ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

จ้าวแห่งความสะอาด

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
ก่อนมาฝากตัวเป็นศิษย์คุณยาย อาตมาไม่เคยรู้เลยว่าท่าน รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ครั้งแรกเห็นบ้านธรรมประสิทธิ์สะอาด สะอ้านก็นึกว่า เป็นธรรมดาของบ้านที่มีผู้หญิงอยู่ วันหนึ่งไปถึงบ้านธรรมประสิทธิ์ก่อนเวลานั่งสมาธิหลาย ชั่วโมง เห็นยายกำลังกวาดบ้านอยู่ก็เข้าไปช่วย ยายกวาดจากเพดาน กวาดฝาบ้าน กวาดโต๊ะ แล้วกวาดพื้น นอกจากนั้น ยายยังเอาผ้าเช็ด ใต้โต๊ะ ใต้บันได เลยถามยายว่า ยายเช็ดใต้โต๊ะทุกครั้งด้วยเหรอ ยาย บอกว่าทุกครั้ง ถามอีกว่าจำเป็นนักหรือ ยายก็ตอบว่าจำเป็น ก็แย้งว่า ใครเขาจะมาดู ยายตอบว่า “คนอื่นดูหรือไม่ดูไม่สำคัญ สำคัญว่าประการที่ ๑ เรา มันรู้อยู่แก่ใจว่ามันเกลี้ยงจริงหรือไม่จริง แล้วประการที่ ๒ เรารักษา ของในบ้านเราสะอาดมากเท่าไร วิมานของเราที่เกิดแล้วด้วยอำนาจ บุญของเรา มันจะผ่องใสขึ้นมากเท่านั้น” นี่อาตมาก็เพิ่งเคยได้ยิน ฟังแล้วตกใจ เคยเปิดพระไตร ปิฎกเจอแต่ว่า วันหนึ่งพระโมคคัลลาน์ท่านไปเยี่ยมสวรรค์ไปเจอ วิมานหลังหนึ่ง เจ้าของวิมานยังไม่มาอยู่มีชื่อเจ้าของบอกไว้ เป็น ชื่อของคนที่ท่านรู้จักและยังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ ท่านเห็นว่าข้าวปลา อาหาร สิ่งของต่าง ๆ ที่เขาทำบุญให้ทาน มันไปรอเขาอยู่ในวิมานใน ลักษณะเป็นทิพย์ ท่านก็แปลกใจ จึงมากราบถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า เป็นไปได้ด้วยหรือ ที่วิมานไปรอท่าเจ้าของตั้งแต่เจ้าของยังไม่ตาย แล้วข้าวของที่เขาทำบุญทำทานก็ไปรอเขาอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แทนที่จะทรงตอบว่าเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ กลับทรงตอบว่า “โมคคัลลาน์ ก็เธอไปเห็นมาแล้วไม่ใช่หรือ” ในพระไตรปิฎก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสกับพระ โมคคัลลาน์เอาไว้สั้น ๆ ไม่ได้ขยายความ เพราะทรงเห็นว่าเป็น พระอรหันต์แล้ว เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย ตรัสแค่นั้นก็เหลือเฟือ แล้ว หลวงพ่ออ่านแล้วก็เลยไม่ได้รายละเอียด ครั้นพอคุณยายมา ขยายความ ตกใจ นึกไม่ถึง เลยถามยายต่อไปอีกว่า “งันยาย คนที่เขาปล่อยบ้านรุง ๆ รัง ๆ แต่เขาก็ทำบุญทำ ทาน ก็แสดงว่าวิมานเขาก็รุง ๆ จัง ๆ ไปด้วยซี” ยายตอบว่าก็ใช่น่ะซี ตายละเราเอ๊ย บ้านพักอาตมาตอนนั้น ยังกะโรงงิ้วโรงลิเก สมัยนั้นอยู่บ้านชายโสด ไม่ใช่ ๗ วันกวาดบ้านที่ หรอก เดือนหนึ่งถึงว่ากันสักที ทนไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะทำ ตั้งแต่นั้น มาก็ขยันกวาดบ่อยขึ้น แต่ให้ถนะยังยาก ยังเลี่ยง ๆ ไปว่าเรามันผู้ชาย ไม่จำเป็น นี่ขนาดทั้ง ๆ รู้นะ เลยได้แง่คิดที่ว่า ความดีอะไรทั้งหลาย นั้น ถึงรู้ ๆ นี่แหละ ถ้าไม่ได้ทำจนคุ้น มันก็ไม่อยากทำน ใครมีลูกมีหลาน เห็นว่าอะไรที่เป็นความดี บอกลูกบอกหลาน ครั้งเดียวไม่พอ ต้องใช้คำว่า “จ้ำจี้จ้ำไช” ไม่งั้นไม่ได้ลูกหลานดีหรอก อย่าอ้างว่าได้บอกไปแล้ว ต้องยอมปากเปียกปากแฉะหน่อยลูกหลาน จึงจะได้ดี แล้วตอนเราแก่เราจะสบายเพราะลูกหลานรู้ใจ คุณยายยังบอกอีกว่า เพราะท่านรักความสะอาด จึงได้วิชชา ของพระพุทธเจ้า แล้วคุณยายก็เล่าความหลังครั้งออกจากบ้าน มา ขอเรียนวิชาที่จะพาไปพบพ่อที่ตายแล้วจากหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ยายเล่าว่า “กว่าจะถึงวัดปากน้ำ ยายต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นเขาอยู่ เป็นทอด ๆ ถึง ๓-๔ ทอด ไปอยู่บ้านใครก็ต้องทำให้เขาพอใจ เพราะ อาศัยข้าวอาศัยน้ำเขา ยายช่วยเขาทำความสะอาดบ้าน จนเอี่ยมอ่อง ทุกซอกทุกมุม ตอนอยู่บ้านพ่อบ้านแม่ไม่เคยทำขนาดนี้ เพราะชอบออก ท้องไร่ท้องนา ช่วยพ่อทำนา บ้านสุดท้ายนี้ใกล้จะถึงวัดแล้ว ยายต้องรีบทำงานให้เร็วที่สุด สะอาดที่สุด จะได้ขออาศัยเรียนวิชชาธรรมกาย และฝึกสมาธิพร้อมกับ เจ้าของบ้านเขา ซึ่งขณะนั้นมีแม่ชีชื่อแม่ชีทองสุก สำแดงปั้น มาสอนให้ เจ้าของบ้านเขาพอใจยายมาก เขาจึงยอมให้ฝึกสมาธิด้วยจนได้ธรรมกาย แล้วยังยอมให้แม่ชีทองสุกพามาเรียนต่อกับหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกด้วย พอได้ธรรมกายแล้วก็เลยยิ่งทั้งรู้ทั้งเห็นว่า ความสะอาดนี้ สำคัญมาก ต้องสะอาดทั้งกาย วาจา ใจ จะมีความสกปรกติดอยู่ไม่ ได้เลย เพราะมันติดข้ามภพข้ามชาติ ทำให้เข้าถึงธรรมกายได้ยาก” ความสะอาดมีอานุภาพถึงขนาดนี้นี่เล่า คุณยายถึงไม่ยอมให้ ใครทิ้งความสกปรกไว้ให้ท่านเห็น จนบัดนี้แม้อายุท่านจะถึง ๘๐ ปีแล้ว ท่านก็ยังพยายามสั่งสอนจ้ำจี้จ้ำไชให้ลูกศิษย์ทุกคนรักความสะอาดอยู่ นั่นเอง บุญของอาตมาแท้ๆ ที่คุณยายให้โอกาสคนแต่งตัวปอน ๆ สกปรกอย่างอาตมาในครั้งนั้น ผ่านการคัดเลือกรอบแรก จนได้มาเป็น ลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่ง ภายหลังอาตมาจึงได้ทราบเพิ่มขึ้นอีกว่า คุณยายไม่ได้มอง เห็นอาตมาด้วยตาเนื้อของท่านเท่านั้น หลวงพ่อธัมมชโยเล่าให้ฟังว่า “คุณยายสั่งให้ตามตัวมาให้ท่าน บอกแต่เพียงว่าอยู่ในเกษตร เพิ่งมา แต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ตอนแรกก็ไม่นึกหรอกว่าจะใช่” เฮ้อ...เคราะห์ดีที่อาตมาไม่ถูกคัดทิ้งเสียตั้งแต่ระดับสายตา ลูกศิษย์ จึงอยากฝากข้อคิดกับทุกคนไว้ว่า ความประทับใจเมื่อแรก เห็นนั้นสำคัญมากนะ ในระหว่างสร้างวัด คุณยายยังเล่าให้ฟังอีกว่า หลวงพ่อวัด ปากน้ำเคยสอนเสมอว่า ความสะอาดของวัดวาอารามจะดูดปัจจัยการ สร้างวัดมาเอง ไม่ต้องออกไปวิ่งหาให้เหนื่อย เพราะฉะนั้น พระทุก รูปในวัดพระธรรมกายจึงดําเนินตามนโยบายรักษาความสะอาดอย่าง เคร่งครัด