ป้องกันไม่ให้ศิษย์ก่อเวร
ในขณะที่กำลังลุยงานสร้างวัดกันอยู่ บางครั้ง อาตมาถูก คนพาลรังแกมาก มาขโมยของบ้าง ขโมยเรือบ้าง เมื่อสืบรู้ก็เอาคืนมา ได้บ้างไม่ได้บ้าง คราวหนึ่งอาตมาโกรธมาก เพราะถูกขโมยเรือไปแล้ว ถึง 9 ลำ ลำที่ ๒ นี้ยกขึ้นมาซ่อม เอาชันยา คว่ำตากแดดไว้ข้าง ที่พักก็ยังถูกขโมย สืบรู้ตัวคนขโมยแล้วแค้นมาก ซ้ำยังถูกท้าถึงบ้านพัก ให้ไปยิงกัน อาตมาคิดอาฆาต จะตามฆ่าคนเสียก่อนบวช พอดีถึง วันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันกำหนดมานั่งสมาธิกับคุณยายที่บ้านธรรมประสิทธิ์ จึงพกความแค้นมาด้วย
พอวันจันทร์จะกลับ คุณยายไม่ให้กลับ ท่านบอก “เหนื่อยกันมามากแล้ว อย่าเพิ่งกลับเลย นั่งสมาธิไปก่อน”
วันรุ่งขึ้นก็ยังให้นั่งสมาธิต่อ วันนั้นพอเลิกนั่งสมาธิแล้ว คุณยายพนมมืออธิษฐานในใจอยู่นานกว่าทุกครั้ง อาตมาจึงถามว่า
“ยาย อธิษฐานอะไร นานจัง” คุณยายตอบว่า :
“ยายอธิษฐานว่า เกิดกี่ภพกี่ชาติต่อไปเบื้องหน้า ไม่ว่าศัตรู จะยกมาเป็นกองทัพใหญ่แค่ไหน ก็อย่าให้มันฆ่ายายและบริวารได้
ตัวยายเองและบริวารก็อย่าได้มีจิตไปคิดฆ่าใคร แม้แต่มด แต่ปลวก ก็ขออย่าให้คิดฆ่าเลย”
อาตมายิ้มและประนมมือ ตอบท่านสั้น ๆ จากใจจริงว่า “ครับ” ท่านจึงยิ้มตอบอย่างเบิกบาน
คุณยายล่วงรู้กระทั่งความคิดของอาตมา ห้ามก็ไม่ห้ามโดย ตรง ใช้วิธีซึมลึกด้วยธรรมะ อันเป็นโอสถวิเศษของพระสัมมาสัม พุทธเจ้า คุณยายรู้นิสัยของอาตมาดีว่าเจ้าโทสะ ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่ฝ่ายผิด คราวนั้น อาตมายอมเลิกล้มความคิดอาฆาต โดยเด็ดขาด เพราะเมื่อนั่งสมาธิจนใจใสแล้วก็รู้ว่า ในเส้นทางบุญเรา ไม่ควรประมาทก่อเวรเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งฟังคำอธิษฐานของคุณยายแล้ว ก็กลับไปบุกงานสร้างวัดต่อด้วยใจที่ผ่องใส ชุ่มชื่น เยือกเย็น