ของขวัญวันเกิดคุณยาย
สมัยที่อาตมาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แฟชั่น ฉลองวันเกิดเป็นที่นิยมมาก คุณยายเลยต้องพลอยติดกลุ่มไปด้วย พอถึงวันเกิดของคุณยายทีไร ลูกศิษย์จะมาฉลองวันเกิดให้คุณยายกัน คับคั่ง คุณยายถือวันเกิดเอาวันที่ตรงกับวันขึ้น ๑๐ ค่ํา เดือนยี่ เพราะฉะนั้น บางปีก็ตรงกับปลายเดือนธันวาคม แต่บางปีก็เลยไปถึง กลางเดือนมกราคม
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นปีที่อาตมาตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ เด็ดขาด ถือฤกษ์กวาดล้างขว้างทิ้งไปทันทีที่ได้ยินเสียงพระสวดชยันโต ขึ้นวันใหม่ 9 มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ แต่ไม่ได้บอกใครว่าเลิก เพราะ ยังไม่แน่ใจตัวเอง กลัวว่าถ้าประกาศไปแล้วทำได้ไม่ตลอด จะอับอาย ขายหน้าเขาเปล่า ๆ
นับเป็นความโชคดีอย่างมหาศาลของอาตมา ที่ปีนั้นวันเกิด ของคุณยายตรงกับวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นจังหวะที่ รองรับประคับประคองสัจจะของอาตมาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
วันนั้น หลังจากนั่งสมาธิกันอย่างเต็มที่ แขกผู้ใหญ่กลับ กันหมดแล้ว เหลือแต่พวกเราเด็ก ๆ ประมาณสิบกว่าคน กำลังช่วย กันเก็บกวาดบ้าน และรอรับฟังโอวาทอยู่ พอได้เวลา คุณยายก็ให้ศีล ให้พร ตอนหนึ่งท่านพูดว่า
“ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดนี่ ยายรักพวกคุณมากที่สุด พวกคุณนี่ดีจริง ๆ ขยันนั่งสมาธิเอาจริงเอาจัง แล้วสมาธิก็ก้าวหน้า กันทั้งนั้น แต่ยายจะรักพวกคุณมากขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าพวกคุณเลิก สูบบุหรี่”
พอคุณยายพูดขาดคำ บรรดาสิงห์อมควัน ศิษย์ก้นกุฏิ คุณยาย ต่างมองหน้ากัน แล้วโดยมิได้นัดหมาย ทุกคนยอมทิ้งบุหรี่ที่ พกมาทั้งหมดลงในกระโถนของคุณยาย พร้อมทั้งตั้งสัจจะว่า จะไม่สูบ บุหรี่อีกเลยตลอดชีวิต
อาตมาก็เลยได้โอกาสตั้งสัจจะไม่สูบบุหรี่ซ้ำอีกเป็น ๒ ชั้น ตอนนี้ไม่มีความลังเลเลย โถ...กำลังใจฟู ยิ้มแก้มแทบปริด้วยคำชม ของคุณยายอย่างนั้น ต่อให้ขอยิ่งกว่าเรื่องบุหรี่ พวกเราก็ยินดีให้เป็น ของขวัญวันเกิดของท่านทั้งหมด
คุณยายของอาตมา ช่างเป็นผู้ชาญฉลาดในการเลือกจังหวะ ได้เยี่ยมยอดอะไรอย่างนี้ และนับตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ลูกศิษย์ของท่าน อีกหลายคนก็รอคอยวันเกิดของคุณยาย เพื่อตั้งสัจจะเป็นของขวัญอัน ล้ำค่า ที่รู้ว่าจะถูกใจท่านยิ่งกว่าสิ่งของใด ๆ กันเป็นลำดับ สำหรับ คุณไชยบูลย์ สุทธิผล หรือหลวงพ่อธัมมชโยในปัจจุบัน ได้ตั้งสัจจะ ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิตเป็นคนแรก ในวันเกิดคุณยาย ๑๐ มกราคม ๒๕๑๑ วันเดียวกับที่ตั้งสัจจะเลิกบุหรี่นั้นเอง
ส่วนอาตมา หลังจากนั่งสมาธิมากเข้า ความคิดที่จะประพฤติ พรหมจรรย์ก็เริ่มเกิด แต่ยังไม่แกร่งกล้านัก เพราะฉะนั้น พอถึง วันเกิดคุณยายรอบถัดมาตรงกับวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๑ อาตมาจึง ตั้งสัจจะแต่เพียงว่า
“ชาตินี้ถ้าบวชแล้วจะไม่สึก”
แต่จะบวชเมื่อไรยังไม่ยอมพูด ยังคิดจะแต่งงานเสียก่อน อยู่ร่ำไป
เมื่อนั่งสมาธิมากเข้า ๆ ประกอบกับรู้ว่า ถ้าได้ที่ดินแล้ว คุณยายจะสร้างวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ความมั่นใจจึงเพิ่มขึ้นอีก ระดับหนึ่ง และเมื่อวันเกิดของคุณยายเวียนมาครบรอบอีกครั้งใน วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๑๓ ได้ที่ดินสร้างวัดแล้ว อาตมาจึงตั้งสัจจะ กับคุณยายว่า
“นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จะขอประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต”
เมื่อได้ตัดสินใจลงไปแล้ว ก็มีความรู้สึกว่า ในโลกนี้ไม่มี อะไรน่ากลัวอีกเลย ถึงใครจะเอามีดมาจ่อคอก็เฉย ๆ กำลังใจมีมาก ถึงขนาดนี้ แต่กว่าจะผ่านมาถึงจุดที่สามารถตั้งสัจจะประพฤติพรหม จรรย์ตลอดชีวิตได้ คุณยายก็ต้องเหน็ดเหนื่อยประคับประคองอาตมา มานานเต็มที่ นึกถึงความดีที่ตัวเองทำขึ้นในปัจจุบันคราวใด เป็นต้อง นึกถึงพระคุณของคุณยายอยู่ร่ำไป
ต่อมาภายหลังอาตมาจึงรู้จากคำบอกเล่าของศิษย์รุ่นพี่ว่า กว่าคุณยายจะได้อาตมามาอยู่ในวงศ์บุญของท่านเต็มตัว ท่านต้องเหน็ด เหนื่อยทั้งกายและใจมากเหลือเกิน คุณยายชอบเล่าให้คนอื่นฟังเสมอว่า
“ตอนหนุ่ม ๆ หลวงพ่อทั้งสององค์ท่านหล่อมาก ไม่อ้วน เหมือนเดี๋ยวนี้หรอก ผู้หญิงตามท่านมาเยอะ เขาจะรัก ไม่รัก ยาย ไม่รู้ ยายกันออกไปหมด กลัวท่านไม่ได้บวช”