ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

พบคุณยาย

คุณยายอาจารย์ · เล่าเรื่องยาย

PDF
พบคุณยาย คำบอกเล่าของคุณไชยบูลย์ที่ว่า คุณยายเป็นผู้รู้จริงเห็นจริง เรื่องนรกสวรรค์ และท่านยินดีจะสอนให้ ทำให้อาตมาดีใจจนสุดประมาณ แต่การไปพบบุคคลที่อาตมาเสาะแสวงหามานานนั้นไม่ง่าย อย่างที่คิด เพราะคุณไชยบูลย์บอกว่า ท่านผู้นี้เป็นแม่ชีสูงอายุ ลูกศิษย์ เรียกคุณแม่บ้าง คุณยายอาจารย์บ้าง ท่านเป็นคนรักสงบ ไม่ชอบคน เอะอะมะเทิ่ง แล้วลูกศิษย์ของท่านก็เป็นหนุ่มสาวชาวมหาวิทยาลัย เหมือนกับเรา หรือไม่ก็เป็นคนเรียบร้อยกันทั้งนั้น ถ้าวางมาดลูกทุ่ง โคบาลเข้าไป เดี๋ยวท่านเกิดรำคาญขึ้นมาก็จะไม่ยอมรับเป็นลูกศิษย์ แล้วยังเสียชื่อมหาวิทยาลัยอีกด้วย เนื่องจากคุณไชยบูลย์เป็นรุ่นน้อง จึงไม่กล้าชี้ข้อบกพร่องของ อาตมาตรง ๆ เพียงแต่บอกอ้อม ๆ ว่า จะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง และ รั้งตัวอาตมาไว้อบรมมารยาทก่อนเกือบ ๓ เดือน ในขณะเดียวกัน คุณไชยบูลย์ได้สอนวิธีนั่งสมาธิตามแนว วิชชาธรรมกายเบื้องต้นให้บ้าง แต่เนื่องจากอาตมาเคยฝึกสมาธิมา หลายสำนัก แบบยุบหนอพองหนอกฝึกมาแล้ว แบบอานาปานสติ หรือแบบกำหนดลมหายใจก็ทำมาจนคุ้น พอมาเจอแบบวิชชาธรรมกาย ซึ่งท่านบอกให้กำหนดดวงแก้วง่าย ๆ สบาย ๆ กลับทำไม่ได้ คอยเผลอ กลั้นลมหายใจทุกที บางทีก็เอาวิธีนี้ไปปนกับวิธีนั้นให้ยุ่งไปหมดโดย ไม่รู้ตัว ความอยากพบคุณยายอาจารย์มาก อาตมาจึงยอมทำตามคำ แนะนำของคุณไชยบูลย์ทุกอย่าง แต่ความควรไม่ควรแค่ไหนนั้นสอน กันยากจริง ๆ นึกถึงสภาพตัวเองในวันที่เข้าไปพบคุณยายที่บ้านธรรม ประสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญขึ้นมาคราวใด ให้นึก อายไม่หาย วันนั้นจำได้ว่าใส่เสื้อสีแดงลายสก๊อตตัวโปรด สวมกางเกง ยีนส์ดํา ซึ่งใส่ซ้ำมาหลายครั้งจนถอดตั้งได้ กลิ่นขี้วัวคลุ้งเข้าไปที่เดียว เมื่อเห็นคุณยายครั้งแรก คุณยายคือแม่ชีวัยเกือบ ๖๐ ปี รูปร่าง ผอมบาง ผิวคล้ำ แต่ใบหน้าผุดผ่องเป็นนวลตอง เค้าหน้าที่แสนจะ ธรรมดาของท่าน ทำให้อาตมาผู้โง่เขลาลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ที่ อาสาพามาเสียสิ้น จึงถามโพล่งขึ้นว่า “ยาย คุณไชยบูลย์เขาว่ายายพาไปดูนรกสวรรค์ได้จริงมั้ย” “จริง ยายเคยไปช่วยพ่อขึ้นจากนรกมาแล้ว” เจอคำตอบตรงเผงไม่ล้ำอึ้งแบบนี้เข้า อาตมาก็บอกกับตัวเอง ทันทีว่า เจอคนจริงที่ตามหามานานแสนนานแล้ว ความศรัทธาเกิดขึ้น อย่างท่วมท้น แต่ยังไม่วายถามต่อ “แล้วอย่างผมนี่ไปดูได้ไหม” คราวนี้คุณยายตอบยาว แถมให้กำลังใจเสร็จสรรพ “ได้ซิ คุณน่ะมีบุญมากอยู่แล้ว ถึงได้มาถึงที่นี่ไงล่ะ ยังงี้ ฝึกไม่นานหรอก” ได้ยินอย่างนี้ใจก็พองโตด้วยความยินดี เพราะแสดงว่าคุณยาย รับจะฝึกให้แล้ว วันนั้นเลยขอประเดิมนั่งสมาธิรวดเดียว ๓ ชั่วโมง ใจมันอยากให้คุณยายรู้ด้วยว่า เราก็เอาจริงเหมือนกัน พอคุณยายลงนำนั่งสมาธิ บุคลิกผู้หญิงชาวบ้านธรรมดา ๆ ก็เปลี่ยนไปทันที ท่านั่งตัวตั้งตรงของท่านสง่างาม มั่นคงเฉียบขาด เหมือนทวนของขุนพลที่ปักผงาดอยู่บนรถรบ ความศรัทธาของอาตมา ที่มีต่อท่านยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา จิตใจของอาตมาก็ผูกพันอยู่กับคุณยาย อาจารย์ ยอมมอบกายถวายชีวิตให้ท่านอบรมบ่มนิสัยโดยไม่มีเงื่อนไข ใด ๆ ทั้งสิ้น ราวกับเคยอยู่ในปกครองของท่านมาหลายภพหลายชาติ ตามที่ได้เล่ามาแต่ต้นว่า กิริยาวาจาของอาตมาที่คิดว่านุ่มที่สุด ในชีวิตแล้ว ก็ยังขวางหูขวางตาศิษย์รุ่นพี่เข้าหลายคน การซักไซ้ไล่เรียง เรื่องนรกสวรรค์ เรื่องนิพพาน ซึ่งข้องใจมานาน ไม่ค่อยจบง่าย ๆ แต่คุณยายก็ตอบให้เข้าใจได้เป็นฉาก ๆ ราวกับจำลองเอาสิ่งเหล่านั้น มาวางไว้ให้ดูต่อหน้า ศิษย์รุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น มาเล่าให้ฟัง หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว ๓-๔ ปีว่า “วันนั้นพี่บอกยายว่า อีตาคนนี้รุ่ม ๆ ร่าม ๆ สกปรก พูดก็ เสียงดังเอะอะ ยายอย่าไปรับเป็นลูกศิษย์เลย ไล่ไปเถอะ แต่ยายก็ยัง รับไว้” ได้ยินศิษย์รุ่นพี่เขาเล่าแล้ว นึกตื้นตันในความเมตตากรุณา ของคุณยายอาจารย์ขึ้นมาอย่างท่วมท้น คุณยายคงต้องใช้ความอดทน กับเรามากเหลือเกิน…