ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ต้นตำรับวิชาขัดห้องส้วม

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
อาตมามีนิสัยติดตัวมาอย่างหนึ่งคือความช่างสังเกต เพราะ ถูกฝึกให้ทำงานบ้านทุกชนิดมาตั้งแต่เด็ก และความที่เป็นเด็กชอบ เล่นซนมาก จึงต้องฝึกความสังเกตหาทางหนีทีไล่เพื่อหลบไม้เรียว ของพ่ออยู่ทุกวัน พอโตขึ้นเลิกเล่นซนก็ยิ่งเป็นคนช่างสังเกต ช่าง ซักไซ้ ชอบเสาะแสวงหาความรู้เรื่อยไป (จนได้วิชามารมาอย่างที่ เล่าไว้แล้ว) ตามธรรมดาการนั่งสมาธิเป็นหมู่คณะ ต้องการความสงบ นิ่งต่อเนื่องกันเป็นชั่วโมง ๆ ถ้าใครลุกขึ้นกลางคันจะทำความรบกวน ให้หมู่คณะมาก คุณยายจึงสั่งให้ทุกคนเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวให้ เรียบร้อยก่อนนั่งสมาธิทุกครั้ง แต่อาตมาสังเกตว่าคุณยายมักลุกขึ้น อย่างเงียบกริบ ไปเข้าห้องน้ำหลังจากพวกเรานั่งหลับตากันไปได้สัก พักหนึ่ง ห้องน้ำบ้านธรรมประสิทธิ์ ในระยะแรกมีห้องเดียว ใช้ รวมกันทั้งหญิงและชาย อาตมาคนขี้สงสัย เห็นท่านทำอย่างนั้นบ่อย ครั้งเข้า วันหนึ่งพอท่านกลับจากห้องน้ำมานั่งสมาธิต่อ อาตมาก็ย่อง กริบไปเข้าห้องน้ำบ้าง จริง ๆ แล้วจะตามไปดูว่าคุณยายไปทำอะไร กันแน่ พอเปิดเข้าไปก็เห็นห้องน้ำซึ่งพวกเราทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาดอย่างดีกลับดูสะอาดกว่าเดิม ทั้งยังแห้งสนิท ทุกซอกทุกมุม แสดงว่าคุณยายเข้ามาเช็ดห้องน้ำจนแห้ง อาตมารู้สึกสะเทือนใจมาก เหมือนก่อบาปร้ายกาจ เพราะ อาตมาคงได้ทิ้งความเปียกแฉะไว้ให้คุณยายตามเช็ดเหมือนกัน วันหนึ่งเมื่อนั่งอยู่กับท่านตามลำพัง ห่างจากคนอื่นพอ สมควร อาตมาจึงถามท่านว่า “ทำไมยายต้องไปเช็ดห้องน้ำด้วย ทั้งที่มันสะอาดแล้ว” คุณยายตอบเบา ๆ ว่า “ยายแก่แล้ว เท้ามันไม่มียาง (กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่น) ลื่นหกล้มง่าย ถ้าลื่นหัวฟาดในห้องน้ำ ถึงไม่ตายก็คางเหลือง ยายจึง ต้องหมั่นเข้าไปเช็ดให้แห้ง” อาตมาเคยได้ยินข่าวคนแก่ล้มหัวฟาดตายในห้องน้ำบ่อย ๆ แต่ไม่เคยคิดระแวดระวังเรื่องนี้เลย อาตมารู้ว่าคุณยายไม่ได้เช็ดห้องน้ำ เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อลูกศิษย์ทุกคนด้วย เพราะเราใช้ห้องน้ำ ร่วมกัน ตั้งแต่นั้นมา พวกเราจึงต้องกระซิบให้รู้กันถึงเรื่องที่คุณยายทำ เพื่อช่วยกันรักษาห้องน้ำให้แห้งสนิทอยู่เสมอ และกราบเรียนคุณยายว่า หากเห็นข้อบกพร่องอะไรของพวกเรา ก็อย่าเกรงใจ ช่วยเคี่ยวเข็ญสั่ง สอนลูกศิษย์ทุกคนให้เต็มที่ด้วย ระยะหลัง ๆ คุณยายจึงออกโรงเรื่องนี้เต็มที่ ท่านสอนวิธี ขัดห้องน้ำ ห้องส้วมอย่างละเอียดลออ บอกอานิสงส์เสร็จสรรพ แม้เมื่อมาอยู่ที่วัดพระธรรมกายแล้ว คุณยายยังเข้มงวดเรื่องล้างห้องน้ำ ขัดห้องส้วมต่อมาอีกหลายปี ท่านเน้นว่า แม้แต่ที่คอห่านตรงน้ำหล่อ ก็ต้องขัดบ่อย ๆ เพราะเป็นส่วนที่ขัดยาก ทิ้งไว้ไม่ได้ ห้องส้วมวัดพระธรรมกายสะอาดเอี่ยมไม่มีคราบไคล เพราะ มีคุณยายอาจารย์เป็นต้นตำรับนั่นเอง จากการดูแลล้างเช็ดห้องน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ทำให้อาตมา รู้จักสังเกตเรื่องกลิ่นตัวของคนชำนาญขึ้น ห้องน้ำห้องส้วมที่พระใช้ กันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าสังเกตให้ดีจะรู้ว่า บางครั้งมีคนแปลกหน้าที่ถือศีล ๕ ไม่ค่อยจะครบมาร่วมใช้ แม้เขาจะราดน้ำอย่างดีก็รู้ เพราะมีกลิ่นฉุน พิเศษติดอยู่ จมูกมันไวถึงขนาดนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ มีคนมาหาคุณยาย แต่บังเอิญคุณยายออกไปธุระ เขารอสักครู่ แล้วไปเข้าห้องน้ำ แล้ว ก็กลับไป ไม่นานนักยายกลับเข้ามา ยายมาเข้าห้องน้ำ พอออกจาก ห้องน้ำ ยายก็ถามว่าเมื่อกี้มีใครมา พอก้าวเท้าเข้าบ้านก็ได้กลิ่นบุหรี่ ยิ่งเข้าห้องน้ำแล้ว กลิ่นชัดเลย คุณยายจมูกไวถึงขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นเขาไม่ได้สูบบุหรี่ แม้ตัวอาตมาเองก่อนบวช ระยะแรก ๆ ที่ปฏิบัติธรรม รู้สึก ว่าตัวเองสะอาดทั้งกายและใจ แต่ถ้าวันใดเหลวไหลใจไม่ติดอยู่ในธรรม ไปเข้ากลุ่มเข้าพวก สรวลเสเฮฮา พูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง กระเซ้ากระซิก กันมากไป ก็สังเกตได้ว่า วันนั้นกลิ่นตัวแปลกไปไม่ค่อยสะอาด แสดง ว่าเราปล่อยตัวปล่อยใจหลุดจากธรรมะมากไปแล้ว แม้กลิ่นตัวก็ยัง เตือนตัวเองได้ จากจุดที่คุณยายเข้มงวดเรื่องการรักษาความสะอาดนี่เอง ทำให้อาตมาเป็นคนละเอียดรอบคอบมากขึ้น แล้วความรู้สึกอยาก ประพฤติพรหมจรรย์ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ