่อดูแลเด็กวัดประเคนอาหารให้พระเสร็จแล้ว คุณยายจึง กลับไปรับประทานอาหาร ประมาณเวลา 5 โมงครึ่ง หลังจากนั้น ท่านจะกลับมาที่ครัวอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูแลความเรียบร้อยแล้วจึงจะกลับไป ซักผ้า (เพิ่งจะเลิกซักเองมาได้ ๒-๓ ปี) ทำอะไรต่อมิอะไรของท่านไป จนกระทั่ง 4 โมง จึงไปนั่งสมาธิ จนถึงเวลาก่อนเพล (๑๑.๐๐ น.) เล็กน้อย ก็จะกลับมาที่ครัวอีกเพื่อดูว่า ข้าวปลาอาหารจัดถวายพระ เรียบร้อยไหม พอเห็นว่าเรียบร้อย ท่านก็กลับออกไป ท่านจะไม่อยู่ ในบริเวณครัว หรือที่ใกล้ ๆ ที่พระฉันอาหารในเวลาเพล เพราะ เห็นว่าเป็นเวลาของเจ้าภาพที่นำข้าวปลาอาหารมาถวายพระ ไม่อยาก ให้เจ้าภาพเกรงใจ ประมาณเที่ยงครึ่ง พระฉันเสร็จให้พรเสร็จ แขกมีเวลาคุย กับพระพอสมควรแล้ว คุณยายจะออกมารับแขกอีกที่หนึ่ง จนถึง บ่ายครึ่งหรือบ่าย ๒ โมง จึงกลับเข้ากุฏิไปพักผ่อน ราวบ่าย ๓ โมง คุณยายจะลงสวน ปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ ดูแลต้นไม้ ตรวจบริเวณวัด ราว ๆ ๕ โมง จึงกลับไปอาบน้ำ แล้ว มารอถวายน้ำปานะให้พระ คุณยายมาพูดมาคุยด้วย ใครทำอะไร มี ปัญหาอะไร ท่านจะรู้หมดโดยไม่ต้องรายงาน จนกระทั่ง ๑ ทุ่ม แต่ ไม่เกิน ๑ ทุ่มครึ่ง คุณยายจะกลับไปนั่งสมาธิถึง ๓ ทุ่มครึ่งแล้วจึงนอน แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาเตรียมงานบุญ ต้องจัดเตรียมอาหารจำนวนมาก สำหรับสาธุชนที่มาร่วมงาน คุณยายจะย้อนกลับมาดูที่ครัวอีกครั้ง แล้วถึงกลับไปนอน คุณยายให้ความสำคัญกับครัวมาก ครัวจะต้องสะอาด ไม่มี กลิ่นอับชื้นต่าง ๆ ที่เรียกว่า กลิ่นครัว จะต้องมีอาหารพอถวายพระเณร และเลี้ยงดูทุกคนที่มาที่วัดได้ ยายอธิษฐานว่า “ถ้ามีคนมาเป็นร้อยก็ให้เลี้ยงได้ทั้งร้อย มาเป็นล้านก็ให้เลี้ยง ได้ทั้งล้าน” ซึ่งการที่ใครจะสามารถเลี้ยงคนได้ขนาดนี้ จะต้องสร้าง “ทานบารมี” เอาไว้มากทีเดียว