ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

สติที่สมบูรณ์

คุณยายอาจารย์ · ดวงจันทร์กลางดวงใจ พิมพ์1 ปี41

PDF
สติที่สมบูรณ์ ขณะนั้นเป็นเวลาทุ่มเศษๆ พี่อารีพันธุ์ และเปิ้ลกลับไปทำภาระกิจส่วนตัวที่บ้านพัก ข้าพเจ้าอยู่ที่กุฏิคุณยายกับน้ำเล็ก ในเวลาค่ำ เช่นนี้ คุณยายท่านจะคอยกำชับให้ปิดประตู และหน้าต่างกุฏิให้เรียบร้อย ท่านนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม น้าเล็กอยู่ทาง ด้านขวามือของคุณยาย ส่วนข้าพเจ้านั่งอยู่ ทางด้านซ้ายมือ เวลานี้เป็นเวลาที่คุณยาย ท่านจะเล่าเรื่องในอดีตให้ข้าพเจ้าฟังเสมอๆ ท่านเล่าว่า “ยายเป็นลูกชาวนา พ่อ ชื่อพลอย แม่ชื่อพัน บ้านอยู่นครไชยศรี ตะวันยังไม่โผล่ ยายก็จูงควายไปนาแล้ว” แล้วท่านก็หันมาถามข้าพเจ้าว่า “บ้าน เราทำอะไรวะ” ข้าพเจ้าก็กราบเรียนไปว่า “ที่บ้านหนู มีปู่เป็นชาวนาเหมือนกันค่ะยาย แต่ตอนนี้ หนูตายไปแล้วค่ะ” ท่านก็ถามต่อว่า “พ่อแม่เราล่ะ” ข้าพเจ้าก็กราบเรียนไปว่า “พ่อหนูเป็นครู แม่หนูก็เป็นครู แต่ว่าตอนนี้พ่อหนูตายไปแล้วค่ะ” คุณยายท่านก็ถามอีกว่า “พ่อเราเป็นอะไรตาย” ข้าพเจ้าก็กราบเรียนไปว่า “พ่อหนูเป็น โรคหัวใจตายค่ะ แต่พ่อเคยสอนหนูไว้ว่า ชาวนา เป็นผู้มีพระคุณ ถ้าไม่มีชาวนาแล้ว เราก็จะไม่ มีข้าวกินค่ะ” คุณยายท่านยิ้มน้อยๆ เอนตัวพิงที่ พนักเก้าอี้นวม แล้วท่านก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ สักครู่ท่านก็หันมาบอกกับข้าพเจ้าว่า “ไอ้หลานน้อยพายายไปเข้าห้องน้ำหน่อย” น้าเล็กซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวามือคุณยายก็ พูดกับข้าพเจ้าว่า “เดี๋ยวฉันพาไปเอง” คุณยายได้หันมาพูดกับน้าเล็กว่า “ไม่เป็นไรคุณเล็กนั่งไปเถอะ อายุเยอะแล้ว ให้ เด็กๆ มันพาไป” ข้าพเจ้ารู้ว่าคุณยายท่านเกรงใจน้าเล็ก มาก เพราะเวลาที่น้าเล็กจะลุกขึ้นนั้น ดูไม่ค่อย จะคล่องตัวแล้ว แต่ด้วยดวงใจแห่งความเคารพ รักในคุณยายของน้าเล็กนั้นเปี่ยมล้นยิ่งนัก ข้าพเจ้ายื่นมือทั้งสองข้างให้คุณยายจับ แล้วพยุงท่านลุกขึ้นจากเก้าอี้ ให้มือทั้งสองข้าง ของคุณยายจับแขนทั้งสองข้างของข้าพเจ้าไว้ อย่างมั่นคง แล้วค่อยๆ พาคุณยายเดินไปที่ ห้องน้ำ ระหว่างที่พาคุณยายเดินมานั้น ท่านจะพูดเสมอๆ ว่า “อยู่กับยาย เอาบุญกับยายนะ ไอ้หลานน้อย” พอมาถึงหน้าห้องน้ำ ข้าพเจ้าก็เอื้อม มือไปกดสวิทซ์ไฟให้ไฟในห้องน้ำนั้นเปิด เมื่อ คุณยายท่านเสร็จภาระกิจแล้ว ท่านก็จะมาที่ อ่างล้างหน้า หยิบแก้วน้ำที่วางคว่ำอยู่ในถาด ให้หงายขึ้น ข้าพเจ้าเทน้ำที่อยู่ในขวด สำหรับ ใช้บ้วนปากใส่แก้วใบนั้นให้ท่าน คุณยายท่านก็จะคอยสังเกต และบอก ข้าพเจ้าเสมอว่า “เทไม่ต้องมากนัก เอาแค่ครึ่ง แก้วก็พอ เหลือแล้วเดี๋ยวก็ทิ้ง นี่ถ้าไม่พอ เราก็เติมใหม่ได้” เมื่อคุณยายบ้วนปากเสร็จแล้ว ข้าพเจ้า ก็เปิดก๊อกน้ำที่ติดตั้งคู่กับอ่างนั้นเพื่อที่จะให้คุณ ยายท่านล้างแก้ว ข้าพเจ้าเปิดก๊อกน้ำตามความ เคยชินของตัวเอง คุณยายก็เอามือไปหมุนก๊อกน้ำนั้น ให้ น้ำไหลแรงน้อยกว่าเดิม แก้วใบนั้นถูกล้างทั้ง ข้างนอกและข้างใน จนคุณยายท่านมั่นใจว่า สะอาดดีแล้ว จึงสลัดแก้วน้ำให้หยดน้ำที่เกาะ ติดตามแก้วนั้นหยดลงที่อ่าง แล้วจึงคว่ำแก้วไว้ ที่ถาดวางแก้วตามเดิม แล้วท่านก็ปิดก๊อกน้ำ และหันมาพูดกับ ข้าพเจ้าว่า “ใช้น้ำก็ต้องใช้ให้เป็น ใช้ไม่เป็น เดี๋ยว ก็ต้องไปเป็นขี้ข้าน้ำ เนี่ยเวลาใช้น้ำน่ะ เรา ต้องเปิดแต่พอดี พอดี จำไว้นะ ไอ้หลานน้อย” แล้วท่านก็เปิดก๊อกน้ำนั้นอีกครั้ง ให้น้ำ ไหลแต่น้อยแต่ไม่ขาดสาย วิธีการล้างมือของท่านช่างสะอาดหมด จดจริงๆ คุณยายท่านเอานิ้วมือแต่ละนิ้วสอด สับหว่างกันถูไปถูมา ให้ซอกนิ้วมือทั้งสองข้าง นั้นสะอาด แล้วท่านก็พลิกถูหลังมือหน้ามือขวา ซ้ายถสลับไปสลับมา จากนั้นก็เอามือทั้งสองข้างมาประกบกัน ถูไปถูมา จนท่านมั่นใจว่าน้ำนั้นพาสิ่งสกปรก หลุดออกไปหมดแล้ว ท่านจึงสลัดมือที่อ่าง แล้วก็หมุนเกลียวปิดก๊อกน้ำจนแน่นสนิท แล้วท่านก็พูดว่า “เวลาปิดน้ำก็ต้องปิด ให้สนิท ถ้าปิดไม่สนิท เดี๋ยวน้ำมันก็ไหล ออกมาอีก” พอท่านพูดเสร็จแล้ว ก็หันไปเช็ดมือกับ ผ้าเช็ดมือที่แขวนไว้ที่ผนังห้องน้ำ เช็ดทุกซอก นิ้วและนิ้วมือเช็ดทุกนิ้ว ทั้งหน้ามือและหลังมือ จากนั้นท่านก็หยิบผ้าที่วางพาดขอบอ่าง นั้น มาเช็ดหยดน้ำที่ติดตามอ่างให้แห้งสนิท ทําเสมือนว่าอ่างนี้ยังไม่เคยมีใครใช้มาก่อนเลย ข้าพเจ้าคิดว่าคุณยายท่านเสร็จจาก ภาระกิจแล้ว จึงยื่นมือให้ท่านจับ เพื่อที่จะพาท่านออกจากห้องน้ำไปที่เก้าอี้ตามเดิม คุณยายท่านเอามือทั้งสองข้างจับที่แขน ทั้งสองของข้าพเจ้าไว้ แล้วท่านก็ก้มดูที่พื้น เห็น ผ้าเช็ดเท้ายังไม่เรียบร้อย แต่ท่านไม่สามารถ จะก้มลงไปจัดให้เรียบร้อยตามเดิมได้ ท่านจึงบอกกับข้าพเจ้าว่า “ไอ้หลาน น้อย เราจัดผ้าให้ยายหน่อย ให้มันเรียบๆ นะ” ข้าพเจ้าก้มลงจัดวางผ้าผืนนั้นให้เรียบ ร้อยเหมือนเดิม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ พาคุณยายออกมาจากห้องน้ำนั้น พอตัวของ ท่านออกมาพ้นประตูห้องน้ำได้ท่านก็พูดกับข้าพเจ้าว่า “ปิดไฟซะไอ้ หลานน้อย ไฟดวงไหนไม่ได้ใช้ เราก็ปิดซะ อย่าเปิดทิ้งไว้” ณ วันนี้ อิริยาบถต่างๆ ที่คุณยายปฏิบัติ เป็นกิจวัตรประจำวันนั้นได้บอกให้ข้าพเจ้ารู้ว่า “ถ้าเรามีใจจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายได้ ตลอดเวลา เราจะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดีที่สุด ใจที่จรดศูนย์กลางกายตลอดเวลานั้น คือสติที่สมบูรณ์นี่เอง”