คุณยายทำนายฝัน
วันหนึ่ง หลังจากเกี่ยวนั่งสมาธิเช้าจรดเย็น เย็นจรดเที่ยงคืน ติดต่อกันมาจนกระทั่งถึงวันที่ ๘-๙ วันนั้นพอ ๔ โมงเช้าก็รู้สึกโหย เพราะลุยนั่งมาตลอด นิมิตอะไรก็ไม่เกิด ท้อขึ้นมาเลยล้มตัวลงนอน แล้วฝันไป ในฝันนั้น เห็นเจ้าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งปกติเจอหน้า กันทีไร เป็นต้องรี่เข้ามาเตือนเสียงลั่นว่า
“ระวังนะฝึกสมาธิมาก ๆ เดี๋ยวจะบ้า !” ในฝันว่า นั่งสมาธิอยู่ดี ๆ เจ้าเพื่อนคนนี้ก็หน้ายื่นหน้ายาว มาเตือนอีกว่า
“นี่เผด็จ ระวังเป็นบ้านะ”
เนื่องจากจำคำแนะนำของคุณไชยบูลย์ได้แม่นยำว่า เห็น นิมิตอะไรให้ปั้นเป็นองค์พระให้หมด ก็เลยเอื้อมมือไปตบหน้าเจ้า เพื่อนตัวดีเสีย ๒-๓ ผลัวะ ตั้งใจจะปั้นเป็นพระพุทธรูป
แปลก...เจ้าเพื่อนนั่นกลายเป็นพระพุทธรูปเหมือนใจคิด นั่งอยู่กลางท้องดิบดีทีเดียว แล้วเห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำมองผ่านกระจก ใส ๆ มาด้วยสายตาดุ ๆ คล้ายจะบอกว่าให้ตั้งใจนั่งสมาธิให้ดี
แค่นั้นยังไม่ตื่น ฝันต่อไปอีกว่า ตัวเองสวมเกราะทองชุด นักรบจีนโบราณ ยืนอยู่ริมทะเล รู้ในฝันว่า มีหน้าที่ขนคนข้ามทะเล
ฝันได้ ๓ ฉากก็ตื่น รู้สึกใจขึ้นว่า ถึงนั่งกำหนดนิมิตองค์ พระแล้วไม่เห็น ก็ยังดีที่ได้เห็นในฝัน แล้วก็มีความสุขอยู่ลึก ๆ เล่าให้ คุณยายฟัง คุณยายบอกว่า “พระนิพพานท่านสอดละเอียดลงมาบอกหน้าที่ให้”
อยากจะคิดว่าคุณยายพูดเล่น แต่อยู่ด้วยกันมาเป็นปีไม่เคย เห็นท่านพูดเล่น ก็เลยต้องหยุดคิดทบทวนดูตัวเองว่า จริง ๆ แล้วเรา ไม่ใช่คนฝันบ่อย นาน ๆ จะฝันสักที แต่ฝันทีไรมักจะแม่น
สมัยที่กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เคยฝันว่า ไปที่สระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง เจอฝรั่งรูปร่างหน้าตาอย่างนั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ ไม่มีวี่แววว่าจะได้ไปเมืองนอกเลย
แต่ ๓ เดือนต่อมา เกิดได้ทุนไปประเทศออสเตรเลีย ต้อง พักการเรียนไว้กลางคัน ไปอยู่ที่นั่นได้ประมาณ ๑๐ วันก็ไปที่สระว่ายน้ำ แห่งหนึ่ง รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมา เห็นฝรั่งยืนอยู่ขอบสระ ๒-๓ คน มีความรู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
กลับมาหอพัก มาจดบันทึกประจำวันในสมุดประจำตัว เล่มเดิม พลิกไปเจอเรื่องที่บันทึกเกี่ยวกับความฝันคราวนั้นเอาไว้ ก็นึก ออกทันทีว่า ทั้งสระว่ายน้ำ ทั้งฝรั่งพวกนั้นเราเคยเห็นในฝันนั่นเอง
การฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนหลายวันหลายเดือนอย่างนี้ เคยฝันมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้น ที่คุณยายบอกว่า พระนิพพาน สอดละเอียด คงไม่ใช่เรื่องที่ท่านเอามาล้อเล่น
ตอนนั้นรู้สึกแปลก ๆ ว่าเราไม่เคยคิดจะบวช และถ้าจะบวช ก็จะต้องมีลูกมีเมียเสียก่อน หน้าที่ขนคนไปพระนิพพานนี่ น่าจะเป็น ของพวกประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งไม่ใช่เราแน่ ๆ
มาคิดดูอีกที เราก็เคยคิดจะสร้างวัดสัก ๓ วัด อุทิศให้พ่อ ๑ วัด แม่ 9 วัด และครูบาอาจารย์อีก ๑ วัด ถ้าจะขนคนก็คงขนเข้า วัดนี่แหละ แต่เราคงไม่อยู่วัดด้วย เข้าใจเสียอย่างนั้นก็สบายใจดี ไม่เสีย โครงการแต่งงาน
ความจริงหน้าที่ขนคนเข้าวัดนี้ อาตมาถนัดมาก มาปฏิบัติ ธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไม่นาน อาตมาก็ชวนน้อง ๆ ชมรมพุทธ ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มานั่งสมาธิกับคุณยายได้มากขึ้น ๆ แต่ เพราะความไม่รู้จักเลือกไม่รู้จักกรองคน อาตมาจึงทำความเดือดร้อน รำคาญใจให้คุณยายมาก
ปกติคุณยายไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุย และไม่ชอบคนพูดมาก เพ้อเจ้อ แต่สำหรับอาตมาและคุณไชยบูลย์ คุณยายให้ความเมตตา อธิบายเรื่องละเอียด ๆ ในสมาธิให้ฟังเสมอ แม้เรื่องความฝัน ซึ่งเอา แน่อะไรไม่ได้ คุณยายก็อุตส่าห์ตรวจดูให้อย่างละเอียด
คราวหนึ่ง เมื่อฝากตัวเป็นศิษย์คุณยายได้ประมาณ ๕-๖ เดือน คือประมาณกลางปี ๒๕๑๐ อาตมาฝันว่า นั่งอยู่ที่ศาลาแห่งหนึ่ง เห็นหงส์ทองบินร่อนอยู่ไกล ๆ ใครเห็นก็วิ่งตามไป หวังจะจับตัว ตอนมันร่อนลงพื้นดิน
ในฝันอาตมานึกอธิษฐานว่า
“ถ้าเป็นบุญของเรา ขอให้หงส์ทองนี้จงบินเข้ามาหาเอง ไม่ต้องให้ไปวิ่งไล่จับอย่างคนอื่นเขา”
พอจบคำอธิษฐาน หงส์ทองก็บินลงมาหาอาตมาจริง ๆ เข้ามาหมอบให้อิงหลังแต่โดยดี รุ่งขึ้นเช้า จึงนำความฝันไปเล่าให้ คุณยายฟัง คุณยายนั่งสมาธิตรวจดูสัก ๕ นาทีก็ลืมตา จ้องมองอาตมา ตาเขม็ง
“คุณเด็จ พักนี้ไม่ค่อยนั่งสมาธิใช่ไหม ?”
“ครับยาย ไม่ค่อยได้นั่ง งานมันมาก” อาตมาตอบรับเสียงอ่อย
“บอกแล้วไม่เชื่อ นี่กามกำเริบแล้ว”
คุณยายฉีกหน้าอาตมาต่อหน้าลูกศิษย์ของท่านที่นั่งหน้าสลอน คุณยายนะคุณยาย สอนอาตมาแบบผ่าตัดสด ๆ ไม่ฉีดยาชาเลย
อาตมารู้ตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ถ้านั่งสมาธิน้อย ฤทธิ์เจ้าชู้ ก็โผล่ขึ้นมาเหมือนกัน แม้ผู้หญิงชาวบ้านธรรมดา ๆ ขี้ริ้วขี้เหร่ยังไง บางคราวก็เห็นเป็นสวยไปได้ อาศัยที่คุณยายรู้เท่าทันไปเสียหมด และ วางแผนสะกัดกั้นไว้ได้ทุกที่ อาตมาจึงเอาตัวรอดได้บวชมาจนทุกวันนี้ อีก ๕-๖ เดือนต่อมา หลังจากฝึกสมาธิกับคุณยายมาได้ ประมาณ ๑ ปี ตรงกับต้นปี ๒๕๑๑ อาตมาก็ฝันว่า นั่งเรือไป ๔-๕ คน เรือลำนี้แปลก ไม่มีเครื่องยนต์ หลวงพ่อธัมมชโย ตอนนั้น ยังไม่บวช ยังเป็นคุณไชยบูลย์ สุทธิผล ทำหน้าที่ถือท้าย อาตมา ยืนอยู่หัวเรือ คอยชี้ให้แวะรับคนที่หนีน้ำท่วมไปติดอยู่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ ที่ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้ก็มี อาตมาชี้ไปตรงไหน นายท้ายก็แวะรับให้ ทั้งหมด พอคนเต็มเรือ ก็ไปส่งขึ้นฝั่งเสียทีหนึ่ง
มีอยู่คราวหนึ่ง เรือบรรทุกคนมากเกินกำลังจึงคว่ำ ต้องช่วย กันกู้เรือ พรรคพวกที่มาด้วยกันถูกน้ำพัดหายไป เหลืออยู่เพียง ๓ คน คือ หลวงพ่อธัมมชโย อาตมาและคนที่มาด้วยกันแต่ต้นอีก ๑ คน
นึกหวาด ๆ ในคำทำนายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไปเล่าให้คุณยาย ฟัง คุณยายบอกว่า
“นั่นเป็นหน้าที่ของคุณ คุณอธิษฐานร่วมกับคุณไชยบูลย์ มาว่า จะช่วยกันรื้อสัตว์ ขนสัตว์ ตามแบบอย่างนักบำเพ็ญบารมี ทั้งหลายในอดีต พรรคพวกที่ตกน้ำหายไป คือคนที่บารมียังหย่อนอยู่ เขามาช่วยงานได้ระยะหนึ่ง ก็จะเปลี่ยนใจไปมีครอบครัว เลี้ยงลูกเลี้ยง เมียตามประสาโลก ๆ ของเขา ยายช่วยอะไรไม่ได้” แล้วยายก็สั่งต่อ
“คุณเด็จนะ คุณจะต้องทำหน้าที่เป็นเสากระโดงเรือ คุณไชยบูลย์จะถือท้าย แต่ทำงานต้องรู้จักประมาณกำลัง ถ้างาน ใหญ่นักมักจะไปไม่รอด เพราะหนักเกินกำลัง เล็กนักก็ไม่พอมือ เสียเวลาทำ”
อาตมาขอร้องให้คุณยายแก้ไข เพราะสงสารเพื่อนที่ตกน้ำไป แต่คุณยายบอกว่า
“มารมันสอดละเอียดแล้ว แก้ยาก ผังสำเร็จเป็นอย่างนี้ เสียแล้ว”
วันนั้นคุณยายชี้คุณของการประพฤติพรหมจรรย์ และโทษ ของการครองเรือนมาก แต่ถึงขนาดนั้น อาตมาก็ยังไม่คิดจะบวชอยู่ นั้นเอง
ต่อมาอีกประมาณ ๓ เดือน อาตมาก็ฝันว่า ได้ม้ามา 9 ตัว ม้านี้แปลก มีฤทธิ์มาก ขนาดยอดเขาสูงแหลมเหมือนปลายเข็ม ม้าก็ ยังพาอาตมาขึ้นไปได้ กระโดดจากยอดเขาหนึ่งไปอีกยอดเขาหนึ่งก็ได้
อาตมาบังคับม้าให้ต้อนคนจำนวนมากขึ้นเขา เพราะน้ำกำลัง จะท่วม ม้าก็ช่วยต้อนคนให้อาตมาได้ตามความต้องการทุกอย่าง เสียง ผู้คนจึงคะนึงไปหมด ขึ้นเขาต่อเนื่องกันทั้งวันทั้งคืนไม่รู้จบ
เอาความฝันไปเล่าให้คุณยายฟังอีก คุณยายบอกว่า
“ถ้าคุณตั้งใจประพฤติธรรมไปเรื่อย ๆ คุณจะสามารถช่วย ชาวโลกให้เข้าถึงพระรัตนตรัย และชวนมาปฏิบัติธรรมในพระพุทธ ศาสนาได้มาก เป็นปรากฏการณ์พิเศษของยุคนี้”
ตอนนั้นอาตมาฟังคุณยายทำนายฝัน ก็คิดคล้อยตามไปว่า เราคงเหมือนอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นกองเสบียงใหญ่ให้พระศาสนา เราจะช่วยกันทั้งครอบครัว ทั้งลูกทั้งเมียเลย อาตมายังไม่คิดเลิกล้ม โครงการแต่งงานอยู่ดี
ต่อมาถึงปลายปี ๒๕๑๒ ได้ที่ดินสร้างวัดจากการบริจาคของ คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี จำนวน ๑๔๖ ไร่ ที่ จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ได้ลงมือสร้าง อาตมาก็ฝันแปลก ๆ อีก
ฝันว่ามีขบวนแห่ ๓ ขบวนใหญ่ พอขบวนแห่นั้นเข้ามาใกล้ เห็นคุณยายน้ำ ขบวนที่ ๑ คุณยายส่งนกยูงแก้วให้อาตมา ๑ ตัว ใหญ่ ขนาดนกยูงจริงๆ สวยงามมาก เหมือนแกะสลักจากเพชร เป็นนกยูง เป็น ๆ ในฝันรู้ว่าเป็นกายสิทธิ์ ดีใจมาก ก้มกราบคุณยายถึง ๓ ครั้ง
ขบวนที่ ๒ เป็นขบวนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อ ส่งราชสีห์แก้วให้ ๑ ตัว เป็นกายสิทธิ์เหมือนกัน พอกราบท่านแล้ว ท่านก็เลยไป
ขบวนที่ ๓ เป็นขบวนของหลวงพ่อธัมมชโย ท่านส่งครุฑ แก้วกายสิทธิ์ให้
ในฝันนั้นอาตมาดีใจมาก แม้ตื่นแล้วก็ยังดีใจไม่หาย เพราะ รู้สึกเหมือนรับมากับมือจริง ๆ และเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปหยก ๆ พอ ไปเล่าให้คุณยายฟัง ท่านหัวเราะชอบใจ แต่เราชักผวา กลัวคุณยาย บอกกามกำเริบอีก แต่ท่านอธิบายอย่างอารมณ์ดีว่า
นกยูง หมายถึงว่าจะเป็นที่รักที่พอใจ ราชสีห์ แสดงถึงความมีอำนาจ ไปถึงไหน จะเป็นที่เกรงใจถึงนั่น
ครุฑ หมายถึงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจะขจรขจายไป
ทั่วโลก พร้อมกันนั้น คุณยายก็กล่าวยืนยันว่า
“งานสร้างวัดทุกอย่างจะสำเร็จ ไม่ว่าอุปสรรคจะเป็นอะไร ก็จะชนะหมด”
ฟังคุณยายทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างนี้แล้ว ทำให้อาตมา ย้อนนึกไปถึงคำทำนายของหลวงพ่อบุญธรรม วัดเขาแหลม จ. กาญจนบุรี ซึ่งอาตมาเคยไปฝึกสมาธิกับท่านเมื่อครั้งที่ยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยม 4 โรงเรียนเตรียมอุดม ก่อนท่านจะมรณภาพได้กล่าวกับอาตมาว่า
“หมั่นรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ต่อไปข้างหน้า ชื่อคุณไป ถึงไหน พระพุทธศาสนาจะไปถึงนั่น”
ตอนนั้นอาตมาคิดว่า ตัวเองคงจะมีชื่อเสียงไปไกลอย่าง กับขุนแผน ยังไม่คิดบวช อาจารย์ผู้นี้ ท่านสอนทำสมาธิแบบกำหนดลมหายใจเข้า-ออก ไว้ที่กลางท้อง แล้วภาวนาเป็นมรณานุสติว่า “ตาย ๆ ๆ ๆ ...” ท่านบอกว่า
“ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จ มาประทับอยู่ในตัวของทุกคน”
ท่านยังบอกอีกว่า ตัวของท่านเอง เวลาไหน วันไหน ที่นั่งสมาธิแล้วใจสบาย ๆ จะเห็นพระพุทธเจ้าใส ชัดเจน เหมือน ทำด้วยแก้ว มานั่งอยู่กลางท้อง บางวันพูดกันได้ยิน บางวันก็ไม่ได้ยิน แล้วแต่ว่าสมาธิดีไหม
ตอนนั้นอาตมาแย้งท่านไปข้าง ๆ คูๆ ว่า
“พระพุทธเจ้าจะมาอยู่ในท้องได้อย่างไร หมอเขาผ่าตัด คนไข้ไม่เห็นเคยเจอเลย”
ท่านก็ตอบว่ามันเป็นของละเอียด ให้ฝึก ๆ ไป อีกหน่อยก็ จะเข้าใจเอง