พระบวชใหม่
หลังจากได้บวชแล้วที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็ดูเหมือนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพระ บวชใหม่กว่าจะปรับตัวเข้ากับเพศสมณะได้ต้องใช้เวลามาก
อาตมาเคยนบนอบหมอบกราบคุณยาย มาบัดนี้เป็นพระแล้ว คุณยายท่านปรับตัวได้ทันที กราบพระลูกศิษย์ด้วยอาการนอบน้อม เต็มอกเต็มใจ อาตมาเสียอีก บางครั้งที่ได้รู้สึกถึงความรักความห่วงใย ของท่านเต็มที่ ความซาบซึ้งประทับใจทำให้เผลอยกมือรับไหว้ท่านด้วย ความตื้นตันใจหลายครั้งเหมือนกัน คุณยายต้องเตือนบ่อย ๆ ว่า
“อย่าทำให้ยายบาปนะ”
ตอนจำพรรษาอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อธัมมชโย และอาตมา ยังคงมาปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์เหมือนเดิม ที่วัด ปากน้ำระยะนั้นไม่เข้มงวดเรื่องการรับแขกของพระมากนัก ใครจะ รับแขกที่กุฏิก็ได้ แต่คุณยายไม่ยอม
แขกทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชายที่มาเยี่ยม พระจะต้องออก มารับแขกที่บ้านธรรมประสิทธิ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นแขกผู้หญิงนี้ไม่ได้เลย พระจะต้องรับต่อหน้าคุณยาย และคุณยายมักจะนั่งฟังอยู่ด้วย ความเข้มงวดเรื่องนี้นี่เอง ที่ทำให้พระของคุณยายทุกรูปสามารถบำเพ็ญเนกขัมมบารมีได้อย่างมั่นใจและมั่นคง
ศัตรูของพระบวชใหม่อีกอย่างหนึ่งก็คือ เชื้อเก่าของความ เป็นอยู่ทางโลก ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณยายต้องขอร้องหลวงพ่อ ธัมมชโยเมื่อครั้งบวชใหม่ ๆ ว่า ให้เผารูปสมัยเป็นฆราวาสทิ้งให้หมด ขนาดเหลือหลงตาอยู่รูปเดียวที่บ้าน ท่านยังรู้ ให้ไปค้นมาฉีกทิ้งลง กระโถนด้วยมือของท่านจนได้
คราวหนึ่งเพื่อนของอาตมามาเยี่ยม ใส่เสื้อผ้าสไตล์ใหม่มาก พอเห็นปุบอาตมานึกทันทีว่า
“โธ่เอ๊ย...นี่ถ้าเราใส่จะหล่อกว่าเขาเสียอีก”
นี่ขนาดตัดใจมาบวชแล้วก็ยังไม่วายเลย เพราะเชื่อมันยัง ไม่หมด ชนิดที่โบราณเรียกว่าผลไม้ยังไม่ลืมต้น ถึงอย่างไรก็หวาน ไม่สนิท แต่ก็ไม่ได้คิดจะสึก วันหนึ่งกลับไปเยี่ยมโยมพ่อโยมแม่ที่บ้าน ไปพบว่ามีเสื้อตัวเก่งเหลืออยู่ตัวหนึ่ง แจกไปไม่หมด นึกในใจขึ้นมา เลยว่า
“เสื้อตัวนี้ยังใหม่อยู่เลย ถ้าเราใส่ยังจะหล่อกว่าเพื่อนที่ มาเยี่ยมเราวันนั้นเสียอีก”
เห็นไหมว่ายังเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ก็มันเป็นเชื้อให้ใจย้อน กลับไปคิดเรื่องทางโลก ถ้าคุณยายไม่รอบคอบในเรื่องเหล่านี้ บางที อาจจะไม่มี “ทัตตชีโวภิกขุ” อยู่ในวงการศาสนาแล้วก็ได้